
ดินสอพอง
เปลี๊ยนไป๋ ?
สงกรานต์ปีนี้ท่านซีอีโอกระทรวงวัฒนธรรม
มิได้ออกโรงมารณรงค์ห้ามสาวๆใส่สายเดี่ยว แสดงว่าปีที่แล้วได้ผล
หรือเพราะพูดอย่างไรก็ห้ามไม่ได้เลยเลิกพูดดีกว่าหรือมัวตามเก็บสาวพริตตี้ในงานแสดงรถยนต์จนเพลิน
ซึ่งดูจะหนักหนาสาหัสกว่าวัยรุ่นเล่นน้ำสงกรานต์เสียอีก
เทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึงจึงไม่ค่อยมีใครพูดถึงวัฒนธรรมการเล่นสงกรานต์
เห็นแต่ร่วมกันชูธ"ลดอุบัติเหตุ"
ซึ่งทางมูลนิธิสุขภาพไทยขอร่วมรณรงค์ด้วย เพราะไม่อยากเห็นคนไทยตายบ้างพิการบ้างเป็นการสูญเสีย
อย่างใหญ่หลวงของแผ่นดินไทย แต่เมื่อปีใหม่ไทยกำลังมาถึง กิจกรรมประจำงานสงกรานต์
คือเข้าวัดทำบุญ
สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้อาวุโส และเล่นสาดน้ำกัน
โดยเฉพาะการสาดน้ำและประแป้ง ถือเป็นทั้งเอกลักษณ์สำคัญของงานที่สร้างความสนุกสนานเร้าใจที่สุด
และความน่าสนุกที่ถือเป็นไฮไลท์ของงานนี่เอง ถ้าได้ลองปรับปรุงการเล่นสาดน้ำและประแป้ง
โดยเพิ่มประโยชน์ทางสมุนไพร ก็จะช่วยให้การเล่นสงกรานต์เปลี๊ยนไป๋
เรื่องของน้ำพรมตัวหรือสาดกัน มีคนพูดถึงมากให้เลิกใช้น้ำแข็งขว้างปา
แค่สาดน้ำสะอาดธรรมดาหรือควรใช้น้ำอบไทยซึ่งหอมนวลชวนดมดีกว่า
สำหรับแป้งที่ประแก้มซ้ายขวาก็มีการรณรงค์ไม่ให้ผสมสีอันตรายหรือสีที่ล้างไม่ออก
ไปป้ายตามเนื้อตัว มาถึงสงกรานต์ยุค OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
ทางมูลนิธิสุขภาพไทยขอเสนอแป้งสมุนไพร ให้ทั้งสีเพื่อเล่นกันได้อย่างมีสีสัน
และยังปลอดภัยได้สรรพคุณสมุนไพรติดผิวไปในตัวอีกด้วย
แป้งที่ว่าก็ไม่ได้พิสดารมาจากไหน คือ ดินสอพอง สมุนไพรไทยแท้นั่นเอง

ดินสอพอง ถือเป็นยาสมุนไพรอย่างหนึ่ง
ซึ่งจัดอยู่ในสมุนไพรจำพวกแร่ธาตุ
หรือเรียกว่าเครื่องยาธาตุวัตถุและอาจคุยโม้ได้ว่าดินสอพองอยู่เคียงคู่ไทยมานาน
ถ้าไปสืบค้นก็จะพบว่ามีการใช้ดินสอพองเป็นยาสมุนไพรตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ซึ่งพิสูจน์ได้ในตำราคลาสิกของไทย คือ"ตำราพระโอสถพระนารายณ์"
กล่าวถึงการใช้ดินสอพองดังนี้
"
ให้เอาชานอ้อย กำยาน แก่นคูน กรักขีถาก รมหม้อใหม่ใส่น้ำไว้
จึงเอาดินสอพองเผาให้สุก
ใส่ลงในหม้อน้ำนั้นให้คนไข้กินเนืองๆ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ
หยุดแลฯ"
เมื่อมาถึงปัจจุบัน จังหวัดลพบุรีซึ่งเป็นที่ตั้งของวังสมเด็จพระนารายณ์ฯ
ก็เป็นจังหวัดที่มีดินสอพอง
เยี่ยมยอดที่สุดในแดนสยาม น่าจะแสดงว่าวัฒนธรรมการใช้ดินสอพองสืบเนื่องจากสมัยอยุธยา
จนปัจจุบัน และคนสมัยนั้นฉลาดที่ได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาการใช้ได้อย่างดี
คือรู้ว่าดินสอพอง
ซึ่งเป็นดินที่อยู่ตามธรรมชาติ เมื่อนำมาทำเป็นยาโดยเฉพาะยากินต้องเผาให้สุกเสียก่อน
การเผาดินสอพองแบบนี้ เรียกได้ว่า การสะตุดินสอพองนั่นเอง
คำว่าสะตุ คือ การทำให้สะอาดหรือฆ่าเชื้อโรคนั่นเอง วิธีสะตุดินสอพอง
ให้ใส่ดินสอพอง
ลงในหม้อดินปิดฝานำไปตั้งไฟจนดินสีพองสุก คราวนี้จะใช้ปรุงยาอย่างไรก็ได้
ทั้งยากินยาทา
ผู้อ่านรุ่นเยาว์บางท่านอาจสงสัยว่า ดินสอพอง คือดินอะไร รู้เพียงว่าสงกรานต์นี้ข้าได้ละลายน้ำ
ประแก้มหนุ่มสาวแน่ๆคำว่า ดินสอพอง ถ้าแยกเป็นคำๆ คำว่า"สอ"มาจากภาษาเขมร
เป็นว่าขาว ต่อด้วยคำว่า "พอง" เพราะดินสีขาวชนิดนี้พิเศษกว่าดินอื่น
คือเมื่อโดนน้ำจะพองตัวและแตกตัวอย่างรวดเร็ว แต่พอแห้งแล้วจะกลับสู่สภาพเดิม
ถ้าพูดแบบภาษาเคมีดินสอพองเป็นสารประกอบแคลเซี่ยมคาร์บอเนท
(calcium carbonate) กล่าวตามสรรพคุณยาไทยทั้งในตำรา
และประสบการณ์ของหมอยาไทยทั้งหลาย
ดินสอพองถือเป็นสมุนไพรรสยาเย็น ใช้แก้พิษร้อนกับร่างกาย ถอนพิษอักเสบ
แก้ผด ผื่น และคัน
และที่น่าสนใจอย่างยิ่งเป็นยาห้ามเหงื่อนอกจากไม่ทำให้ร่างกายเหนียวเหนอะจากอากาศร้อนแล้ว
ยังทำให้ร่างกายเย็นสบาย
ด้วยคุณสมบัติเยี่ยมยอดแบบนี้ ชาวไทยแต่โบราณจะนำเอาดินสอพองผสมกับน้ำหอม
แล้วหยอดเป็นเม็ดเล็กๆ
เก็บไว้ เมื่อต้องการใช้ก็นำมาละลายน้ำ แล้วใช้ทาตามเนื้อตัวเป็นคอสเมติกจากธรรมชาติแท้ๆ
(และของไทยแท้)เพื่อการประทินผิว ยังช่วยคลายร้อน และมีกลิ่นหอมติดตัวตลอดทั้งวัน

ถ้าจะให้ดินสอพองเปลี๊ยนไป๋ในยุค "อะโรม่า"
ก็น่าจะแทนที่การใส่น้ำหอมเพื่อให้เพียงกลิ่นหอมด้วยการลงทุน
ใช้น้ำมันหอมระเหยแท้ๆปรุงกับดินสอพอง เมื่อประพรมตามเนื้อตัวก็จะทำให้ร่างกายเย็นสบายแล้ว
กลิ่นอะโรม่าหอมๆ ยังมีผลต่อสมองและอารมณ์ ช่วยเสริมสรรพคุณสมุนไพรยิ่งขึ้น
จะเพิ่มสีสันสร้างบรรยากาศงานฉลอง ลองปรุงดินสอพองกับสมุนไพรชนิดอื่นที่ให้เกิดสีต่างๆ
สูตรแรกเป็นสูตรที่ดัดแปลงมาจากผงขัดผิว ซึ่งทางมูลนิธิสุขภาพไทยใช้สาธิตและเผยแพร่อยู่เสมอๆ
ใช้ดินสองพอง ขมิ้นชัน ไพล เหงือกปลาหมอ ผสมรวมกันถ้าใช้เต็มสูตรนอกจากได้สีออกเหลืองๆ
แล้ว
เมื่อนำไปทาตัวไปและเล่นน้ำไป พร้อมกับน้ำสงกรานต์แล้วแถมเข้าคอร์สสปาขัดผิวฟรีด้วยนั่นเอง
แต่ถ้าทำเป็นสูตรเร่งด่วน ให้ใช้ดินสองพองผสมกับขมิ้นชันก็พอ
เพียงเท่านี้แป้งก็เป็นสีเหลืองปนส้ม
และก็ให้สรรพคุณสมุนไพรบำรุงผิวได้ดี หรือใครที่มีปัญหาโรคผิวหนังเล่นน้ำสงกรานต์ทาแป้งขมิ้นก็สั่งลา
โรคผิวหนังได้ถ้าเลือกสีเขียวและยังรักษาแนวทางให้มีสรรพคุณเกี่ยวกับผิวหนังก็ต้องผสมดินสอพอ
งกับใบเสลดพังพอนตัวเมีย(พญายอ) สูตรนี้เป็นแป้งน้ำไทยหรือเรียกว่าคาลาไมน์สมุนไพร
ใช้ทาแก้ผิวหนังแพ้ ลมพิษ และผื่นคัน แบบรับกับลมร้อนเช่นนี้ได้ดี
ถ้าจะเปลี่ยนเป็นสีสันฉูดตาขึ้นบ้าง ก็ใช้ภูมิปัญญาของสาวสายเดี่ยวที่เคยฮือฮามาแล้ว
นั่นคือ
สาวๆวัยรุ่นมีการใช้น้ำยาอุทัยมาทาแก้มให้สีแก้มอมชมพู เป็นวิธีการที่สร้างสรรค์มาก
เพราะทั้งปลอดภัย ราคาประหยัด และนำสมุนไพรกลับมาสู่โลกวัยรุ่นได้อย่างโดนใจ
ถ้าเหยาะน้ำยาอุทัยใส่ดินสอพอง ละลายน้ำก็จะได้แป้งน้ำสีสวยๆ
อีกขนานหนึ่ง
หรืออยากได้สีส้มแสด ก็เอาชาดอกคำฝอยมาชงน้ำร้อน ใช้น้ำมาผสมดินสอพอง
หรือต้องการสีน้ำเงินม่วง
เด็ดดอกอัญชันมาขยี้ละลายน้ำ ถ้าต้องการสีแดง ไปถากเอาเปลือกต้นสะเดาใส่น้ำต้มให้เดือด
หรือที่หาง่ายๆก็ใช้ดอกกระเจี๊ยบแดงต้มน้ำก็ได้สีแดงเช่นกัน
และที่ไม่น่าเชื่อ
ถ้านำดอกมะลิวัลย์มาบดแล้วต้มน้ำจะให้สีแดง
สูตรเย็นก็ต้องผสมพิมเสน การบูรลงไปนิดหน่อย อยากให้ลองดูและลองทำแป้งดินสอพองสูตรสมุนไพร
และขอให้สนุกสุขสมหวังกับมหาสงกรานต์ทุกท่าน