ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

 

 

ข้อคิดจากข่าวสมุนไพร ประจำปี ๒๕๔๖


วงการไหนๆ ก็จัดอันดับข่าวสุดยอดแห่งปี หรือไม่ก็ให้ผู้คนโหวตความนิยมชมชอบผ่านสื่อยอดฮิต SMS
เพื่อจัดบุคคลยอดนิยม สำหรับข่าวสมุนไพรยังไม่มีใครจัดจึงขอลองจัดดูบ้างแฟนพันธุ์แท้หรือ(สมุนไพร)แฟนฉัน
ลองนึกย้อนดูในรอบปีที่ผ่านมาว่า เราอยากให้ข่าวสมุนไพรข่าวไหนเป็นสุดยอดข่าวประจำปี มาดูซิว่าใจตรงกันหรือไม่
และแต่ละท่านคิดเห็นอย่างไรกับข่าวที่เผยแพร่ข่าวแรกเห็นที่จะสอดคล้องกับสถานการณ์ข่าวที่ติดอันดับจากสำนักข่าว
อื่นๆ ด้วยเช่นกัน คือ โรคซาร์สหรือไข้หวัดมรณะ ที่เวลานี้กำลังทำท่าจะคืนชีพ จากข่าวโรคซาร์สทำให้สมุนไพรฟ้า
ทะลายโจรโดดเด่นขึ้นข่าวหน้าหนึ่งกับเข้าด้วย

แต่การให้ข่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็สร้างความสับสนกับสาธารณะอยู่บ้าง เนื่องจากฟ้าทะลายโจร
ไม่ได้รักษาโรคซาร์สโดยตรง แต่ช่วยแก้หวัด แก้ไข้ได้ดี และมีการศึกษาพบว่าการกินฟ้าทะลายโจร
มีส่วนช่วยระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการใช้ฟ้าทะลายโจรแก้เจ็บคอ ท้องเสียด้วย ระหว่างที่
ข่าวนี้อยู่ในกระแสได้ยินได้ฟังมาว่า ฟ้าทะลายโจรขายดิบขายดี ใครๆ ก็พูดถึง แต่สงสัยว่าพอถึงวันนี้ยังมีใคร
ใช้กันอยู่บ้าง หรือมีไว้ประจำบ้าน และที่น่าเสียดายอย่างยิ่งคือสถานบริการของรัฐมิได้ใช้โอกาสนี้ส่งเสริม
การใช้สมุนไพร ทั้งๆ ที่ฟ้าทะลายโจรจัดอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติที่อยู่ในกลุ่มสมุนไพรมาได้หลายปีแล้ว
แต่โรงพยาบาลต่างๆ ยังไม่ได้จ่ายยาให้คนไข้ มีแต่โรงพยาบาลบางแห่งที่ "อิน" กับสมุนไพรพยายาม
ส่งเสริมยาไทยแบบนี้

ข่าวต่อมาก็ยังอยู่ในสมุนไพรที่เป็นบัญชียาหลักแห่งชาติ คือ ขมิ้นชัน แต่ข่าวนี้มิได้เน้นการใช้ในรูปแบบยา
ซึ่งขมิ้นชันมีสรรพคุณเด่นเรื่อง แก้อาการท้องอืดเฟ้อ ขับลม และแก้โรคกระเพาะอาหาร ข่าวนี้มาในรูปกึ่งๆ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร(ภาษาชาวบ้านเรียกอาหารเสริม) แต่ก็อ้างสรรพคุณแบบยาอยู่นิดๆ ซึ่งถ้าใช้มุมมอง
แบบชาวตะวันออก จะมีทัศนะเรื่องชีวิตแบบองค์รวมก็จะเห็นสมุนไพรเป็นทั้งอาหารบำรุงร่างกาย และ
เป็นยารักษาโรค แล้วก็ยังเป็นเครื่องสำอางที่ดีได้อีกด้วย

ขมิ้นชันที่เป็นข่าวนี้ก็บอกคนไทยว่า นักวิจัยนำสารสำคัญจากขมิ้นชันชื่อ สารเคอร์คิวมินอยด์ ที่มีความเข้มข้นสูง
ร้อยละ ๘๐ มาบรรจุแคปซูลเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งสารสำคัญจากขมิ้นนี้ถือว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี
มีการเปรียบเทียบว่าพลังสารจากสำคัญของขมิ้นนี้สูงกว่าสารต้านอนุมูลอิสระจากวิตามินอีถึง ๕๘ เท่า
ทำให้รัฐบาลหวังจะสร้างขมิ้นชันให้เป็น "โปรดักซ์ แชมเปี้ยน" ซึ่งไม่ได้ไว้กินอย่างเดียว

สารสกัดจากขมิ้นชันยังทำเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่อง
ชะลอความแก่ไม่ให้ผ่านไปเหมือนปี ๒๕๔๖ นี้ด้วยเพราะพลังต้านอนุมูลอิสระนี้เองแต่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแพงสุดๆ
ครีมขมิ้นที่ว่ากระปุกละ ๖๐๐ บาทส่วนขมิ้นเข้มข้นบรรจุแคปซูลขวดละ ๒๕๐ บาท ซื้อกินซื้อใช้แล้วเครียด
ทำให้แก่ขึ้นไหมหนอ หรือทำให้เพิ่มอนุมูลอิสระในร่างกายขึ้นอีกแน่ ขมิ้นชันนั้นดีแท้ไม่ต้องสงสัย
ถ้าอ่านข่าวนี้แล้ว หันมากินขมิ้นชันในรูปอาหารมากขึ้น

หรือผู้มีรายได้น้อย ก็ขอให้รู้จักกินขมิ้นชันที่บรรจุแคปซูลชนิดไม่ต้องเข้มข้นก็ได้ หรือจะเป็นขมิ้นชันปั้นเม็ดลูกกลอน
แบบเดิมก็ใช้ได้ อย่างน้อยการได้กินขมิ้นชันเพื่อให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระของขมิ้นอยู่สม่ำเสมอก็ดีแล้ว
และยังดีมากๆ สำหรับผู้สูงอายุที่มักมีอาการท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ค่อยย่อยอีกด้วย ถ้ายังคิดของฝากปีใหม่ไม่ออก
ขมิ้นชันสีเหลืองอมส้มเป็นอย่างไร และผู้ที่รักสวยรักงาม การใช้ผงขมิ้นธรรมดาละลายน้ำทาหน้า หรือจะผสมสูตร
กับไพล ดินสอพอง ก็ช่วยบำรุงผิวได้ดีแต่ราคาประหยัด

เมื่อพูดถึงความงามแล้ว ปีที่ผ่านมาข่าวที่ฮิตติดลมบนจนโกอินเตอร์ก็ไม่พ้น สปาและการนวดไทย ข่าวนี้ไม่ต้อง
ลงรายละเอียดมากนักเพราะนักธุรกิจเขาเจาะลึกกินเลียบไปหมดแล้ว แต่ข่าวของชาวบ้านมีอยู่ข่าวหนึ่งที่น่าสนใจ คือ
กลุ่มสมุนไพร อ.บางที จ.สมุทรสงคราม นำเอาความรู้ลูกประคบแบบไทยๆ ทีใช้สมุนไพรกว่า ๑๕ ชนิด มามัดใส่ผ้า
ขาวบาง ซึ่งตามปกติลูกประคบสดๆ แบบนี้จะเก็บได้ไม่นาน ตัวยาสดๆ จะเน่าบูดเสียก่อน กลุ่มสมุนไพรเจ้านี้
จับลูกประคบใส่กระป๋องทำเป็น "ลูกประคบพาสเจอร์ไรส์" เก็บลูกประคบไว้ใช้งานได้นานกว่า ๖ เดือน
อันนี้เข้าท่าชาวบ้านได้ประโยชน์จากสมุนไพรที่ปลูก และสามารถเก็บรักษาได้นานขึ้นช่วยเสริมรายได้รองรับ
กระแสสปาและนวดไทยได้อย่างดี



เรื่องความงามต่ออีกนิด ซึ่งข่าวนี้เป็นข่าวเล็กมาก แต่ขอยืนยันว่าอยู่ในสาระบบของข่าวในประเทศไทยแน่นอน
เรื่องมีอยู่ว่า ด.ญ.สาวิตรี สมหมาย เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์ จังหวัดแพร่
รวมกลุ่มกับเพื่อน ๑๕ คน พร้อมใจกันใช้พื้นที่ราว ๑๐ ตารางวา ปลูกต้นว่านหางจระเข้
เด็กนักเรียนกลุ่มนี้มีความรู้พื้นฐานว่าว่านหางจระเข้ใช้ดับพิษร้อนจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้

แต่มาศึกษาเพิ่มเติมและทดลองใช้กับตนเองโดยการนำมาทาลูบไล้ และพอกสิวบนใบหน้า
พบว่าเม็ดสิวอักเสบน้อยลง แผลแห้งเร็ว ที่สำคัญไม่มีรอยบุ๋มจากแผลสิว จึงแนะนำเพื่อนนักเรียนให้ใช้
ข่าวแบบนี้ไม่ดังแต่ให้คุณค่ากับสังคมวัยรุ่นมาก ที่กำลังใช้เงินสิ้นเปลืองไปกับเครื่องสำอางราคาแพง
และข่าวนี้ควรเสนอพร้อมข่าวที่นักร้องเพลงป๊อบอมตะ"พี่เบริ์ด" (ธงชัย แมคอินไตย) ของน้องๆ
ที่เคยให้สัมภาษณ์เมื่อ ๑๐ ปีก่อน กับการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๖ ตรงกันว่า
เหตุที่หน้ายังคงใสผุดผ่องเพราะใช้ว่านหางจระเข้ทาหน้าทุกวัน

เมื่อสิบปีที่แล้วนักร้องท่านนี้บอกด้วยว่าใช้ทาทั้งตัวเชียวนะอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากก็ได้ ถ้านำ"พี่เบริ์ด"
มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ส่งเสริมการใช้เครื่องสำอางจากสมุนไพรแล้วพ่วงการใช้สมุนไพรเป็นยาสามัญประจำบ้าน
เด็กรุ่นใหม่คงได้กินยาไทยกันจริงๆ จังๆ มากกว่ากระแสชาสมุนไพร โดยเฉพาะ ชาเขียวที่หยิบเอาแค่กลิ่นชา
มาผสมในเครื่องดื่มบ้าง แชมพูบ้าง

เพราะจะกินจะใช้ชาเขียวให้ได้ประโยชน์คุ้มค่าก็ต้องไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่แต่กลิ่นแต่งรสแต่เป็นการชงชาเขียว ชาดำ
หรือจะเป็นชาสมุนไพรชนิดอื่นๆ ที่มีประโยชน์ คงเป็นเพียงข่าวส่วนหนึ่งของงานที่มูลนิธิสุขภาพไทย ซึ่งได้รับทุน
สนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ที่ให้จัดรวมรวมข่าวสุขภาพทั้งที่เป็นข่าว
กระดาษตัด และข่าวออนไลน์ใน www.healthsquare.org เมื่อลงแรงทำงาน ก็อยากเผยแพร่ ่ให้คนได้ใช้
ผู้ที่สนใจติดต่อได้ที่มูลนิธิสุขภาพไทย หรือทบทวนข่าวสุขภาพกับชีวิตของตนเองที่ผ่านมาก็ลองท่องเวบไซด์ดู
สุขภาพดีเริ่มต้นที่ต้นเอง




©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003