ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

ของขวัญสร้างสุข

      แม้จะรณรงค์กันมาหลายปี แต่กระเช้าของขวัญตามห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์สโตร์
ก็ยังโชว์กระเช้าสุราให้เห็นกันจะๆ สงสัยผู้ขายจะใช้กลยุทธ์การตลาดที่ว่า กระเช้าหนึ่งใบสนองได้ ้ในคนทุกเพศวัยและหลากหลายรสนิยม ผู้ที่ชอบน้ำเมาฟรีๆ ก็แฮปปี้คว้าไปแต่ขวดกลมๆ ที่เหลือ
กาแฟ ผลไม้กระป๋อง ขนมคุ้กกี้ ฯลฯ ก็แบ่งกันตามความชอบ เรื่องแบบนี้จะรณรงค์กันครั้งสองครั้ง
ไม่ได้ผล ทุกๆปีจึงย้ำเตือนกันให้ใส่ใจของขวัญที่จะสร้างสุข อันหมายถึงสุขภาพทั้งกาย ใจ และ
รวมถึงสุขภาพของสังคม สิ่งแวดล้อมด้วย

      ในแวดวงสมุนไพรก็อยากเสนอของขวัญสร้างสุขให้ผู้อ่านได้ลองพิจารณาเลือกหา ซึ่งชุด
ของขวัญเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องหรูเริดหรือวัดค่ากันที่ราคาแพง ขอให้เลือกด้วยหัวใจที่อยากมอบ
สิ่งดีๆ แก่ผู้ที่รับ ซึ่งเชื่อได้เต็มร้อยว่าจะสร้างสุขทั้งผู้ให้และผู้รับแน่นอนขอแนะนำในสิ่งที่
ทางมูลนิธิสุขภาพไทยได้พยายามรณรงค์ และใช้องค์ความรู้เป็นรากฐานในการส่งเสริม ซึ่งขณะนี้ได้พันธมิตร เช่น เลมอนฟาร์ม ที่ตั้งใจเดินในเส้นทางส่งเสริมภูมิปัญญาไทย เกษตรปลอดสารพิษ และน้อมนำเศรษฐกิจแบบพอเพียงมาใช้ ได้เห็นคุณค่าของมูลนิธิสุขภาพไทย จึงนำสมุนไพรส่งเสริมสุขภาพไปช่วยรณรงค์ให้ของขวัญปีใหม่มีคุณค่าและประโยชน์ยิ่งขึ้น

      ดังเช่น ชาสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมไปไกลถึงชาวต่างชาติชิมรสแล้วต่างถูกอกถูกใจ และยังมีสรรพคุณเหมาะกับลมหนาวพัดโบกในเวลานี้ ที่ทำเอาร่างกายของเราจับไข้ได้ง่ายๆ ชาสมุนไพรตำรับนี้ใช้หลักการอายุรเวทในการปรุงรส เพราะอากาศหนาวๆ ต้องใช้สมุนไพร
ขับเหงื่อสู้ แต่สมุนไพรขับเหงื่อนั้นมีทั้งขับเหงื่อประเภทร้อน และขับเหงื่อประเภทเย็น
ถ้าเป็นเดือนเมษายน ใครเป็นไข้หวัดต้องการขับเหงื่อให้ไข้ทุเลาก็ต้องเลือกใช้สมุนไพร
ขับเหงื่อแบบเย็น เช่น เก็กฮวย หรือลูกผักช เป็นต้น แต่เดือนธันวาคมต่อมกราคมเช่นนี้ เลือกใช้สมุนไพรขับเหงื่อแบบเย็นไม่ได้ ต้องเลือกใช้สมุนไพรที่ให้รสไปในทางเผ็ดร้อน ซึ่งจะช่วยลดเสมหะและวาตะ และในขณะเดียวกันก็ไปเพิ่มปิตตะ อธิบายได้ง่ายว่า ยามลมหนาวพัดมาเมื่อร่างกายของเรามีความหนาวเย็นแล้ว ยังได้ความชื้นมาด้วย บวกกับลมแรงโบกพัดทำให้ความหนาวและความชื้นกระจายไปได้ง่าย สมุนไพรขับเหงื่อ
แบบร้อน จึงช่วยลดเสมหะและวาตะนั่นเอง และยังพึ่งพิงความร้อนของสมุนไพร
เพื่อเพิ่มปิตตะมาทำให้ร่างกายอบอุ่นนั่นเอง

      สมุนไพรที่มีสรรพคุณเด่นตามหลักทฤษฎีที่ว่านี้ ไม่ได้ลึกลับต้องไปเสาะหาในป่าลึก
หรือยอดเขาแต่อย่างใด เดินไปเปิดตู้เย็นก็พบ ขิง กะเพราะ หรือไปร้านขายเครื่องเทศซื้อ ลูกกระวาน กานพลู อบเชย ก็นำมาใช้เป็นสมุนไพรขับเหงื่อที่เหมาะกับฤดูหนาวยิ่งนัก ถ้าจะให้รสชาติกลมกล่อมเป็นชาตำรับอายุรเวท ซึ่งทางมูลนิธิสุขภาพไทยปรุงสูตรขึ้นเรียกว่า ชาวาตะนั้น ได้นำเอาสมุนไพรบางชนิดเหล่านี้มาบดแล้วผสมให้ได้สัดส่วนพอเหมาะ เพื่อคงฤทธิ์และสรรพคุณไว้ และรักษากลิ่นหอมชวนดื่มให้สมกับเครื่องดื่มร้อนที่ผสมผสาน
ระหว่างศาสตร์และศิลป์ไว้ในถ้วยใบน้อยๆ

      นอกจากขับเหงื่อสู้หนาวแล้ว อากาศที่แห้งตามลมหนาวและช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน
หลังจากทำงานอย่างเข้มข้นมาทั้งปี น้ำมันนวดตัวตามหลักอะโรม่าเทอราปีส์ เพื่อช่วยให้เกิด
การผ่อนคลายและกระตุ้นความสดชื่นเล็กๆ ในเวลาเดียวกันนั้นเป็นของขวัญที่เหมาะกับ
การส่งท้ายปีอีกชนิดหนึ่ง บางคนอาจเรียกสปากิ๊ฟเซ็ทก็ได้ แต่ชื่อเท่ๆ ไม่สำคัญเท่ากับ
ความรู้ที่คู่ไปกับของขวัญด้วย เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆ มีสรรพคุณที่แตกต่างกัน

      สูตรที่ทางมูลนิธิสุขภาพไทยนำมาใช้ในการอบรมเผยแพร่ และเป็นที่ถูกใจกับสมาชิก คือการนำเอาน้ำมันหอมระเหยไม่ต้องมากชนิดแต่ให้สรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันขิง ซึ่งมีผลดีต่อระบบประสาท และระบบย่อยอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่สำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่
ู่ของเรามาก น้ำมันกะเพราะ อันนี้ไม่ได้นำมาผัดกับข้าวใส่ไข่ดาวอาหารยอดฮิตของไทย แต่ถ้าย้อนอดีตในดินแดนอายุรเวท จะพบว่าชาวอินเดียและหมออายุรเวทนำกะเพราะมาใช้
้อย่างหลากหลายและมีประโยชน์มากๆ ขนาดชื่อภาษาอังกฤษยังเรียก Holy basil หรือเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทีเดียว สรรพคุณของกะเพราะมากมาย เรารู้จักใช้เป็นยากินแก้ท้องอืดเฟ้อ แต่ในแง่ของกลิ่นหอม ฝรั่งเขาพิสูจน์ว่ากลิ่นน้ำมันหอมของกะเพราะช่วยลดความตึงเครียดได้

น้ำมันเจอราเนียม อันนี้เป็นต้นไม้นอก แต่มีสรรพคุณเด่นช่วยสร้างสมดุลย์ให้กับร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์มาก และกลิ่นยอดฮิตลาเวนเดอร์ ที่ช่วยสร้างสมดุลย์คล้ายกันแล้ว ยังช่วย
ระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อหัวใจอีกด้วย น้ำมันปรุงกลิ่นที่อาศัยหลักวิชาการเหล่านี้ ทางมูลนิธิสุขภาพไทย ยังมีสูตรอีกมากมายที่ปรับใช้กับกิจกรรมนวดเด็กให้กับเด็กด้อยโอกาส ซึ่งมีอาสาสมัครไปช่วยกันนวดเด็กที่บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด จ.นนทบุรีด้วย

       ท่านที่เสาะหาของขวัญประเภท “ ของไม่ต้องใหญ่แต่ขอให้ได้ใช้ ” ซึ่งอาจดูเชยๆ ตามประสา
คนเคยผ่านวัยเด็กๆ ที่นำเอาสบู่ แชมพู ผ้าขนหนู ไปเป็นของขวัญจับฉลากที่โรงเรียน อยากแนะนำ สบู่ก้อนพองามทำมากับมือล้วนๆ หรือที่ฝรั่งเรียก Handmade สบู่ประเภทนี้ดีกว่าสบู่ในอุตสาหกรรม และยังผสมสมุนไพรเด่นเหมาะกับผิวพรรณ เช่น สบู่นมแพะ สบู่ถั่วเขียว สบู่งาดำ สบู่อัลมอน สบู่แครอท สบู่มะกรูด หรือสบู่อัญชัน เป็นต้น

หรือเป็นของขวัญที่มุ่งเน้นปัญญาและความรู้ หนังสือสมุนไพรของทางมูลนิธิฯ ก็เป็นของขวัญ
ที่สร้างสุขได้อย่างดีเช่นกัน ตัวอย่างเหล่านี้ ทางมูลนิธิสุขภาพไทยมิได้เปิดช็อปใหญ่โต เป็นเพียง
การรณรงค์จากแนวคิดสู่รูปธรรม ให้เป็นทางเลือกสำหรับคนคอเดียวกัน ที่ร่วมกันสร้าง
และส่งความสุขด้วยของขวัญเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

ท่านที่สนใจและต้องการสนับสนุนมูลนิธิสุขภาพไทย ติดต่อ โทร0-2589-4243 และ0-2591-8092 ขอบคุณล่วงหน้าจ้ะ

           

 


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003