ดังเช่น คำอธิบายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ.๒๕๔๒(พิมพ์ปี ๒๕๔๖ หน้า ๑๖๙)เขียนไว้ว่า ....มิ่งมงคล,
สิริ, ความดี,
เช่น
ขวัญข้าว
ขวัญเรือน; สิ่งที่ไม่มีตัวตน เชื่อกันว่ามีอยู่ประจำชีวิตของคนตั้งแต่เกิดมา
ถ้าขวัญอยู่กับตัวก็เป็นสิริมงคล เป็นสุขสบายจิตใจมั่นคง
ถ้าคนตกใจหรือเสียขวัญ ขวัญก็ออกจากร่างไป ซึ่งเรียกว่าขวัญหาย
ขวัญหนี ขวัญบิน เป็นต้น ทำให้คนนั้นได้รับผลร้ายต่างๆ,
เรียกผู้ตกใจง่ายคือ เด็กหรือหญิงซึ่งมักจะขวัญหายบ่อยๆ
ว่า ขวัญอ่อน, แลอนุโลมใช้ไปถึงสัตว์หรือสิ่งของบางอย่าง
เช่น ช้าง ม้า ข้า เรือน ฯลฯ ว่ามีขวัญเช่นเดียวกับคนเหมือนกัน...
ลองดูพจนานุกรมฉบับมติชน
หน้า ๑๑๙ ขวัญ หมายถึง มิ่งมงคล,สิริ,
สิ่งที่เป็นอย่างวิญญาณสถิตในร่าง โดยความเชื่อว่าตกใจเป็นต้น
ก็จะหลุดไปจากร่างทำให้เจ็บป่วย...
คำอธิบายข้างต้นแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมความเชื่อของคนไทยร่วมกันว่า
ชีวิตของคนเราประกอบด้วย ๒ ส่วนใหญ่ คือ ร่างกายหรือตัวตนและที่ไม่ใช่ตัวตนเรียกว่า
ขวัญ ถ้าขวัญอยู่กับร่างกายอย่างดี เจ้าของก็แฮปปี้มีความสุขสบาย
แต่ถ้าขวัญกระเจิงออกไป เจ้าตัวก็ไม่ปกติอาจเจ็บไข้จนถึงตายได้
หมอพื้นบ้านชาวล้านนายังอธิบายทฤษฏีการแพทย์แบบล้านนาด้วยว่า
สุขภาพของคนเรานั้นเชื่อมโยง สัมพันธ์กับวิถีชีวิตจิตใจ
และชีวิตของเรายังสัมพันธ์กับธรรมชาติที่อาศัยอยู่ และสิ่งเหนือธรรมชาติด้วย
ดังนั้น ทั้ง กาย ขวัญ สิ่งแวดล้อมรอบตัว
และสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ ต้องสมดุลและสัมพันธ์กันจึงจะเกิดความสุขสงบในชีวิต
และชุมชนที่อาศัย
เมื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพสัมพันธ์กันในหลายมิติ
ยามที่ผู้คนและชุมชนจับไข้ได้ป่วย การเยียวยาย่อมมีด้วยกันหลายมิติ
มิใช่หาหมอกินยาอย่างเดียว ยังต้องปรับพฤติกรรมการอยู่การกิน
รวมทั้งพฤติกรรมที่กระทำต่อธรรมชาติ และจำเป็นต้องมีพิธีกรรมดูแลสุขภาวะกับสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา
ไม่มีตัวตน เช่น ขวัญ
พิธีฮ้องขวัญ หรือ เรียกขวัญ นี้ จึงคล้ายกับการเรียกขวัญที่ออกไปจากร่างกายของเราไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามให้กลับคืนถิ่น
เมื่อขวัญมาผู้นั้นก็จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในการทำพีธีกรรมของหมอ(ทำ)ขวัญจะใช้น้ำมนต์พรมให้เจ้าของขวัญพร้อมทั้งอวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุขและจะใช้ด้ายสายสิญจน์
มัดข้อมือซ้ายเพื่อให้ขวัญกลับมาแล้วใช้สายสิญจน์มัดมือขวาด้วยเพื่อให้ขวัญคงอยู่กับตัวไม่หนีไปไหนอีก
ผู้ที่ขวัญอยู่ครบย่อมเป็นคนที่มีขวัญดี สภาพจิตใจเต็มร้อย
อันที่จริงพิธีทำขวัญของชาวล้านนามีหลายประเภท แต่ที่ทำกันบ่อยและทำกันได้ไม่ยุ่งยาก
คือฮ้องขวัญผู้ป่วย
หรือเรียกสู่ขวัญผู้ป่วยก็ได้ นิยามผู้ป่วยแบบภูมิปัญญาท้องถิ่นนี้
กินความถึงผู้เจ็บป่วยด้วยโรคภัย ประสบอุบัติเหตุต่างๆ ผู้ที่อ่อนแอสุขภาพไม่แข็งแรง
หรือใครที่จิตใจ หม่นหม่องเศร้าสร้อยหรือเกิดเหตุเสียใจรุนแรง
สะดุ้งตกใจในเรื่องต่างๆ แม้ที่กำลังฟื้นไข้ก็สามารถร่วมพิธีฮ้องขวัญได้
เพื่อขวัญของผู้ป่วยกลับคืนมา เป็นการปลอบประโลมและสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยได้อย่างดี
พิธีกรรมฮ้องขวัญยังสร้างความอบอุ่นในหมู่ญาติพี่น้องหรือเพื่อนบ้านได้อย่างดี
โดยที่โทรศัพท์มือถือที่ว่าใกล้ชิดอบอุ่นนั้นไม่มีทางเทียบได้
เมื่อผู้ป่วยมีกำลังใจย่อมมีพลังชีวิตที่จะต่อสู้กับโรคร้ายๆ
หรือฟื้นจากสภาพจิตใจที่ตกต่ำได้อย่างดี
ใครที่คุ้นเคยวัฒนธรรมล้านนายังพบเห็นและสัมผัสพิธีกรรมฮ้องขวัญได้ดี
ยิ่งเข้าไปในชุมชนที่มีหมอเมือง(หมอยาพื้นบ้าน) จะพบพิธีกรรมสู่ขวัญบ่อยมาก
เพราะยังสอดคล้องกับวัฒนธรรมความเชื่อ และเป็นพิธีกรรมที่ทำได้ง่ายๆ
ในระดับครอบครัว และพิธีเช่นนี้ไม่เพียงผู้ป่วยดีขึ้นแล้ว
ยังเพิ่มคุณค่าให้ครอบครัว และช่วยให้เกิดความสามัคคีเป็นปึกแผ่นของญาติพี่น้องและคนในชุมชนด้วย
แม้ว่าการทำพิธีฮ้องขวัญให้อายุมั่นขวัญยืนนั้น จะต้องอาศัยพ่อหมอขวัญ
ยังต้องเตรียมเครื่องประกอบในพิธี เช่น อาหาร หมาก พลู รวมทั้งบายศรีและขันครูก็ตาม
แต่ภูมิปัญญาท้องถิ่นนี้จะมีลักษณะเชื่อมโยงหรือสัมพันธ์กันสูง
ภาษาที่คนยุคนี้ชอบใช้คือมีลักษณะบูรณาการสูง หมายถึงเชื่อมโยงระหว่างชีวิต
กาย ใจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังเป็นปัญญาที่แฝงไว้ด้วยความเคารพเชื่อถือต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ
จึงมีความเคารพต่อสิ่งแวดล้อม ผู้อาวุโสอย่างมาก และที่สำคัญยิ่งคือ
ให้ความสำคัญต่อศีลธรรมจริยธรรมมากกว่าวัตถุและเงินทอง
จึงไม่น่าแปลกว่าพิธีเรียกขวัญหรือสู่ขวัญนี้สร้างความซาบซึ้ง
ให้กำลังใจความเชื่อมั่น และความอบอุ่นใจอย่างสูง สร้างเสริมสุขภาวะ
ความสัมพันธ์และความสามัคคีในชุมชนอย่างดี และเป็นกระบวนการเรียนรู้เรื่องคุณธรรมจริยธรรมที่ยุคนี้เจือจางเหลือเกิน
ชาวล้านนายังประกอบพิธีฮ้องขวัญให้ผู้ที่ไม่เจ็บป่วยด้วย
แต่อยู่ในภาวะที่ชีวิตกำลังเปลี่ยนแปลงเช่นเปลี่ยนตำแหน่ง
ปรับสถานะต่างๆ หรือผู้ที่จะจากบ้านเดินทางไกล หรือผู้มาเยือนก็ฮ้องขวัญได้
ท่านใดที่กำลังอยู่ในสถานะเช่นนี้ และเป็นชาวล้านนาจะยึดพิธีโบราณเรียกขวัญเอ๋ยขวัญมา
แล้วช่วยนำคุณธรรมจริยธรรมพาชาติพ้นวิกฤตที ?