ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

ผัสสะ 6 สู่ดุลยภาพชีวิต (1)
ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 3

ในทางพระพุทธศาสนา ผัสสะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตมาก ถ้าผัสสะดี ชีวิตก็มีคุณภาพดีมีความสุข ถ้าผัสสะไม่ดีชีวิตก็ด้อยคุณภาพ มีแต่ความทุกข์ ผัสสะนับเป็นห่วงโซ่ที่ 6หรือห่วงโซ่ตรงกลางของห่วงโซ่ปัจจัยการทั้ง 12 ของหลักปฏิจจสมุปบาท ซึ่งหมายถึง สิ่งทั้งหลายอาศัยกันและกันจึงเกิดมีขึ้น


ก่อนถึงขั้น“ผัสสะ”ก็คือ“อายตนะภายใน” ซึ่งเป็นแดนต่อความรู้ฝ่ายภายใน หรืออวัยวะอินทรีย์ 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และ “อายตนะภายนอก” ซึ่งเป็นแดนต่อความรู้สึกภายนอกหรืออารมณ์ 6 ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส กายสัมผัส ธรรมารมณ (สิ่งที่ใจนึกคิด) ผลลัพธ์ที่เป็นโอกาสหรือวิกฤตของชีวิตก็อยู่ตรงนี้เอง


ตรงที่ผัสสะซึ่งเป็นการกระทบกันระหว่างอายตนะภายใน ภายนอก และวิญญาณ(ความรับรู้อารมณ์) แล้วเกิดห่วงโซ่ที่สำคัญต่อไปคือ เวทนา ความเสวยอารมณ์ซึ่งอาจจะมีได้ทั้งความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ดังหลักปฏิจจสมุปบาทที่ว่าเพราะสฬายตนะ เป็นปัจจัย “ผัสสะ” จึงมี และเพราะผัสสะเป็นปัจจัยเวทนาจึงมีแน่นอน ถ้าผัสสะมีความเป็นกลางรับรู้โลกตามความเป็นจริง ก็จะได้เวทนาหรือเสวยอารมณ์เป็นสุขแท้ ปราศจากอามิสเจือปน ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสที่ดีแก่ชีวิต ตรงกันข้ามหากผัสสะ เต็มไปด้วยความอยากยึดมั่นถือมั่น ก็จะรับรู้โลกผิดไปจากความเป็นจริง ได้รับเวทนา หรือเสวยอารมณ์ที่เป็นทุกข์ เกิดวิกฤตในชีวิตเพียงเพราะผัสสะเพี้ยนชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น


ผัสสะมี 6 เท่ากับจำนวนอินทรีย์ 6 ได้แก่
1. จักษุผัสสะ ความกระทบรูปทางตา
2. โสตผัสสะ ความกระทบเสียงทางหู
3. ฆานผัสสะ ความกระทบกลิ่นทางจมูก
4. ชิวหาผัสสะ ความกระทบรสทางลิ้น
5. กายผัสสะ ความกระทบสัมผัสทางกาย
6. มโนผัสสะ ความกระทบอารมณ์ทางใจ


ปัจจุบันความรู้เรื่องผัสสะ 6 ได้ถูกนำไปใช้ในการดูแลสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวมหรือแบบทางเลือก ยกตัวอย่างเช่น


1.จักษุผัสสะบำบัด คือการบำบัดโดยอาศัยผัสสะทางกาย เมื่อราวกว่า 20ปีมาแล้ว ดร. จอห์น ดาวนิ่ง ผู้อำนวยการแผนกแสงบำบัด (Light Therapy) แห่งศูนย์เวชศาสตร์ป้องกัน
มาริน ในแคลิฟอร์เนีย พบว่า เมื่อแสงสว่างของดวงอาทิตย์มีผัสสะกับนัยน์ตา เซลล์ที่มีความไวต่อการรับแสงจำนวนนับล้านๆ เซลล์ในดวงตาที่เรียกว่า โฟโตรีเซฟเตอร์ (Photoreceptor) จะเปลี่ยนแสงให้เป็นการกระตุ้นทางไฟฟ้า กระแสกระตุ้นทางไฟฟ้านี่จะไหลไปตามเส้นประสาทตา เข้าสู่สมองจากนั้นก็จะไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไฮโปทาลามัส(Hypothalamus gland) ให้ส่งรหัสทางเคมีที่เรียกว่า นิวโรทรานสมิตเตอร์ (Neurotransmitters) เพื่อไปควบคุมการทำงานระบบอัตโนมัติของร่างกาย
ต่อมไฮโปทาลามัสเป็นต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่งซึ่งหลั่งสารควบคุมกลไกการทำงานอัตโนมัติ เกือบทั้งหมดภายในร่างกาย ได้แก่ ความดันโลหิต อุณหภูมิของร่างกาย การหายใจ การย่อยอาหาร ระบบอวัยวะทางเพศ ระบบภูมิคุ้มกันโรค การเต้นของหัวใจ ความเสื่อมสภาพของร่างกาย รวมไปถึงอารมณ์ ความรู้สึก เขาพบว่าสเปคตรัมแสง 7 สี ของแสงอาทิตย์ในธรรมชาตินี่เองที่ช่วยสร้างกระแสกระตุ้นไฟฟ้าในสมอง เพื่อควบคุมกลไกการทำงานอัตโนมัติอันละเอียดอ่อนภายในร่างกาย เขากล่าวว่า “คนที่ใช้ชีวิตอยู่แต่ภายในอาคาร โดยไม่ออกมาเห็นแสงตะวันเลย จะทำให้มีปัญหาสุขภาพมาก เช่น โรคหัวใจ ความเครียด โรคกระดูกผุ และภูมิคุ้มกันโรคต่ำ”


ดังนั้นคนเมืองที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ภายในตึกที่ปิดทึบ ก็ต้องหาโอกาสออกมารับสายลม แสงแดดตามธรรมชาติบ้าง เพื่อสุขภาพที่ดี ชีวิตที่ยืนยาว


2.โสตผัสสะบำบัด คือการ บำบัดโดยอาศัยผัสสะทางหู เดี๋ยวนี้เสียงบำบัด (Sound Therapy) กำลังเป็นเทรนด์สุขภาพที่ฮิตกันมากในบ้านเรา มีทั้งการใช้เสียงดนตรีและเสียงสวดมนต์ นับพันปีมาแล้วที่มีความเชื่อว่าเสียงพิณของกษัตริย์ดาวิด ในพระคัมภีร์ไบเบิล และเสียงสวดมนตราพระเวทแห่งภารตะมีพลังในการรักษาเยียวยาโรคทางกายและโรคทางใจได้
ศาสตราจารย์ ดอนจี.แคมพ์เบล ผู้อำนวยการสถาบันดนตรี สุขภาพ และการศึกษาแห่งโบลเตอร์ ในรัฐคาโรลาโด พบว่าสรีระต่างๆภายในร่างกายของเรามีแบบแผนจังหวะเสียง (Rhythmic patterns) เฉพาะของตนเอง เช่น จังหวะเต้นของหัวใจ สมอง และอวัยวะต่างๆจะชอบเสียงดนตรีหรือเสียงสวดมนต์ ที่มีจังหวะเฉพาะแตกต่างกัน และจะช่วยให้การทำงานของอวัยวะเหล่านั้นมีสมรรถภาพดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบว่าเสียงดนตรีและเสียงสวดมนต์สามารถช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนคอร์ติโคสเตอรอยด์ ซึ่งช่วยระงับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงภายในร่างกายของผู้ป่วยมะเร็งและ ช่วยฝื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยโรคหัวใจให้ดีขึ้น


แนวทางผัสสะสู่ดุลยภาพนี้ ทางมูลนิธิสุขภาพไทยร่วมกับกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และภาคีสุขภาพอื่นๆ เช่น เครือมติชน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดงานใหญ่หัวใจเต็มร้อยที่จะนำเสนอแนวทางการสร้างสุขภาพตามแนว “ผัสสะทั้ง 6 สร้างเสริมสุขภาพ” ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2549 อิมแพค เมืองทองธานี สนใจรายละเอียด คลิ๊ก www.thaihof.org


ตัวอย่างจักษุผัสสะในงานเช่น พบหมอยาพื้นบ้านกับภูมิปัญญาชาวเลแห่งทะเลอันดามัน เขาบอกว่า มองฟ้าสีครามยามออกไปล่องนาวาจะช่วยแก้อาการเมาคลื่นได้ดี และเสียงแห่งสุขภาวะสร้างสุขและสงบให้แก่พลเมืองของเรามานานแสนนาน คือเพลงกล่อมเด็ก เพลงบอก ตลอดสายเสียงดนตรีแคนของชาวม้งประชันแคนอีสาน และร่วมตัวโน้ตกับซึงของล้านนา

อย่าพลาดงาน และติดตาม ฆานะผัสสะ ชิวหาผัสสะ กายผัสสะและมโนผัสสะในฉบับหน้านะจ๊ะ

กลับหน้าแรก


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003