อะไรเอ่ย.....ต้นเท่าครกใบปรกดิน
กินแก้ท้องอืด
คำถามอะไรเอ่ยข้อนี้ เด็กสมัยนี้คงไม่รู้คำตอบ
แต่เด็กรุ่น "แฟนฉัน" เมื่อ ๒๐ ปีจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าก็
"ต้นตะไคร้" ไงล่ะ เพราะกอตะไคร้นั้นไม่ใช่ใหญ่เท่าครกตำน้ำพริกธรรมดา
แต่ใหญ่เท่าครกตำข้าวเลยทีเดียว
ส่วนใหญ่คล้ายใบหญ้าคาปรกลงดิน ชาวไทยในบางถิ่นจึงเรียกตะไคร้ว่า"คาหอม"
ตะไคร้เป็นสมุนไพรคู่ครัวไทยมาช้านาน เรียกว่าต้องปลูกไว้เป็นพืชสวนครัวแทบทุกบ้าน
ครุยซีนอาหารไทยประเภทต้มยำทำแกงทั้งหลายต้องใส่ตะไคร้ ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง
ต้มโคล้ง รวมทั้งเครื่องแกงต่างๆ
ตะไคร้ช่วยดับกลิ่นคาว ช่วยให้กลิ่นรสชาติอาหารชวนชิมยิ่งขึ้นแต่ประโยชน์สำคัญกว่านั้นคือ
ช่วยขับลม แก้ท้องอืด
ท้องเฟ้อ อันเกิดจากกินอาหารมากเกินไปหรืออาหารไม่ย่อย
ที่ต้องย้ำสรรพคุณข้อนี้ก็เพื่อแก้ความเข้าใจผิด
เพราะเมื่อเร็วๆนี้มีละครทีวีดังเรื่องหนึ่งที่นางเอกจอมแก่นการะบุหนิงแกล้งให้นายปลากิม(ปารินทร์)
พระเอกดีกรีนอกดื่มน้ำตะไคร้ ทำให้พระเอกเกิดอาการท้องอืดทั้งวัน
ผู้เขียนบทโทรทัศน์อาจจะเข้าใจผิดคิดว่า
สรรพคุณขับลมของตะไคร้ทำให้เกิดลมในท้อง ทั้งที่ความจริงแล้วแม้แต่เภสัชแผนปัจจุบันก็ยอมรับว่า
ตะไคร้มีน้ำมันหอมระเหยหลายตัว เช่น ซิมโบโปกอน (Cymbopogone
อันเป็นที่มาของชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Cymbopogon citratus นั่นเอง) ซิตรอน(citral) ซิเนโอล(cineole)
ลินาลูล(linalool)
รวมทั้งมีส่วนประกอบของพิมเสน การบูรและน้ำมันการพลู ซึ่งล้วนแต่มีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร
ช่วยลดแก๊สในท้อง
แก้ปวดท้อง ช่วยฆ่าเชื้อในทางเดินอาหาร
ดังนั้นการดื่มน้ำตะไคร้ แม้ดื่มมากวันละ ๒-๓ แก้ว ก็ไม่ทำให้ท้องอืดหรือมีอาการท้องไส้ปั่นป่วนแต่อย่างใด
เพราะเขามีงานวิจัยทางคลินิกแล้วโดยให้อาสาสมัครดื่มน้ำตะไคร้มากเป็น
๒๐-๑๐๐ เท่าของขนาดปกติ
ที่คนดื่มต้องรับสาร สำคัญที่ชื่อ ซิตรัล (citral) เข้าไปถึง
๒๐๐ มิลลิกรัมต่อน้ำหนักร่างกาย ๑ กิโลกรัม พูดง่ายๆว่า
ดื่มน้ำตะไคร้ที่ต้มจากต้นตะไคร้สดวันละ ๑ กิโลกรัม ก็ไม่เกิดโทษต่อกระเพาะลำไส้เลยนอกจากอาจจะทำให้ฉี่มากขึ้น
ซึ่งก็เป็นการขจัดพิษออกจากร่างกายไปด้วยในตัว ช่วยให้ปัสสาวะใสสะอาด
แก้อาการเบาขัด และสำหรับคุณผู้ชาย
น้ำตะไคร้ยังช่วยแก้ลูกอัณฑะบวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอากาศเย็นอย่างนี้
น้ำตะไคร้อุ่นๆ
จะช่วยขับเหงื่อแก้หนาวได้ดีนักทั้งยังช่วยลดไข้ แก้หวัด คัดจมูก
น้ำมูกไหล
การใช้ตะไคร้สดเป็นยามี ๒ วิธีง่ายๆคือ
วิธีต้ม เอาตะไคร้สดทั้งต้นใบ เหง้า ๓-๔ ต้น พับใบขดเป็นมัดใส่หม้อ
รินน้ำพอท่วมตะไคร้ ต้มจนเดือด
แล้วรี่ไฟให้เดือดอ่อนๆต่อไปสัก ๑๐ นาที ดื่มขณะอุ่นๆครั้งละครึ่งแก้ววันละ
๓ ครั้ง หลังอาหาร
ถ้าอยากให้รสชาติชวนดื่มจะเติมน้ำตาลทรายเล็กน้อยก็ได้
วิธีชง เอาเฉพาะส่วนที่เป็นต้นตะไคร้สดมาหั่นเป็นแว่นบางๆ
ใส่ลงลงไปประมาณ ๑ ใน ๓ แก้ว
แล้วเติมน้ำเดือดลงไปให้เต็มแก้ว ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ ๑๕ นาที
ดื่มครั้งละ ๑ แก้ว ๓ เวลา หลังอาหาร
ถ้าจะกินตะไคร้แห้งบดผง ต้องเอาเฉพาะส่วนต้นและเหง้า(ใบไม่เอา)มาหั่นเป็นแว่นบางๆนำไปตากแดดพอแห้ง
บดเป็นผง กินครั้ง ? -๑ ช้อนชา ละลายน้ำ ๑ แก้วดื่มขณะอุ่น
นอกจากนี้ยังมีวิธีใช้ตะไคร้แตกต่างกันไป ได้แก่ การใช้ตะไคร้เป็นยาบำรุงเสียง
ท่านให้เอาตะไคร้หั่นบางๆ
แช่น้ำเกลือเป็นเวลา ๗ วัน กรองน้ำตะไคร้ดองเกลือไว้สำหรับจิบทีละนิด
ทำให้เสียงไพเราะ แจ่มใส
เป็นยาบำรุงเสียงที่หลวงพ่อ หลวงพี่นักเทศน์พวกร้องมโนห์รา
นักพากย์ หนังตะลุงรุ่นก่อนรู้จักกันดี
การอบตะไคร้แก้โรคนอนไม่หลับ ท่านให้ใช้ตะไคร้ กระเพราแดงและข่า
อย่างละ ๓ ต้น ตัดเป็นท่อนๆ
ใส่หม้อต้มให้เดือด เป็นไอน้ำสำหรับอบในกระโจม ประมาณ ๑๕-๒๐
นาที ช่วยขับเหงื่อ เมื่อเหงื่อแห้งแล้ว
จึงอาบน้ำช่วยให้ตัวเบา สดชื่น คลายเครียด หายปวดศีรษะ ช่วยให้นอนหลับสบาย
ยังมีการใช้ตะไคร้แก้ไอในทารก เนื่องจากตะไคร้เป็นสมุนไพรที่ไม่มีพิษภัย
สามารถนำมาใช้ในทารก
และเด็กเล็กได้ แต่ก่อนเมื่อเด็กอ่อนตั้งแต่แรกเกิด เกิดเป็นหวัด
ไอ เจ็บคอ หรือเป็นตุ่มในคอหรือไอมากจนอาเจียน
ท่านให้นำหัวตะไคร้ไปย่างไฟอ่อนๆจนเหลืองเกรียมจัด ฝนกับน้ำมะนาวแทรกเกลือเล็กน้อยแล้วเอามากวาดคอเด็ก
วันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น หรือจะเอาหัวตะไคร้มาเผาจนเป็นถ่านดำบดผสมเกลือพอเค็มแทรกมะนาว
กวาดคอเด็กเช้า-
เย็น ทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย ๒-๓ สัปดาห์อาการไอเจ็บคอรุนแรงในทารกจะหายไป
ขจัดรังแค แก้ผมแห้งแตกปลาย สำหรับคุณผู้หญิงผมยาวที่มีผมแตกปลาย
ไม่ต้องวิตก ให้นำต้นตะไคร้สดๆ
มา ๒-๓ ต้นมาตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำ ถ้าน้ำน้อยเกินไปให้เติมน้ำเปล่าลงไปพอคั้นน้ำได้
นำน้ำตะไคร้ที่ได้มานวดผม
ให้ทั่วหลังจากสระผมเสร็จแล้ว ทิ้งไว้สัก ๑๐ นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
ทำอย่างนี้ทุกครั้งหลังจากสระผม
รับรองภายใน ๒ เดือน อย่าใจร้อนผมจะกลับคืนสู่สภาพปกติ ถ้าจะขจัดรังแคก็ให้ใช้น้ำตะไคร้นวดที่หนังศีรษะ
หลังสระผมเสร็จทิ้งไว้ ๑๐-๑๕ นาที จึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า
รับรองภายใน ๑ เดือนเห็นผล
สรรพคุณของสมุนไพรในครัวตัวนี้ยังมีอีกมาก ทั้งใช้เป็นอาหาร
ยา และเครื่องสำอาง เนื่องจากตะไคร้ใช้สดๆ
ให้สรรพคุณดี คนไทยแต่ก่อนจึงนิยมปลูกไว้ในบ้านจะได้หาง่าย
ใช้คล่องและตะไคร้ก็เป็นพืชล้มลุกที่ปลูกง่าย
ขยายพันธุ์เร็ว แม่ครัวยุคใหม่น่าจะหันมาปลูกตะไคร้ เป็นไม้ประดับสำหรับใช้สอยในครัวเรือน
หากไม่มีที่ดิน
ก็ปลูกตะไคร้ในถังหรือกระถางใหญ่ๆก็ได้ รับรองตะไคร้เพียงกอเดียวก็เหลือพอที่จะนำไปใช้ปรุงต้มยำ
และใช้อย่างอเนกประสงค์ได้ตลอดปีกลับมาหาภูมิปัญญาไทย ด้วยการปลูกตะไคร้ไว้ในบ้านกันเถอะ