หญ้าหนวดแมว แก้โรคคมช. ฉี่ไม่สุด

เมื่อเร็วๆนี้เป็นที่ฮือฮากัน เมื่อป๋าเสนาะ เทียนทอง สวมมาดหมอเหนาะอดีตรัฐมนตรี
ีกระทรวงสาธารณสุข วินิจฉัยคมช. ว่าเป็นโรคฉี่ไม่สุด ซึ่งท่านประธานคมช.ก็ออกมายืดอก
รับอย่างชายชาติทหารว่าพวกท่านมีอาการฉี่ไม่สุดจริงๆ
อาการแค่นี้ไม่ต้องวิตก เพราะโรคฉี่ไม่สุดหรือปัสสาวะขัดเป็นอาการที่เป็นกันมาก
ในหมู่ผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนอย่างนี้ร่างกายเสียเหงื่อมาก ทำให้ปัสสาวะออกน้อย หรือ กระปริบกระปรอย อาจเกิดนิ่วในไตและในทางเดินปัสสาวะได้ สังเกตได้ว่าในถิ่นที่แห้งแล้งกันดารขาดน้ำอย่างภาคอีสาน คนจะเป็นโรคนิ่วไตกันมาก แต่ก่อนเคยเข้าใจกันว่าคนอีสานเป็นนิ่วหินปูนกันมากเพราะดื่มน้ำที่มีหินปูน ภายหลังจึง
พบว่าไม่ใช่สาเหตุนั้นหากเกิดจากการขาดน้ำและขาดอาหารมากกว่า ซึ่งทำให้คนอีสาน
มีภาวะขาดโปแตสเซียมและภาวะซิเตรทต่ำ เนื่องจากซิเตรทในปัสสาวะเป็นตัวสำคัญที่
ยับยั้งการเกิดนิ่ว ดังนั้นการมีระดับซิเตรทต่ำ ก็จะเพิ่มโอกาสในการตกตระกอนของเกลือ
แคลเซียม ซึ่งทำให้เกิดนิ่วหินปูน และยิ่งร่างกายขาดโปแตสเซียมอีกตัว โอกาสเสี่ยงต่อ
การเป็นนิ่วไตก็ยิ่งสูงขึ้นอีก เพราะโปแตสเซียมมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ และขับนิ่วในไตได้
ความจริงชาวบ้านก็รู้จักใช้หญ้าหนวดแมว แก้โรคปัสสาวะขัดและแก้นิ่วไตมานานแล้ว
และเป็นเวลา 20 ปีมาแล้วโรงพยาบาลรามาธิบดีเองก็ได้นำสมุนไพรตัวนี้มาใช้เป็นยารักษา
ผู้ป่วยโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต นิ่วในท่อไตและในกระเพาะปัสสาวะ ฯลฯ โดยศาสตราจารย์นพ.วีระสิงห์ เมืองมั่น ได้รู้จักหญ้าหนวดแมวจากคนไข้ จึงนำมาวิจัยพบว่า
มีเกลือโปแตสเซียมเป็นยาช่วยขับปัสสาวะ ขับนิ่วไตได้
ต่อมาล่าสุดในปี 2541 มีกลุ่มนักวิจัยรุ่นใหม่ทำการวิจัยต่อยอดชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก โดยทำการศึกษาเปรียบเทียบฤทธิ์ในการละลายนิ่วไตระหว่างหญ้าหนวดแมว กับ ยาฝรั่ง ชื่อโซเดียม โปแตสเซียม ซิเตรท พบว่าหญ้าหนวดแมวมีฤทธิ์ในการละลายนิ่วน้อยกว่า
ยาฝรั่งเล็กน้อย แต่ไม่มีผลเสียข้างเคียงเลย คือไม่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร เหมือนกับยาฝรั่ง
การศึกษาเปรียบเทียบนี้ทำกับกลุ่มผู้ป่วยนิ่วไตอาสาสมัครในเขตอำเภอน้ำพองและ
อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยผู้ป่วยทุกคนต้องมีก้อนนิ่วอย่างน้อย 1 ก้อน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตรขึ้นไปและมีกลุ่มอาการ อีสานรวมมิตร ร่วมด้วย
อย่างชัดเจนคือ ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย แน่นท้อง ร้อนวูบวาบ
บริเวณสีข้าง ผู้ป่วยจำนวน 48 คนมีอายุระหว่าง 20-60 ปี มีผู้หญิงมากว่าผู้ชาย 2 คน และที่สำคัญต้องไม่มีประวัติเป็นโรคหัวใจ
การศึกษาติดตามอาการใช้เวลาถึง 18 เดือน โดย 2 เดือนแรกกลุ่มที่ใช้ยาสมุนไพร
จะหายจากกลุ่มอาการ อีสานรวมมิตร ถึง 90% และกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยาฝรั่งขอออกจาก
โครงการวิจัยไปถึง 5 รายเนื่องจากทนพิษข้างเคียงของยาฝรั่งไม่ไหว ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยาสมุนไพรขอออกจากโครงการไป 2 คน เพราะเห็นว่าตัวเองหายป่วยแล้ว
จากการศึกษาวิจัยนี้มีการตรวจวัดขนาดก้อนนิ่วด้วยอุลตราซาวด์ ตรวจปัสสาวะสดหาค่า
สารต่างๆ เช่น แคลเซียม กรดยูริก โปแตสเซียม ซิเตรท โปรตีน เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง ฯลฯ ซ้ำยังบันทึกวีดีโอเทปขณะตรวจอุลตราซาวด์วัดขนาดก้อนเนื้อทุกครั้งไว้เป็นหลักฐาน
วิธีใช้ยาสมุนไพรตามมาตรฐานของการวิจัย คือชาหญ้าหนวดแมวแห้งสนิทด้วยแสงแดดและอบไฟฟ้าบดเป็นผงบรรจุในซองกระดาษกรอง ซองละ 2.5 กรัม การชงชาจะหย่อนถุงชาลงในน้ำเดือดปริมาณ 250 มิลลิลิตร รอดื่มขณะอุ่น โดยดื่มชาสมุนไพรวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นก่อนอาหาร ไม่ต้องกินวันละ 3 เวลาเหมือนยาฝรั่ง ซึ่งต้องกินปริมาณมากกว่าครั้งละ 5 -10 กรัม
การที่ไม่รับผู้ป่วยโรคหัวใจเป็นอาสาสมัครในโครงการวิจัยเพราะเกรงว่าโปแตสเซียมในหญ้า
หนวดแมวและในยาฝรั่ง จะกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วผิดปกติ แต่ถ้าใช้สมุนไพรในขนาดและวิธีชง
ดังกล่าว รับรองไม่มีผลเสียข้างเคียงต่อหัวใจของคนหัวใจปกติ
ต้องขอบอกกล่าวเพิ่มเติมว่าชาหญ้าหนวดแมวมิใช่ช่วยขับนิ่วไตชนิดแคลเซียมของคนจน
ชาวอีสานเท่านั้น แต่ยังช่วยขับนิ่วของคนรวยด้วย คือคนที่กินอาหารประเภทหมู เป็ด ไก่ มักจะมีสารยูริกมาก ทำให้เกิดนิ่วยูริกในระบบปัสสาวะ ซึ่งฤทธิ์ด่างของชาหญ้าหนวดแมว ช่วยสลายกรดยูริกได้อย่างสบายๆ ดังนั้นชาหญ้าหนวดแมวจึงเป็นยาทั้งรักษาและป้องกัน
การเกิดนิ่ว ทั้งนิ่วคนจนและนิ่วคนรวย คือซิเตรทในหญ้าหนวดแมวจะช่วยป้องกันการสั่งสม
ตะกอนแคลเซี่ยมซึ่งทำให้เกิดนิ่วหินปูนในคนจน ในขณะที่โปแตสเซี่ยมสารอีกตัวหนึ่ง
ในหญ้าหนวดแมว ซึ่งเป็นด่าง จะช่วยสลายความเป็นกรดของยูริก ป้องกันการเกิดนิ่ว
ยูริกของคนกินดีอยู่ดี
อย่างไรก็ตามถึงมียาสมุนไพรดีๆที่ช่วยแก้และกันนิ่วอย่างหญ้าหนวดแมวแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องไม่ลืมหลักสุขอนามัย ป้องกันง่ายๆคือ ห้ามกินหน่อไม้ เครื่องดองของเมาทุกชนิด รวมทั้งอาหารจำพวกสัตว์ปีกและเครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะในวันอากาศร้อนจัดอย่างนี้ ต้องดื่มน้ำเพิ่มเป็นวันละ 10 แก้ว โดยจะชงชาหญ้าหนวดแมวแจมไปด้วยครั้งละ 1 แก้ว
เช้า เย็น เพื่อช่วยขับปัสสาวะประจำวัน ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วแก้ลำกล้องขัดไม่ทัน จริงไหมครับท่าน คมช.