หมองูแห่งเมืองคอน
เมืองคอนหรือจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเมืองที่คนทั่วประเทศหรืออาจรวมชาวต่างชาติ
ิอีกจำนวนมากอยากมาท่องเที่ยวแนวใหม่ เรียกว่าเที่ยวเชิง สะสมวัตถุมงคล เพราะนอกจากชมเมืองไหว้พระไหว้พระธาตุแล้ว มาถึงถิ่นต้นกำเนิดทั้งที
ีก็คงอยาก
บูชาองค์จตุคามรามเทพไว้กับตัวบ้าง แต่เมืองนครแห่งนี้ยังมีของดีอีกมาก ซึ่งแสดง
ให้เห็นถึงการอุทิศตัว ความเสียสละ และการช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ ซึ่งสัมผัส
กับได้กับเลือดเนื้อและชีวิตจริง
จึงขอนำเรื่องราวของหมอพื้นบ้านท่านหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง หมอ สมนึก จันทรประสูตร
ปัจจุบันอายุ ๕๙ ปี อยู่ที่บ้านกาชาดอุทิศ วัดพรหมโลก หมู่ 1 ต. พรหมโลก อ. พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ที่แห่งนี้คล้ายบ้านผสมโรงหมอซึ่งท่านเปิดรับดูแลผู้ป่วยที่ถูกงูพิษกัด
ตลอด ๒๔ ชม. และตลอดระยะเวลาเกือบ ๒๕ ปี ได้รักษาผู้ป่วยจากงูพิษกัดมาแล้วกว่า
๔,๐๐๐ ราย รักษาอาการพิษจากงูทุกชนิด ตั้งแต่อาการงูพิษกัดใหม่ๆ จนกระทั่งอาการ
เกิดแผลเน่าเปื่อยจากพิษงู รวมทั้งอาการพิษสะสมแล้วกลับมาเป็นใหม่ได้ด้วย
ผู้อ่านที่ติดตามรายการ คนค้นคน เมื่อก่อนวันสงกรานต์ที่ผ่านมาคงได้พบตัวจริง
ของหมอสมนึกผ่านจอโทรทัศน์ไปแล้วภายใต้ตอน หมองูแห่งพรหมคีรี แต่ผู้ที่ควร
ได้รับการกล่าวถึงและมีส่วนสำคัญในการเปิดเผยเรื่องราวชีวิตและผลงานของหมอยาพื้นบ้าน
คนธรรมดาสามัญท่านนี้ คือ อาจารย์สุวิทย์ มาประดิษฐ์ จากมหาวิทยาลัยวัยลักษณ์ ซึ่งทำการวิจัยภาคสนามจนได้ชุดความรู้อย่างเป็นระบบ
และต่อมากลุ่มงานการแพทย์พื้นบ้าน กรมพัฒนาการแพทย์แพทย์ไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการเสนอชื่อหมอสมนึกให้เป็นหนึ่งในหมอพื้นบ้านอีกหลายท่าน
ทั่วประเทศ ที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ จนกระทั่งผ่าน
การพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาชีพแพทย์แผนไทย หมอสมนึกก็ได้รับใบอนุญาต
เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะการแพทย์แผนไทยสาขาเวชกรรมในปีพ.ศ. ๒๕๔๘
หมอสมนึกมีความสามารถที่โดดเด่น และเป็นผู้ที่มีคุณธรรมในจิตใจสูงให้ความสำคัญกับชีวิต ผู้ป่วยที่ถูกงูพิษกัดอย่างยิ่ง ไม่ว่าผู้ป่วยจะมาเวลาใดและยากดีมีจนอย่างไรหมอสมนึกก็จะช่วย
เหลือให้ทุกกรณี หมอสมนึกได้ร่ำเรียนวิชาแพทย์พื้นบ้านจากพี่ชายปัจจุบันคือพระครูวุฒฑิธรรมสาร
เจ้าอาวาสวัดพรหมโลก ต่อมาหมอสมนึกก็ฝึกฝนความชำนาญต่างๆ เพิ่มเติมตลอดเวลา
ในกระบวนการรักษาของหมอสมนึก จันทรประสูตร มีความน่าสนใจมากแม้เป็นหมอพื้นบ้าน
ธรรมดา แต่ก็มีระบบคิด ระบบวินิจฉัยโรคอย่างไม่น่าเชื่อ หมอสมนึกพูดชวนคิดว่า
รักษาตามอาการของพิษที่แสดงออก และจะรักษาง่ายมากหากคนเจ็บปฏิบัติตัวถูกต้อง คือถูกงูกัดแล้วต้องมาหาหมอทันที และถ้าพิษไม่รุนแรงจะกลับบ้านได้ภายใน ๒ ชั่วโมง"
เจ้าหน้าที่รักษาพิษงูของหน่วยงานรัฐทั่วๆ ไปฟังแล้วคงจะคล้อยตามได้ยาก เพราะร่ำเรียนมาแต่พิษงูต้องใช้เซรุ่มฉีดเท่านั้น แต่โลกของความรู้ไม่มีพรมแดน ย่อมมีความรู้มากกว่าหนึ่งอย่างที่สามารถใช้แก้ไขปัญหาได้ ความรู้หมอยาพื้นบ้าน
ของหมอสมนึกจึงเป็นหนึ่งในความรู้แก้พิษงูไม่เหมือนกับความคุ้นเคยทั่วไป หมอสมนึกคอยช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวไร่ชาวนาที่ถูกงูกัดมาแล้วเกือบ ๔,๐๐๐ คน และไม่ใช่เพียงพูดลอยๆ หมอสมนึกทำการบันทึกประวัติผู้ป่วยที่มารักษาไว้ตั้งแต่ปี
พ.ศ. ๒๕๒๘ จึงเป็นการสืบค้นได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และมีหลักการน่าสนใจว่า ถ้าโดนงูกัดแล้วได้ซากงูมาด้วยจะรักษาง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่มีซากงูมายืนยัน
หมอสมนึกจะใช้ประสบการณ์เพื่อการวินิจฉัยดังนี้
(1) ชนิดงูจากรอยเขี้ยว งูเห่า งูจงอาง บวมเฉพาะรอยเขี้ยว แผลเขี้ยวไม่มีรอยฉีกขาด แต่จะมีสีดำ ตรงรอยเขี้ยวกลม และบวมเหมือนถูกแตนหรือต่อ ต่อย ถ้าเป็นงูเขียวหางไหม้ รอยเขี้ยวจะเล็ก บวมสีแดง คนเจ็บมักจะได้ซากงูชนิดนี้มาด้วย เพราะงูชนิดนี้หนีไม่เร็วจะโดน
ตื๊บ หรือตีตาย แต่คนถูกงูกัดส่วนใหญ่จะไม่ได้ซากงูมายืนยัน เพราะมักจะตกใจแล้ววิ่งหนี และเป็นห่วงตัวเองจนไม่นึกถึงงูที่กัด
(2) ชนิดงูจากสถานที่ถูกกัด เช่น ถ้าในรู ในน้ำ จะเป็นงูเห่า ในที่รกก็อาจเป็นงูเห่าหรือจงอาง ถ้าในดงใบไม้น่าจะเป็นงูกะปะ
(3) ชนิดงูจากอาการเจ็บ โดยทั่วไปอาการของพิษงู สามารถจำแนกกลุ่มอาการที่สัมพันธ์
์กับชนิดพิษงูได้ดังนี้ ถ้าเมื่อยกระดูกและเจ็บกระดูกแทบจะแตกเป็นงูกะปะ ถ้าเป็นงูจงอาง
จะไม่ค่อยปวดแต่มีอาการง่วงนอนซึมๆ และเหน็บชาตามอวัยวะทั่วไป ถ้าเป็นงูเห่าจะแน่น
หน้าอก หนังตาหนักและง่วงนอน
หมอสมนึกให้ข้อสังเกตว่า ถ้าถูกงูเห่าและงูจงอางกัดจะต้องรีบรักษาทันที เพราะพิษร้ายแรงและเฉียบพลัน ถ้ารักษาไม่ทันก็ถึงชีวิต ต่างจากพิษงูกะปะที่มักไม่ถึงชีวิต แต่ทำให้แผลเน่าเปื่อยเรื้อรังเนื่องจากเป็นพิษทางระบบโลหิต
เมื่อวินิจฉัยได้ว่าเป็นงูชนิดใดมีอาการอย่างไรแล้ว หมอสมนึกจะทำการรักษาทันที ซึ่งมีรูปแบบการรักษาที่พอจะแยกแยะได้
(1) กินยาไล่พิษภายใน ใช้ยาต้ม หรือยาผงชงด้วยสุราขาว หรือยาต้มชงกับยาผง กินไปจนกระทั่งอาเจียนออกมา ซึ่งหมอสมนึกเชื่อว่า การอาเจียนจะทำให้พิษงูถูกขับออกมา
(2) ดูดพิษข้างนอก ยาพอก ยาแช่ ยาพ่น แล้วแต่ลักษณะอาการ
(3) พาดยาแก้ปวดและเพื่อถอนพิษ ตามลักษณะอาการและตามชนิดงูที่กัด (การพาดยาหมายถึงการฝนยากับหินโดยใช้น้ำมะนาว น้ำปูนใสหรือน้ำซาวข้าว แล้วใช้รากสมุนไพรจุ่มน้ำยา แล้วนำไปขโลมแผลจนกว่าอาการจะหายไป ยาพาดนั่นมีหลายขนานแล้วแต่อาการที่เป็น)
(4) แผลเปื่อยเน่า ในกรณีที่คนเจ็บมีอาการขั้นแผลพิษเปื่อยเน่ามาแล้ว จะเริ่มรักษาโดยการพอกยา แช่ยา ตัดเนื้อเน่าออก แล้วล้างแผลด้วยด่างทับทิม แล้วใส่น้ำมันรักษาแผลเน่า
สำหรับความรู้เกี่ยวกับตัวยาสมุนไพรที่หมอสมนึกสะสมไว้เพื่อใช้ช่วยเหลือชาวบ้าน
แบบไม่คิดเงินทอง จะนำมาเล่าไว้เป็นข้อมูลแห่งการเรียนรู้ในฉบับหน้า โปรดติดตามจ๊ะ.