ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

สมุนไพร ช่วยคนไทยไกลทุกข์ หรือใกล้ทุกข์ ?

          ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ ๓๕ ที่เพิ่งจบลงไปไม่กี่วัน นอกจากหนังสือดีๆ ที่ขายกันแบบสวนกระแสเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแล้ว ในงานยังมีการแจกหนังสือฟรีอยู่เล่มหนึ่ง
ชื่อ “ คนไทย ไกลทุกข์ ” คู่คิดสร้างสุข พ.ศ.๒๕๕๐ สำหรับทุกคนในครอบครัว จัดพิมพ์โดยโครงการหนังสือสร้างสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ซึ่งคณะผู้เรียบเรียงและจัดทำมีความสามารถอย่างดีในการนำข้อมูลจากรายงานสุขภาพคนไทย ๒๕๕๐ และชุดข้อมูลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ นำเสนอออกมาเป็นพ็อคเก็ตบุคน่าอ่าน แสดงตัวเลข และสถานการณ์สุขและทุกข์ของคนไทยได้อย่างดี

        มีข้อมูลอยู่สองเรื่อง ที่ไม่ได้ต่อเนื่องกันแต่เมื่ออ่านแล้วพบว่าเป็นเรื่องราวที่โยงใยกัน เหมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน นั่นคือ “ อาหารเสริม ” กับ “ อาหารไทย ” ! อาหารสองเวอร์ชั่นนี้มักมี “ สมุนไพร ” เป็นตัวชูโรงเสียด้วย จึงน่าจะวิเคราะห์เจาะลึกว่า สมุนไพรช่วยคนไทยไกลทุกข์ หรือใกล้ทุกข์กันแน่ ?

        ในแต่ละปีคนไทยใช้ชีวิตมือเติบยอมควักเงินซื้อ “ อาหารเสริม ” ปีละกว่า
๒ หมื่นล้านบาทอย่างไม่น่าเชื่อ มูลค่ามหาศาลนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยห่วงใย
สุขภาพตนเอง และตระหนักถึง “ สร้างนำซ่อม ” จริงหรือไม่ ? หรือเพราะระบบ
การตลาดของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีความมหัศจรรย์พันลึก สามารถเนรมิตร
ให้คนไทยลุ่มหลงคล้อยตามการโฆษณาและการส่งเสริมการขาย ซึ่งใช้การทุ่ม
งบกว่าปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท และอาจจะมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าดูการขึ้นทะเบียน
อาหารเสริมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ข้อมูลเมื่อเดือน
ตุลาคม ๒๕๔๙ มีประมาณ ๕,๐๐๐ ทะเบียน หนึ่งในสามนำเข้าจากต่างประเทศ นี่ย่อมแสดงให้เห็นถึงผู้บริโภคชาวไทยอ้าแขนรับตลาดอาหารเสริมอย่างเต็มที่

        ยิ่งคนไทยพันธุ์ใหม่ใช้ชีวิตแบบ “ สุดๆ ” ทุกด้าน และนับถือทุนนิยม
และบริโภคนิยมสุดตัวเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเมื่อทำงานหรือเที่ยวเล่น
ก็จะทุ่มกันสุดๆ เต็มพิกัด พอหมดแรงก็หันมาพึ่งตัวช่วย ที่หาซื้อง่าย ใช้สะดวก เหมาะกับชีวิตแสนสบาย เข้าตามตำราของลัทธิบริโภคนิยม นั่นคือ อาหารเสริม นั่นเอง และถ้ารวมเอาความ “ กลัวแก่ ” “ กลัวอ้วน ” “ กลัวโง่(กลัวความจำด้อยกว่าคนอื่น) ”
“ กลัวไม่สวย ” ฯลฯ ก็ยิ่งทำให้อาหารเสริมขายดีดี๊ดีขึ้นไปอีก

แต่สุขภาพคนไทยดีขึ้น หรือไกลทุกข์จริงหรือ ?
หรือใกล้ทุกข์เพราะหมดเงินทองที่จ่ายไป !

        ในอีกด้านหนึ่งของเหรียญ “ สมุนไพร ” ที่ไม่ใช่อาหารเสริม แต่คือ อาหารไทย ซึ่งในเวลานี้คนทั่วโลกยอมรับว่า อาหารไทยคืออาหารสุขภาพของแท้ และสามารถอธิบายได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์อย่างน้อย ๒ มิติ คือ
๑. คุณค่าทางโภชนาการ
อาหารไทยมีความสมดุลครบ ๕ หมู่ได้ในอาหารจานเดียว มีคาร์โบไฮเดรท โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะไขมันที่กลัวกันนัก อาหารไทยจะมีไขมันพอประมาณ เนื่องจากการปรุงอาหารไทยไม่ได้เน้นการทอดด้วยน้ำมัน แต่มีความหลากหลายในการปรุงอาหารทั้งการต้ม ปิ้ง ย่าง ยำ นึ่ง และอาหารไทยยังมีมากในสิ่งที่อาหารฝรั่งเขาขาด คือใยอาหารจากพืชผักพื้นบ้าน

๒.สรรพคุณในด้านสมุนไพร ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดและเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย
โดยเฉพาะ น้ำพริก และเครื่องแกงต่างๆ ที่ปรุงมาจากสมุนไพร เครื่องเทศหลายชนิด และยังมีผักพื้นบ้าน ผลไม้พื้นเมืองอีกมากมายที่นำมาปรุงเป็นอาหารอันโอชะ
ที่อุดมไปด้วยสรรพคุณที่วงการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ให้ความสำคัญ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ สารช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน สารในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ นอกจากนี้ถ้าอธิบายตามหลักรสยาไทย อาหารไทยยังมีหลายรสในจานเดียวกัน
ไม่ใช่มีแต่เผ็ด หรือมัน แต่มีเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ฝาด ร้อน ผสมให้อาหารไทย
รสชาติกลมกล่อมและได้รสยาจากผักเคียง ผักจิ้มน้ำพริกเหล่านี้

         ด้วยเหตุผลนี้ ปัจจุบันมีการรณรงค์ให้กินเมนูสุขภาพ ซึ่งได้มาจากการสำรวจ
อาหารไทยในภาคต่างๆ กว่า ๖๐๐ เมนู แล้วทำการคัดเลือกเพื่อนำมาส่งเสริมการบริโภค โดยให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่ เมนูที่แนะนำนี้ใช้ได้ทั้งผู้ที่กินอาหารนอกบ้าน
หรือปรุงกินเองในครอบครัว เป็นเมนูอาหารสุขภาพแบบอาหารจานเดียว เหมาะกับวิถีชีวิตทั่วไปของคนไทย ตัวอย่างเมนูอาหารสุขภาพแยกตามภูมิภาค เช่น

ภาคใต้ ข้าวยำปักษ์ใต้ ข้าวราดแกงไตปลา ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ ข้าวราดแกงส้มปลาสำลี

ภาคเหนือ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ปลาช่อนนึ่งน้ำพริกหนุ่ม ต้มไก่ใบมะขามอ่อน ข้าวราดแกงขี้เหล็กปลาย่าง

ภาคกลาง ข้าวราดแกงป่าไก่ แกงเลียง ต้มยำกุ้ง ปลาช่อนเผาสะเดาน้ำปลาหวาน

ภาคอีสาน ข้าวราดแกงหอยใบชะพลู ข้าวราดแกงหน่อไม้ไก่ ลาบปลาเนื้ออ่อน ส้มตำปลาร้าสุก

       รายการอาหารที่ยกมานี้เพียบพร้อมด้วยคุณค่าสมุนไพร และมีรสชาติอร่อย
ถูกปากคนไทยทั่วไป แต่น่าเสียดายที่คนวัยรุ่นส่วนใหญ่หันไปนิยมอาหารฟาต์สฟูด ถ้าชักชวนคนหนุ่มสาวกินอาหารไทยเป็นประจำรับรองสุขภาพแข็งแรงและไม่อ้วนแน่ เหมือนกับสาวๆ รสนิยมสูงกลุ่มหนึ่งที่ชอบเดินห้างหรูสยามพารากอน แล้วแวะร้านน้ำพริกไฮโซซื้อกลับไปกินกับผักเป็นประจำ เธอยืนยันว่า เลือกกินน้ำพริก เพราะรักษาทรวดทรงไม่มีอ้วน และกินแล้วขับถ่ายดี ผิวพรรณผุดผ่อง

        เที่ยวสงกรานต์หรือเดินทางกลับถิ่นฐานบ้านเกิดทั่วทุกภาคไทย อย่าลืมชิม
รสอาหารพื้นบ้านของเรา อาหารเพื่อสุขภาพราคาประหยัดแต่มากด้วยประโยชน์ ท่านใดที่พักผ่อนอยู่กับบ้าน จะลุกขึ้นมาทำอาหารไทยกินเอง เพื่อร่วมฉลองปีใหม่ไทยก็เท่ากับให้รางวัลกับสุขภาพตนเองนะจ๊ะ.

 

        

 

   

 


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003