ส่วนสรรพคุณของบอระเพ็ดพุงช้างที่หมอยาไทยยกนิ้วให้ก็คือ เป็นยาอายุวัฒนะหรือยาที่ช่วยให้อายุยืนยาวนั่นเอง
เคล็ด(ไม่)ลับของการมีอายุยืน คือ กินได้ ถ่ายคล่อง นอนหลับสบาย ไม่เจ็บไข้ มีเรี่ยวมีแรง ซึ่งบอระเพ็ดพุงช้างมีสรรพคุณดังว่าครบเครื่อง
แม้จะเป็นพันธุ์ไม้เถาเลื้อยเหมือนกัน แต่ส่วนของบอระเพ็ดพุงช้างที่นิยมนำมาปรุงยา
คือ ส่วนหัวใต้ดิน ต่างจากบอระเพ็ดซึ่งไม่มีหัวจึงใช้เถาทำยา
หัวบอระเพ็ดพุงช้างเมื่อโตเต็มที่มีขนาดใหญ่มาก อุปมาดั่งพุงช้าง
มีน้ำหนักหลายสิบกิโลกรัม อันเป็นที่มาของชื่อสมุนไพรดังนี้
และหัวของบอระเพ็ดพุงช้างมักจะโผล่ลอยเหนือพื้นดินกลางป่าดง
จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า กลิ้งกลางดง
หมอยาไทยจะนำหัวบอระเพ็ดพุงช้างมาหั่นตากแห้งบดผงรับประทานกับน้ำผึ้งหรือปั้นลูกกลอนกินเป็นยาอายุวัฒนะ
เจริญอาหารและช่วยขับผายลมดีนักแล ส่วนพวกชาวบ้านป่าและพรานไพรทั้งหลาย เขาจะนำหัวสมุนไพรตัวนี้มาดองเหล้ากินเป็นยาขยัน ขนาดยาม้ายังเรียกพี่
อันที่จริงส่วนเถาของบอระเพ็ดพุงช้างก็นำมาใช้ทำยาได้ ช่วยขับโลหิตระดู และกระจายลมที่แน่นหน้าอก โปรดจำง่ายๆว่าสมุนไพรตัวนี้ รับใช้ทั้งสองเพศ คือ หญิงใช้เถา ชายใช้หัว
ข้อควรรู้เกี่ยวกับเอกลักษณ์ของสมุนไพรชนิดนี้ อีกประการหนึ่งก็คือ
เมื่อเด็ดก้านใบหรือเถาของมัน จะมียางสีแดงสดไหลออกมา อันเป็นที่มาของอีกชื่อหนึ่งของสมุนไพรตัวนี้ว่า
บอระเพ็ดยางแดงหรือทางถิ่นอีสานเอิ้นว่า กระท่อมเลือด เพราะกินแล้วมีแฮงเหมือนกินกระท่อมเด้อ บางทีก็เรียกสบู่เลือด ส่วนทางเหนือก็อู้ว่า เปล้าเลือดเครือ
ขอให้รู้ว่าสมุนไพรสารพัดชื่อตัวนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์อย่างเดียวกันว่า
Stephania venosa (Bl.) spreng.
ตามปกติบอระเพ็ดพุงช้างเป็นสมุนไพรที่หาทำยาได้ยากอยู่แล้ว
เพราะกว่าหัวของมันจะโตเป็นพุงช้างน้อยๆก็กินเวลาหลายขวบปี
แต่ระยะ 4-5 ปีมานี้หัวบอระเพ็ดพุงช้างเริ่มขาดตลาด และมีราคาแพงขึ้นทุกที
ทั้งนี้เพราะมีนักวิจัยชาวญี่ปุ่นมากว้านซื้อเอาไป ส่วนคนไทยก็นิยมกันจนกลายเป็นแฟชั่น
ไปงานแสดงสมุนไพรที่ไหนเป็นต้องเห็นหัวโตๆของบอระเพ็ดพุงช้างอวดพุงโชว์ทุกที่
แต่ที่ร่ำลือกันนั้นมักเรียกว่า สบู่เลือด
ฟังดูทำให้เรียกติดปากเหมาะแก่การเผยแพร่กระจายตัวของคำพูดปากต่อปากยิ่งนัก
แต่ก็ทำเอาสบู่เลือดแทบหมดป่าเหมือนกัน
ต่อมามีข่าวว่าสถาบันวิจัยมีชื่อแห่งหนึ่งของไทยก็กำลังสะสมสมุนไพรหายากตัวนี้อยู่เหมือนกัน
ก็หวังว่าสถาบันวิจัยไทยคงจะทำวิจัยเพื่อประโยชน์ของคนไทย ไม่ใช่เป็นมือปืนรับจ้างของต่างชาติ เหมือนกรณีของเปล้าน้อยซึ่งเรียบร้อยโรงเรียนพี่ยุ่นไปแล้ว
นัยว่างานวิจัยบอระเพ็ดพุงช้าง มุ่งไปที่การค้นหาอะไรบางอย่างที่ต่างไปจากสรรพคุณโบราณ
นั่นก็คือตัวสารสำคัญที่ช่วยลดไตรกลีเซอไรน์ น้ำตาลและไขมันในเส้นเลือด
ก็มีลุ้นว่านักวิจัยไทย หรือนักวิจัยซามูไร ใครจะจดลิขสิทธิ์ได้ก่อนกัน
นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของทรัพย์สินภูมิปัญญาจากสมุนไพรไทยที่มีมูลค่ามหาศาล
ซึ่งจะพิสูจน์ในไม่ช้านี้ สุภาษิต ใกล้เกลือกินด่าง ยังเป็นเอกอัปลักษณ์ไทยอยู่หรือเปล่า