ผลไม้ไทย สมุนไพรสารพัดประโยชน์
ผู้อ่านลองทายเล่นๆ ดูว่า สมุนไพรมากคุณค่าที่เป็นผลไม้ไทยนี้คืออะไร ?
คำตอบง่ายๆ แบบ ปอกกล้วยเข้าปาก นั่นคือ กล้วย ! ท่านอาจนึกสงสัยว่า เคยเดินทางไปหลายประเทศต่างทวีปก็เห็นและกินกล้วยได้ไม่ยาก แล้วคนไทยจะมาตู่อ้างว่ากล้วยเป็นผลไม้ของไทยได้อย่างไร ?
ขณะนี้เป็นที่ยอมรับในวงการพฤกษศาสตร์แล้วว่า ดินแดนแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมืองไทยของเราถือเป็นถิ่นกำเนิดของกล้วย และยังมีความหลายหลายทางพันธุ์กรรมอย่างยิ่ง ใครที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ เหมือนกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ย่อมพบเห็นพันธุ์กล้วยป่าแปลกๆ แม้กล้วยบ้านที่นำมาปลูกก็ยังมีหลายพันธุ์ด้วย
ในความหลากหลายของพันธุ์ กล้วยยังเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ด้วย และควรยกย่อง
ให้เป็นยาสามัญประจำบ้านตัวจริงเสียงจริง ถ้าพูดให้อินเทรนด์กับกระแสอาหารเสริมต่างๆ กล้วยจัดเป็นอาหารเสริมตามธรรมชาติที่ราคาถูกและมีประโยชน์อย่างที่ท่านนึกไม่ถึง
มองในมุมยาสมุนไพร มีข้อมูลพบว่า กล้วยมีฤทธิ์ป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะ
อาหาร ซึ่งมีการศึกษาในสัตว์ทดลองหลายครั้ง พบว่ากล้วยนั้นมีสรรพคุณนี้จริง เช่น การทดลองให้หนูกินกล้วยหักมุกดิบ ขนาด 5 กรัม/วัน นาน 2 วันจะป้องกันการเกิดแผล
(erosion) ในกระเพาะอาหารจากแอสไพรินได้ และหนูถีบจักรที่กินอาหารผสมกล้วย
ก่อนถูกทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารด้วยฮีสตามีน 1 สัปดาห์ จะลดการเกิดแผลได้
ความรู้เรื่องเหล่านี้มีชาวบ้านรู้จักนำกล้วยมาแก้โรคกระเพาะก่อนนักวิชาการเขาทำการ
ศึกษาเสียอีก วิธีการของชาวบ้านจะใช้ กล้วยหักมุกดิบ นำมาปอกเปลือก แล้วฝานเป็น
แผ่นบางๆ คล้ายๆ กับที่ทำกล้วยแขกแต่บางกว่า แล้วนำไปตากแดดแต่อย่าให้โดนแดด
จัดไป เช่น ช่วงเที่ยงๆ ถึงบ่ายโมงให้เก็บเข้าร่มก่อน เมื่อกล้วยแห้งดีแล้วนำไปบดผง ใช้ผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ดกิน ครั้งละ 3-4 เม็ด กินก่อนอาหารทุกมื้อและก่อนนอน หรือจะนำผงกล้วย สัก 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำผึ้งเล็กน้อยแล้วกินก็ได้
บางท่านที่หากล้วยหักมุกไม่ได้ จากประสบการณ์การใช้ก็สามารถใช้ กล้วยน้ำว้าดิบ นำมาทำในลักษณะเดียวกันได้ นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ที่อิงกับตำรายาสมุนไพร
ของชาวอินเดีย ที่ใช้กล้วยสุกแก้โรคกระเพาะได้ ซึ่งตำรากล่าวไว้ดังนี้ กล้วยสุก
ช่วยให้แผลในลำไส้หายเร็วขึ้นในคนที่ป่วยเป็นลำไส้อักเสบเนื่องจากเป็นแผล ความรู้นี้สั่งสมในวิถีชีวิตชาวไทยจำนวนมาก จึงไม่น่าแปลกที่พบผู้เฒ่าแม่แก่นิยมกิน กล้วยน้ำว้าสุก ใช้เป็นยาสำหรับกระเพาะลำไส้ จากการเก็บข้อมูลพบว่า ใช้วิธีกินกล้วย
น้ำว้าสุกไปจนถึงสุกงอมที่คิดว่าจะโยนทิ้งแล้วนั้นก็ยังถือเป็นยาได้ ให้กินวันละ 3 ครั้งๆ
ละ 1-2 ลูก ก่อนอาหาร ? - 1 ชั่วโมง
กล้วยยังมีสรรพคุณเด่นอีก 2 ประการ คือ เป็นยาแก้ท้องผูก เนื่องจากกล้วยมีสาร
เพ็ตตินอยู่จำนวนมาก ซึ่งเป็นกากใยอาหารช่วยในการขับถ่าย วิธีการกินกล้วยก็มีความสำคัญ เนื่องจากบางท่านที่มีอาการท้องผูกแล้วคิดว่ากินกล้วยแค่ลูกสองลูกแล้วจะถ่ายคล่องทันทีนั้น
เป็นไปไม่ได้ เราจะต้องฝึกกินกล้วยอย่างสม่ำเสมอ วันหนึ่งกิน 2- 6 ลูกแล้วแต่ท้องผูกมากน้อย เช่น แบ่งกินตามมื้ออาหาร 1-2 ลูก และก่อนนอน 1 ลูก และควรกินต่อเนื่องสักระยะเช่น 1-2 สัปดาห์
เคล็ดลับสำคัญ ควรเลือกกล้วยสุก เพราะในกล้วยดิบมีรสฝาดซึ่งจะมีสารแทนนิน
ที่ทำให้ท้องผูกได้ ดังนั้นในมุมกลับกัน หากมีอาการท้องเสียไม่มากนั้นให้กินกล้วยดิบๆ จะช่วยแก้ท้องเสียได้ และในกล้วยยังมีสารออกฤทธิ์ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุอาการท้องเสีย เช่น Escherichia coli, Bacillus subtilis และแบคทีเรียที่ทำ
ให้เกิดโรคทัยฟอยด์ได้ด้วย
ลองมาดูกล้วยในมุมอาหารเสริมดูบ้าง ประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจมาก เช่น ลองสังเกตนักกีฬาเทนนิส พอแข่งไปหลายแมตช์จะหยิบกล้วยมาหม่ำๆ เต็มกระพุ้งแก้ม
เวลาพัก เพราะกล้วยเป็นแหล่งให้พลังงานจากธรรมชาติที่ดีเยี่ยม ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้
ทันที ในกล้วยมีน้ำตาลตามธรรมชาติถึง 3 ชนิด คือ ซูโครส( sucrose) ฟรุตโตส( fructose) และกลูโคส (glucose) มีวิตามินอีกเพียบและมีใยอาหารอยู่ด้วย มีการศึกษาพบว่า
กล้วยแค่ 2 ลูก เติมพลังสำหรับผู้ต้องทำงานหนักๆ ได้ 90 นาที ในภูมิปัญญาจีน
ใช้ลูกกล้วยดิบแก่นึ่งให้สุก นำมาตากแห้ง บดผง เก็บไว้กินเป็นยาบำรุงกำลัง
พลังกล้วยนี้ไม่ใช่ให้แค่ แรงกาย อย่างเดียว แต่มีการศึกษาในโรงเรียนแห่งหนึ่ง
กับนักเรียน 200 คน พบว่า เมื่อให้เด็กกินกล้วยพร้อมอาหารเช้า กินในช่วงพักและกินตอน
อาหารเที่ยงด้วย กล้วยซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน เอ บี ซี และที่มีมากๆ คือ ธาตุโปแตสเซี่ยม ซึ่งช่วยให้พลังสมองเกิดการตื่นตัวที่จะเรียนรู้ด้วย ธาตุโปแตสเซี่ยมในกล้วยยังช่วยแก้
อาการตะคริวได้ดี นักเรียนหรือนักกีฬาที่เล่นจนร่างกายขาดโปสแตสเซี่ยม ให้ลองนำกล้วยมาปั่นเป็นน้ำผลไม้ดื่มสักแก้วจะช่วยคลายกล้ามเนื้อได้อย่างดี
นอกจากนี้ในกล้วยยังมีสารจำพวก Tryptophan ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่เมื่อกินเข้า
ไปแล้วจะช่วยให้ร่างกายสร้างสารที่เรียกว่า Serotonin ซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกาย
ของเราผ่อนคลาย อารมณ์ดีมีสุข และช่วยให้เรานอนหลับพักผ่อนดีขึ้น บางคนตั้งใจ
กินกล้วยเพิ่มพลังเพศให้คึกคัก เนื่องจาก Serotonin ช่วยผ่อนคลายความกังวล
นอนหลับเต็มอิ่ม อะไรๆ ก็เลยหอมหวานสดชื่นนั่นเอง
กล้วยยังเหมาะกับสตรีอย่างยิ่ง เนื่องจากกล้วยมีธาตุเหล็กจำนวนมาก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างและบำรุงเลือด ผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ขาดธาตุเหล็กเพราะ
ทุกๆ เดือนต้องเสียเลือดไปกับการมีประจำเดือน ถ้าได้กินกล้วยเป็นอาหารเสริมอยู่
เสมอๆ ก็จะช่วยได้ดี และยังพบว่าผู้หญิงบางรายมีอาการแปลกๆ ก่อนการมีประจำเดือน
( PMS,Premenstrual sysdrome) ถ้าได้กินกล้วยซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงนี้ ก็จะช่วยลดอาการเช่นว่าได้ ดีกว่าไปกินยาสารสังเคราะห์
กลัวยยังมีประโยชน์อีกหลายชนิด ใช้เป็นตำรับยาอายุวัฒนะของไทยแต่โบราณ
ใช้บำรุงน้ำนม เป็นยาช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งจะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป
จากนี้ไปใครที่หิ้วกล้วยมาฝาก อย่าไปคิดว่าเชย และไม่ ชิว ชิว
เป็นเรื่องเล็กๆ อีกต่อไป เพราะผู้ให้เขาเห็นค่าและปรารถนาดีต่อผู้รับอย่างยิ่ง ... วันนี้คุณกินกล้วยหรือยัง ?