ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

ดองดึง พืชพิษที่มีประโยชน์
โปรดฟังอีกครั้ง !

เมื่อราว ๒-๓ สัปดาห์ เกิดเหตุการณ์บ้านแต่มิใช่การเมือง เมื่อหนูน้อยรายหนึ่งรับประทานยาขับพยาธิซึ่งปรุงด้วย ผลมะเกลือ แม่ของเด็กหวังดีแต่ขาดความรู้ที่ถูกต้อง ทำให้ลูกชายตาบอดไปอย่างน่าเสียดาย มะเกลือเป็นสมุนไพร ที่หมอพื้นบ้านแต่โบราณนำมาใช้เป็นยาขับพยาธิ นักวิชาการก็เคยทำการศึกษาฤทธิ์ของมะเกลือยืนยันว่าสามารถ ช่วยขับพยาธิได้โดยเฉพาะพยาธิปากขอ ส่วนพยาธิเส้นด้าย ตัวตืด ตัวกลมก็ขับได้เช่นกัน แม้จะได้ผลไม่ดี เท่าขับพยาธิปากขอก็ตาม

เหตุการณ์ที่ใช้สมุนไพรแล้วเกิดพิษนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ไม่ถูกวิธี และใช้ไม่ถูกต้นหรือไม่ถูกส่วนของพืชนั้นๆ เช่น ตำรายาให้ใช้ใบอ่อนแต่ไปใช้ใบแก่ เป็นต้น กรณีมะเกลือก็เช่นกัน องค์ความรู้แต่โบราณให้ใช้ผลหรือ ลูกมะเกลือสดที่ยังไม่สุก คือยังไม่เปลี่ยนสีเป็นเหลืองๆ อมเทา และต้องไม่ใช้ลูกที่ช้ำและมีสีดำ นอกจากนี้วิธีปรุงยาก็มีส่วนสำคัญมาก คือ ตำราโบราณให้ใช้ผลมะเกลือราว ๑๐ ลูก หรือมากน้อยกว่านั้นตามความ เหมาะสมแก่วัย เช่น อายุ๑๕ ปีใช้ ๑๕ ลูก แต่ถ้าอายุเกิน ๒๕ ปี ให้ใช้แค่ ๒๕ ลูกเท่านั้น นำมาตำคั้นน้ำผสม ”หัวกะทิ”ดื่ม

ข้อห้ามที่สำคัญ คือ ไม่ควรนำไปต้มกิน และห้ามผสมหรือปั่นกับน้ำปูนใส เพราะจะทำให้สารสำคัญชนิดหนึ่งสลายตัวได้ แล้วถูกดูดซึมเข้าร่างกายจนทำให้ตาบอด การศึกษาสมัยใหม่อธิบายภูมิปัญญาโบราณได้ว่า ที่ให้กินพร้อมกะทิหรือไขมันนั้น เพราะสารสำคัญชนิดนี้ไม่ละลายในไขมัน เมื่อกินกับกะทิจึงมีความปลอดภัยขึ้นนั่นเอง เพราะถ้าสารสำคัญที่เป็นอันตรายนั้น ละลายกับน้ำมากขึ้นก็จะถูกดูดซึมได้ง่ายขึ้นและเป็นอันตรายมากขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตามควรระมัดระวังอย่ากินมากเกินจำเป็น และหากเกิดอาการตามัวให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

สำหรับดองดึง ซึ่งผู้ที่อยู่ในวงการสมุนไพรรู้ดีว่านักวิชาการเขาจัดให้อยู่ในกลุ่ม พืชพิษ แต่มีดอกสวยงาม จึงน่ารู้จักดองดึงสักนิด ก่อนที่จะรู้ซึ้งถึงพิษ ดองดึงมีชื่อในภาษาอีสานหลายชื่อ ได้แก่ หอนขวน (หัวขวาน) พันมหา หรือหมอยหีย่า บางคนก็เรียกดองดึงขวาน ชื่อในภาษาอังกฤษที่เรียกกันทั่วไปก็มีชื่อเช่น กลอลี ลิลลี่ (Glory lily) ไคลมบิง ลิลลี่ (Climbling lily) หรือ กลอริโอซา ลิลลี่(Gloliosalily) หรือSUPERB LILY, TURK'S CAP

ในอดีตเราพบเห็นดองดึงได้ทั่วไปตามหัวไร่ปลายนา จากรายงานของกองพฤกษศาสตร์และวัชพืชให้ความรู้ว่าดองดึงเป็นพืชที่เจริญ ได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะตามชายหาดใกล้ ๆทะเล แต่ทุกวันนี้ใครไปเที่ยวทะเลรับรองว่าไม่เห็นดองดึงโต้ลมชม อาทิตย์ตกดินแน่นอน ดองดึงวันนี้จึงเป็นพืชที่หายากในธรรมชาติ ถ้าพูดตามภาษาวิชาการดองดึงเป็นพืชที่อยู่ในสภาวะถูกคุกคาม!

ดองดึงเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ที่มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย งอกงามได้ดีในช่วงฤดูฝน และจะลงหัวในฤดูแล้ง มีดอกสวยงามมาก กลีบดอก 6 กลีบเมื่อตูมมีสีเขียว แต่เมื่อบานกลีบดอกหยิกเป็นคลื่นไล่ระดับจากโคนกลีบที่สีเขียว ส้ม ส้มอมแดง และแดงที่ปลายกลีบ กลีบดอกเมื่อบานเต็มที่มีลักษณะหยิกเป็นคลื่น สวยงามมาก เวลานี้ได้ยินมาว่าประเทศญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยีด้านการตัดต่อยีนส์ จนสามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเฉพาะส่วนที่เป็นดอก แล้วผลิตออกมาเป็นกระเช้าดอกไม้ที่มีเฉพาะส่วนของดอกออกจำหน่าย โครงการหลวงก็มีการปลูกเพื่อผลิตดองดึงเป็นไม้ดอกออกจำหน่ายเช่นเดียวกัน นี่คือประโยชน์ของพืชพิษที่นักเล่นดอกไม้มองเห็น

ในทางยาคนอีสานแต่โบราณรู้ว่าดองดึงมีพิษ จึงใช้พิษให้เกิดประโยชน์โดยใช้หัวดองดึงเป็นยาเบื่อสุนัข โดยเอาส่วนหัว ซึ่งมีลักษณะเป็นรากสะสมอาหารมาทุบให้แหลกผสมกับข้าวเหนียวโยนให้สุนัขกิน ความเป็นพิษของดองดึงนี้หมอพื้นบ้านกล่าวว่า ถ้าคนรับประทาน(หัวดองดึง)เข้าไปภายในเวลา 2-6 ชั่วโมง จะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง และอาจมีถ่ายออกมาเป็นเลือดด้วย

การศึกษาความเป็นพิษของดองดึงพบว่า สารสกัดจากดองดึงที่สกัดด้วยแอลกอฮอล์ เมื่อนำมาผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ในขนาด0.125 กรัม/น้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม จะทำให้หนูทดลองตายลงร้อยละ 50 ถึงแม้ว่าดองดึงจะจัดว่าเป็นพืชพิษ แต่ถ้ารู้จักนำมาใช้ก็สามารถรักษาโรคได้ เช่นการรักษาโรคเรื้อน โรคคุดทะราดและไขข้ออักเสบ ในตำรับยาไทยจัดว่า หัวดองดึงเป็นยาที่ให้รสร้อนเมา ใช้ในการรักษาได้หลายชนิด เช่น แก้บาดแผล รักษาโรคผิวหนัง ขับผายลม แก้พรรดึก แก้ลมเป็นก้อน แก้ริดสีดวงแบบต่าง ๆ แก้ปวดเมื่อย แก้พิษสัตว์ต่าง ๆ นอกจากนี้เมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสมยังใช้เป็นยาขับพยาธิในวัว ควาย ได้อีกด้วย แต่การใช้รักษาโรคเหล่านี้ต้องอาศัยหมอพื้นบ้านที่ชำนาญ มิใช่นำมาใช้กันเอง

และจากการศึกษาทางวิชาการพบสารสำคัญหลายชนิดซึ่งมีในทุกส่วนของดองดึง แต่มีสารตัวหนึ่งที่สำคัญมากคือ สารโคชิซีน (colchicines) ซึ่งมีอยู่มากในส่วนของเมล็ดและหัว สารโคชิซีน เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการระงับการแบ่งเซลล์ ดังนั้นใน วงการแพทย์แผนปัจจุบันจึงนำสารโคชิซีนจากดองดึงมารักษามะเร็งบางชนิด ในวงการเกษตรยังใช้สารโคชิซีน กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมในพืช เพื่อให้ได้สายพันธุ์แปลก ๆ หรือสายพันธุ์ที่หลากหลายอีกด้วย จากการสังเกตดองดึงที่ปลูกไว้ในสวนจะเป็นที่โปรดปรานของหอยทากมาก และมีรายงานว่าใบของดองดึงเป็นที่โปรดปราน ของแมลงหลายชนิด ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า สัตว์เหล่านี้เมื่อกินใบดองดึงเข้าไปแล้วอาจเกิดการกลายพันธุ์ จึงมีความหลากหลาย ของพันธุ์เพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้าปลูกเป็นแปลงขนาดใหญ่จะต้องระมัดระวังผลกระทบต่อการกลายพันธุ์ของสัตว์ที่อยู่ในบริเวณนั้น ๆ ด้วย

ดองดึงเป็นพืชพิษแต่มีประโยชน์มากชนิดหนึ่ง คนไทยยังนำมาใช้เพื่อเป็นการค้าน้อยมาก เท่าที่ทราบกองพฤกษศาสตร์และวัชพืช กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำลังศึกษาการปลูกเพื่อเป็นการค้า และการผลิตโคชีซินเพื่อการแพทย์ รวมถึงการผลิตเป็นไม้ประดับ หากใครสนใจปลูกขอให้นำผลการศึกษาที่ว่า การนำส่วนหัวมาปลูกจะให้อัตราการเจริญเติบโตที่ดีกว่าการเพาะเมล็ด อย่างไรก็ตาม พบว่าสายพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศยังให้ผลผลิตน้อย จึงต้องศึกษาเพื่อการคัดสายพันธุ์ต่อไป ดองดึง สมุนไพรพืชพิษที่มีประโยชน์อีก
ชนิดหนึ่งที่รอการ “ปฏิรูป” ต่อไป.
ดองดึง ชื่อวิทยาศาสตร์ Gloriosa superba L.

กลับหน้าแรก


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003