ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

ข่า ดับกลิ่น ฆ่าเชื้อ แก้อักเสบ

    ข่าเป็นสมุนไพรที่คนไทยคุ้นเคยอย่างดี คนจำนวนมากจึงมองข้ามหรือรู้สึกว่าข่าเป็นพืชธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ถ้าลองทบทวนหวนคิดถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเราก็จะพบความแปลกใจ
ที่คนรุ่นก่อนช่างสรรหาพืชชนิดนี้มาเป็นสมุนไพรประจำครัวไทย เพราะเหตุผลง่ายๆแต่มีความสำคัญ
ต่ออาหารไทยที่โดดเด่นระดับโลก นั่นคือ ข่าเป็นพืชที่จัดเป็นเครื่องเทศที่มีความสามารถในการ
ดับกลิ่นคาวได้ดีเยี่ยม และยังเพิ่มรสชาติให้อร่อยอีกด้วย เช่น ถ้าจะทำลาบเนื้อให้อร่อยจะตำข่า
ผสมใส่ลงไปเล็กน้อย หรือแกงข่าไก่รสแซ่บ

    แต่ข่าที่คนไทยนำมาดับกลิ่นคาวในอาหารนี้ ปรากฏว่ามีผู้ใช้ในบางประเทศนำสรรพคุณของข่า
มาใช้ในการดับกลิ่นในร่างกาย เช่น ใช้น้ำต้มข่าทาตัวเพื่อระงับกลิ่นกาย และใช้รับประทานเพื่อ
ช่วยทำให้ลมหายใจดีขึ้นด้วย เหตุที่ข่ามีคุณสมบัติเช่นนี้เพราะข่าเป็นพืชอินเทรนด์จำพวกสมุนไพร
สปามีน้ำมันหอมระเหยหรืออะโรม่าอยู่จำนวนมากซึ่งนอกจากให้กลิ่นบำบัดแล้วยังมีสรรพคุณในการ
ช่วยย่อยและช่วยทำลายสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ พูดภาษาง่ายๆ ได้ว่าข่าเป็นยาแก้ท้องอืด
ที่ดีมากที่สุดตัวหนึ่ง และยังเป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร คือแก้อาการปวดเกร็งในท้อง แก้คลื่นไส้อาเจียน และแก้เมารถเมาเรือ ได้ด้วย

    ข่า ยังถือว่าเป็นยาบำรุงร่างกาย ช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศและช่วยทำให้การไหลเวียน
ของเลือดและการเผาผลาญของร่ายกายดีขึ้น และการที่ข่ามีน้ำมันหอมระเหย และจัดได้ว่ามีรสร้อน คุณสมบัตินี้มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินหายใจด้วย จึงมีการนำข่ามาใช้กับอาการหวัด ไอ เจ็บคอ ได้ดีอีกด้วย วิธีการใช้ข่ารักษาอาการดังกล่าว สามารถใช้วิธีง่ายๆ โดยการนำข่าแก่มาฝานตากแดด
ให้แห้ง แล้วนำมาบดหยาบๆ ใช้ผงข่าครึ่งช้อนชา ชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วย ทิ้งไว้ 10-15 นาที ดื่มครั้งละถ้วย วันละ 3 เวลาหรือถ้าจะให้ใช้สะดวกอาจนำผงข่าบรรจุแคปซูลเก็บไว้กินก็ได้
้แล้วแต่ความนิยม

    นอกจากนี้ ข่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียได้ดี และข่ายังเป็นตำรับยา
แก้กลากเกลื้อนที่ใช้งานได้ดีไม่ทำให้เปรอะเปื้อนเลอะเทอะเนื้อตัวและเสื้อผ้า ถ้าเปรียบเทียบ
กับยาชุมเห็ดเทศแก้กลากเกลื้อน ข่าก็ใช้งานได้สะดวกกว่า และถ้าเปรียบเทียบกับกระเทียม
ซึ่งแก้กลากเกลื้อนเช่นกัน ข่าก็ไม่มีกลิ่นเหม็นฉุนเหมือนกระเทียม ข่าจึงเป็นที่นิยมในการใช้
้เป็นยารักษากลากเกลื้อน และใช้แก้ลมพิษ โดยตำข่าแก่ๆ ที่มีอายุเกิน 1 ปี ให้ละเอียด
เติมเหล้าขาวพอท่วมตัวยาทิ้งไว้สักคืนก็นำมาใช้ได้เลย

     ข่า เป็นพืชตระกูลเดียวกับไพล ขมิ้น ขิง สรรพคุณที่สำคัญของสมุนไพรในกลุ่มนี้ คือการแก้อักเสบแก้ปวด สมัยก่อนเวลาที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อ เท้าแพลง บางครั้งก็ใช้ไพล บางครั้งก็ใช้ข่านำมาตำพอก ซึ่งข่าอาจจะเหนือกว่าไพลและขมิ้นตรงที่สมุนไพรสองชนิดหลังนี้
ี้ให้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีย้อมผ้าได้จึงสร้างความยุ่งยากเวลานำมาใช้จริง เพราะทำให้ซักล้าง
ออกได้ยาก โรงพยาบาลและสถานบริการนวดหลายแห่งที่เปิดให้บริการแพทย์แผนไทย ถ้าต้องการแก้ปัญหาสีเหลืองที่เปื้อนติดผ้าอยากจะเปลี่ยนมาใช้ข่าแทนก็มีสรรพคุณคล้าย
กับไพลและขมิ้นเช่นกัน และยังอาจได้ลูกประคบแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร หรือถ้าเราช่วยกัน
ศึกษาใหม่มากขึ้น ก็จะพบว่าบ้านเมืองเรามีพืชตระกูลขิงอีกหลายชนิดที่ไม่ได้มีสีเหลือง แต่มีสรรพคุณในการแก้อักเสบแก้ปวดได้เช่นเดียวกัน ก็จะทำให้โอกาสของสมุนไพรดียิ่งขึ้น

     ข่า จึงไม่ใช่แค่ส่วนผสมสำคัญของเครื่องแกง ต้มยำ ต้มข่า แจ่วบอง ฯลฯ เท่านั้น การศึกษาขณะนี้ยังพบว่าข่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เมื่อไม่นานมานี้มีการศึกษา
พบว่าในข่า มีสารสำคัญคือ 1'-acetoxychavicol acetate (ACA) มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิด
มะเร็งจากการเหนี่ยวนำของสารเคมีที่เป็นสารก่อมะเร็งการกินข่าก็เหมือนการกินยาป้องกัน
มะเร็งไปในตัวด้วย

     จากคุณสมบัติของข่ามากมายจึงเป็นสิ่งท้าทายการประดิษฐ์คิดค้นต่อยอดเป็นอย่างยิ่ง เพราะข่าปลูกง่ายมากๆ การประดิษฐ์คิดค้นเพื่อให้เกิดประโยชน์นั้นบางครั้งไม่ต้องการ
เทคโนโลยีชั้นสูงนัก เช่นการผลิตข่าในรูปแบบชาชงร้อนๆ หรือเครื่องดื่มข่าผสมมะนาว
ก็ได้รสอร่อยดีทีเดียว การทำลูกประคบข่า การทำในรูปทิงเจอร์ข่าแก้กลากเกลื้อน หรืออย่างโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรทำสเปรย์ข่าดับกลิ่นเท้า เพราะข่ามีสรรพคุณ
ในการดับกลิ่น และมีสรรพคุณในการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด แก้ปวด แก้อักเสบ
ฆ่าเชื้อโรค จึงเหมาะกับเท้าซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักและยังต้องอุดอู้อยู่ในรองเท้า

อาหารไทยเลื่องลือไปทั่วโลกเพราะรสชาติและคุณค่าในพืชผักเครื่องปรุง ยาสมุนไพร
ของเราก็สามารถสร้างชื่อและช่วยเหลือมนุษยชาติตามชุมชนต่างๆ ของโลกได้ ถ้าเราร่วมแรงใจกันส่งเสริมการใช้ เร่งศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003