ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย
บรรเทาอาการไอ ด้วยสมองคนไทย
ไอ เป็นอาการเจ็บป่วยอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายกับคนทุกเพศทุกวัย ยาแก้ไอเป็นหนึ่งในยาสามัญประจำบ้านที่ขายดี สังเกตได้จากการโฆษณาอยู่สม่ำเสมอ และไม่นานมานี้ยังมีผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอชื่อฝรั่ง ที่บอกว่าใช้สมุนไพรเป็นตัวยาเปิดตัวบุกตลาดเพิ่มขึ้นอีกยี่ห้อหนึ่ง แสดงให้เห็นว่ามีผู้ใช้ยาแก้ไอกันมาก และยังมีช่องทางตลาดให้แข่งขันด้วย
อันที่จริงอาการไอ เป็นอาการพื้นฐานที่อยู่ในกลุ่มอาการและโรคที่เป็นกันบ่อยๆ ซึ่งหมอหลายท่านก็ยอมรับว่าเราสามารถดูแลตนเองได้ แต่ความหมายการดูแลตนเองก็มีทั้งระดับเดินเข้าร้านซื้อยาแก้ไอมาหนึ่งขวด กับการเดินเข้าครัวหรือเข้าสวนนำสมุนไพรมาปรุงเป็นยาแก้ไอได้ง่ายๆ และเพื่อเข้ากับอากาศกำลังแปรปรวนเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน แถมฝนมาปนอีกด้วย อาการไข้และแถมไอกำลังเป็นกันมาก
ตัวยาแก้ไอที่ผ่านมันสมองของบรรพชนคนไทยมีมากมายหลายตำรับ มีทั้งยาแก้ไอสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ แต่ถ้าจะมาแยกแยะตามนักวิชาการสมุนไพรที่ทำการศึกษาสรรพคุณยาแก้ไอไว้ ก็พอจะพูดได้ว่า อาการไอเพราะมีเสมหะ ที่มักจะเป็นร่วมกับการเป็นไข้หวัดนั้น สมุนไพรที่นำมาใช้โดยส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายของเราผลิตหรือหลั่งน้ำออกมามากขึ้น ที่บริเวณคอหรือทางเดินหายใจ กลไกนี้ก็ไปช่วยขับเสมหะที่เหนียวข้นอ่อนตัวลงแล้วร่างกายก็ขับออกมานั่นเอง
นักวิชาการเขาแบ่งสมุนไพรที่ออกฤทธิ์แก้อาการไอจากการมีเสมหะหนียวข้นไว้ ๓ กลุ่มคือ
๑)ประเภทสมุนไพรสปา คือ สมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นตัวยาสำคัญ เช่น ขิง กระเทียม ดีปลี
๒)ประเภทสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว ซึ่งในทางยาไทยกล่าวว่าช่วยกัดเสมหะได้ดี สมุนไพรกลุ่มนี้น่าจะรู้จักกันดี เช่น มะนาว มะขาม มะขามป้อม
๓) ประเภทที่มียังบอกไม่ได้ว่าสาระสำคัญที่ออกฤทธิ์เป็นอย่างไรแน่ แต่เป็นที่นิยมใช้แลได้ผลดี เช่น มะแว้งเครือ มะแว้งต้น เพกา
นอกจากนักวิชาการแบ่งไว้ ๓ กลุ่มแล้ว ทางมูลนิธิสุขภาพไทยขอเพิ่มประเภทที่ ๔ จากองค์ความรู้ที่สะสมมาและประสบการณ์ของชาวบ้าน จนกระทั่งหมอสมัยใหม่ก็ยอมรับสมุนไพรกลุ่มที่ ๔ นี้ว่าเป็นยาแก้ไอขับเสมหะที่ดีที่สุดก็ได้ เพราะปลอดภัยสูง ราคาประหยัด สมุนไพรที่ว่านี้ท่านคิดว่าอะไร คำตอบคือ น้ำ สะอาดธรรมดานี่เอง วิธีการใช้น้ำ คือ ให้ดื่มน้ำบ่อยๆ ทุก ๑ ๒ ชั่วโมง หรือถ้าดักทางอาการไอได้ พอเริ่มจะไอก็ให้ดื่มน้ำ บางคนดื่มน้ำอุ่นก็ดีเช่นกัน แต่ระวังอย่าให้น้ำร้อนไปเพราะจะทำให้แสบคอ เหมือนคอถูกน้ำร้อนลวก การใช้น้ำเป็นวิธีที่ใกล้ตัวที่สุด
แต่ถ้าท่านต้องการสมุนไพรเข้าไปเสริมฤทธิ์ ลองนำตำรับยามากมายต่อไปนี้ไปใช้ดู ขอแนะนำตามประเภทข้างต้น คือ กลุ่มน้ำมันหอมระเหย เช่น ต้มน้ำขิงใส่น้ำตาลเล็กน้อย ดื่มกิน หรือคั้นน้ำขิงแก่สดๆ ผสมน้ำสุกเล็กน้อยเพื่อลดความเผ็ดร้อน แต่งด้วยน้ำตาล ใช้เป็นยาแก้ไอได้ดี หรือบางท่านนิยมดื่มชา ก็ให้นำขิงแก่มาฝานเป็นแว่นๆ บางๆ นำไปชงกับน้ำร้อน รอให้อุ่นดื่มกินได้
ตำรับกระเทียมมีหลายสูตร ทั้งแบบที่ชาวยุโรปเขาก็ปรุงเป็นยาแก้ไอ แต่ค่อนข้างสลับซับซ้อน แบบไทยๆ ให้นำกระเทียมมาคั้นน้ำ แล้วผสมน้ำมะนาวเติมเกลือนิดๆ ใช้จิบกินหรือบางที่นำมากวาดคอ ส่วนต้นดีปลีเขาจะใช้ผลดีปลีแห้ง ที่มีลักษณะเป็นแท่งๆ นำมาใช้เพียงครึ่งหนึ่ง แล้วบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะนาวและเกลือเล็กน้อย ใช้จิบกินหรือกวาดคอก็ได้ ดีปลีและกานพลูเป็นเครื่องเทศที่นำมาใช้แก้ไอเหมือนกัน เพียงแต่ว่ากานพลู(ดอกแห้ง)สามารถนำมาใช้เป็นยาแก้ไอสำหรับเด็กได้ ถ้าเป็นดีปลีรสจะเผ็ดร้อนเกินไป ถ้าเด็กบ้านไหนไอ ลองนำดอกกานพลูแห้งมาฝนให้เป็นผงละเอียด ผสมกับน้ำมะนาวเล็กน้อย แล้วนำไปกวาดคอเด็กได้
กลุ่มสมุนไพรรสเปรี้ยว ก็คงต้องยกให้ป๊อบปูล่าที่สุด คือ มะนาวผสมน้ำผึ้ง ตำรับเก่าแก่ที่คั้นน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง แต่งด้วยเกลือเล็กน้อย ใช้จิบบ่อยๆเวลาไอ หรือเลียนแบบกินเมี่ยงคำ หั่นมะนาวเป็นชิ้นเล็กๆ ใช้อมหรือเคี้ยวกินแก้ไอขับเสมหะได้ดี ข้อระวังอย่าให้น้ำมะนาวเข้มข้นเปรี้ยวจี๊ดเกินไป ทำให้ระคายเคืองภายในคอ
มะขามป้อม ก็เป็นยาแก้ไอที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานสมัยครั้งพุทธกาล กินแล้วชุ่มคอแก้ไอได้อย่างดี เวลานี้ก็มีผู้พัฒนาเป็นยาแก้ไอบรรจุขวด จิบกินอร่อยจนลืมตัวว่าเป็นยาไม่ใช่เครื่องดื่ม ถ้าหามะขามป้อมสดได้ให้กินเนื้อสดๆ จิ้มเกลือก็จะได้รสเปรี้ยวอมหวานอมฝาดอมขมนิดๆ แล้วมีความเค็มของเกลือ ซึ่งครบรสแก้ไอได้ทันที แต่บ้านใครปลูกมะขามป้อมไว้ เก็บผลสดตากแห้งไว้ ก็ใช้ได้ โดยการนำมะขามป้อมแห้งมาต้มกับน้ำ อาจแต่งน้ำตาลนิดหน่อย นำมาดื่มแก้ไอได้เช่นกัน
สำหรับสมุนไพรประเภทสุดท้ายที่ไม่เข้าข่ายทั้งสองกลุ่มแต่มีผู้คนนิยมมาก เช่น มะแว้งเครือและมะแว้งต้น ได้มีผู้ผลิตยาแก้ไอนำออกมาวางจำหน่ายหลายปีแล้ว เด็กก็กินได้ผู้ใหญ่ก็กินอร่อย ซึ่งทางมูลนิธิสุขภาพไทยเคยนำเรื่องนี้มาเสนออย่างละเอียดไปแล้ว ที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงในสมุนไพรกลุ่มนี้ คือ เพกา ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักดีในการนำฝักเพกามาย่างหรือเผา แล้วกินกับน้ำพริกอร่อยอย่าบอกใคร แต่ในด้านยาเพกาเป็นยาแก้ไอขับเสมหะที่ชาวจีนและไทยใช้กันมาก วิธีทำ ใช้เม็ดในฝักเพกาที่มีสีขาว ๑ ขยุ้มมือ ใส่น้ำครึ่งแก้ว ต้มพอให้ยาสุก กินน้ำยาเพกาต่างน้ำ หรือกินเวลาไอ สูตรยาเพกานี้ยังให้กับเด็กได้ด้วย และยานี้เด็กๆ กินได้ง่ายเพราะรสไม่ขม ตำรับยาแก้ไอ ใช้แก้อาการพื้นฐานข้างต้นนี้เป็นภูมิความรู้จากสมองของคนรุ่นก่อนที่สืบทอดกันมา หากท่านใช้หรือแนะนำให้คนใกล้ชิดใช้แล้ว เวลาผ่านไป ๑ สัปดาห์ อาการไอยังไม่มีวี่แววดีขึ้นเลย แบบนี้ท่านก็ต้องใช้สมองของท่านทั้งซีกซ้ายและขวาพิจารณาว่า อาการไอของท่านไม่ธรรมดาเสียแล้ว อย่างนี้ต้องไปพบแพทย์นะจ๊ะ