ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

อำมฤควาที ยาแก้หวัดตำรับไทยโบราณขนานแท้

          ลมฟ้าอากาศสะบัดร้อน สะบัดฝน มาร่วมเดือน ผู้คนเริ่มเป็นหวัดกันงอมแงม มีอาการตั้งแต่คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดหัวตัวร้อน เป็นไข้ ไอเจ็บคอ แม้หวัดไม่ใช่
โรคภัยร้ายแรงอะไรนัก แต่ก็บั่นทอนสุขภาพกาย สุขภาพจิต ในชีวิตประจำวันพอสมควร ช่วงนี้ยาแก้หวัดสารพัดยี่ห้อ จึงขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มียาขนานใดรักษาไข้ขวัดได้ เพราะหวัดเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งจนกระทั่งทุกวันนี้ ี้ก็ยังไม่มีวิทยาการทางเคมีเภสัชแผนใหม่ที่ผลิตยาฆ่าเชื้อไวรัสได้สำเร็จ ยาที่โฆษณาว่าแก้ไข้หวัดได้นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงยาที่บรรเทากลุ่มอาการหวัด เช่น พาราเซตามอล แก้ปวดหัว ตัวร้อน ยาคลอเฟนิรามีน ช่วยลดน้ำมูกหรือยาคาเฟอีนเฟนาเซติน
ช่วยกล่อมประสาทคลายเครียด หรือบางครั้งมียาปฏิชีวนะแทรกเข้ามาในชุดยาแก้หวัด
ก็เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ส่วนเชื้อไวรัสหวัดนั้นหายเองไม่มียาตัวไหนมาแก้ได้

           ตรงกันข้ามหากกินยาลดไข้ ลดน้ำมูกมากๆอาจจะได้รับผลข้างเคียงจากยา เช่นพาราเซตามอล เป็นพิษต่อตับ ยาแก้แพ้อากาศทำให้มึนงง หายใจขัด หรือคาเฟอีน
เฟนาเซติน อาจมีผลกระทบต่อหัวใจและระบบประสาท ส่วนยาปฏิชีวนะที่หมอตี๋มักควบ
ลงไปในยาชุดแก้หวัด นอกจากไม่ได้ประโยชน์ ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ได้ติดเชื้อแบคทีเรียแล้ว ยังอาจทำให้กิดอาการแพ้รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หรือมิฉะนั้น การใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยๆ
โดยไม่จำเป็น อาจจะทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยา ในกรณีที่เกิดการอักเสบติดเชื้อ
ที่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะตัวนั้นจริงๆ

           ดังนั้นโปรดระวังสักนิดก่อนคิดกินยาแก้หวัด ซึ่งไม่มีความจำเป็นมากนัก หากผู้ป่วยหวัดรู้จักพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นมากๆ รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ร่างกายจะมีภูมิต้านทานมากขึ้น เชื้อไวรัสหวัดก็จะหายไปเอง หากจำเป็นต้องกินยาก็อย่ากินยาเป็นชุด ให้เลือกกินยาเฉพาะอาการที่เป็น เช่น หากปวดหัวตัวร้อนอย่างเดียว ก็กินเฉพาะยาพาราเซตามอลเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องบวกยาปฏิชีวนะหรือยาลดน้ำมูกเข้าไปด้วย หรือหากมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลอย่างเดียว ก็กินเฉพาะยาคลอเฟนิรามีนเท่านั้นก็พอ ไม่จำเป็นต้องกินยาหลายยี่ห้อที่บวกยาพาราเซตามอลและอื่นๆเข้าไปด้วย เป็นต้น

ยุคนี้เป็นยุคทางเลือก เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ ก็มีให้เลือกได้หลายทาง ในกรณีของโรคหวัดก็เช่นกัน หากจำเป็นต้องกินยาแก้กลุ่มอาการหวัด ก็มียาสมุนไพรให้เลือก มีผลทางการรักษาไม่แพ้ยาฝรั่ง แถมยังลดความเสี่ยงจากการแพ้ยาอีกต่างหาก

เมนูยาสมุนไพรแก้หวัดสำหรับฤดูฝนนี้ ขอแนะนำ ยาอำมฤควาที ตำรับยาไทยแก้หวัด
สูตรโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่ครั้ง คุณทวดยังเป็นเด็ก ตำรับยาอำมฤควาที เข้ายาสมุนไพร
ถึง 7 ชนิด ได้แก่ 1. รากไคร้เครือ 2. โกฐพุงปลา 3. เทียนขาว 4. ลูกผักชีลา
5. เนื้อลูกมะขามป้อม 6. เนื้อลูกสมอพิเภก ทั้ง 6 สิ่งนี้ หนักสิ่งละ 1 บาท ( 1 บาท = 15 กรัม )
7. ชะเอมเทศหนัก 6 บาท ( เท่ากับ 90 กรัม )

          คราวนี้ลองมารู้จักหน้าตาของสมุนไพรเป็นรายตัวพอสังเขป ไคร้เครือ เป็นไม้เล็ก
แต่มีรากใหญ่ สรรพคุณยาจึงสะสมอยู่ที่ราก และเป็นเครื่องยาสมุนไพรที่ใช้มากตัวหนึ่ง
ในตำรับยาไทย สรรพคุรแก้ไข้เซื่องซึม ชาวบ้านในชนบทที่ไกลหมอ
ยังนิยมใช้รากไคร้เครือแก้ไข้จับสั่น โกฐพุงปลา เป็นปูดปมที่เกิดขึ้นจากส่วนต่างๆของพืช
ที่ถูกแมลงเจาะ แล้วสร้างสารขึ้นมาป้องกัน โกฐพุงปลาของไทยเรามักได้จากต้นสมอไทย ซึ่งหมอไทยอีสาน เรียกว่า “ ปูดกกส้มมอ ” หรือปูดปมของต้นสมอไทยนั่นเอง เครื่องยานี้มีลักษณะเป็นถุง แบน กลวง คล้ายกระเพาะปลา จึงมีชื่อเรียกว่า โกฐพุงปลา มีรสฝาดขมจัด ปกติใช้เป็นยา แก้บิด มูกเลือด แก้ฝี แต่ในตำรับนี้คงใช้เป็นยาฝาดสมาน เพื่อกวาดคอ แก้ซาง (อาการไข้ที่เกิดเม็ดในปากในคอ) แก้อักเสบในลำคอ และเป็นยาคุมรสเปรี้ยวของลูกมะขามป้อมและลูกสมอพิเภก

เทียนขาว เป็นเครื่องเทศที่คนไทยรู้จัก ในชื่อของยี่หร่า นั่นเอง รสเผ็ดร้อน ขมนิดๆของยี่หร่า ช่วยขับลม ขับเสมหะ แก้ชีพจรอ่อนแรง แก้ดีพิการ และช่วยย่อยอาหาร ลูกผักชีลา รสขมฝาดร้อนหอมของลูกผักชีลา ช่วยแก้ไข้เนื่องจากซาง แก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน
แก้ตาเจ็บ แก้สะอึก ช่วยขับลมในลำไส้ ลูกมะขามป้อม ในที่นี้ควรใช้ผลแก่ รสเปรี้ยวฝาดอมขมนิดๆของสมุนไพรตัวนี้ มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ไอขับเสมหะ ช่วยให่ชุ่มคอและช่วยบำรุงหัวใจไปในตัว

ลูกสมอพิเภก ถ้าใช้ลูกแก่ก็ดี รสเปรี้ยวฝาดหวานของลูกสมอพิเภกช่วยแก้เสมหะพันคอ
แก้ไข้ ชะเอมเทศ สารกลีไซร์ไรซิน ซึ่งเป็นสารหวานของสมุนไพรตัวนี้ ไม่แสลงต่อเบาหวาน การที่ใช้ชะเอมเทศเป็นจำนวนมากในตำรับนี้ ก็เพื่อกลบเกลื่อนรสขมฝาดของสมุนไพรตัวอื่น เพื่อแต่งรสยาให้น่ารับประทาน นอกจากนี้รสหวานของชะเอมเทศ ยังมีสรรพคุณ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว และบำรุงกำลัง เนื่องจากใช้ชะเอมเทศหนักเท่ากับน้ำหนักรวมของสมุนไพร
ตัวอื่นๆ จึงเรียก ยาอำมฤควาที ในอีกชื่อหนึ่งว่า ยาประสะชะเอมเทศ

          ดังนั้นเมื่อนำสมุนไพรทั้ง 7 ตัวมาอยู่ในตำรับเดียวกันจึงได้สรรพคุณรวมที่ครอบคลุม
การรักษากลุ่มอาการหวัดได้เกือบทั้งหมด คือ แก้ไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้เจ็บคอ แก้คลื่นเหียนอาเจียน แถมยังช่วยขับลม ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงกำลังไปในตัว วิธีการปรุงยา
มี 2วิธี คือยาบดผง และยาต้ม สำหรับยาต้ม ให้ใช้ยารวมหนัก 180 กรัม ต่อน้ำ 15 ลิตร เคี่ยวให้เหลือ 5 ลิตร

วิธีรับประทานยา ยาผง ผู้ใหญ่ 1 ช้อนชา (5 กรัม) ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบหรือกวาดคอก็ได้ ใช้วันละ 2 ครั้ง เช้า- เย็น สำหรับเด็กและเด็กเล็กลดลงตามส่วน
ยาต้ม ผู้ใหญ่ ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ ( 30 ซีซี ) เด็ก และเด็กเล็กลดลงตามส่วน

ฤดูฝนยังอยู่กับพวกเราไปอีกยาวหลายเดือน คนๆหนึ่งอาจจะมีโอกาสเป็นหวัดได้ 2-3 ครั้ง ก็ขอให้ลองรักษาอาการหวัดสักครั้งด้วยยาไทยโบราณขนานแท้ที่ชื่อ อำมฤควาที ถ้าได้ผลดีก็บอกต่อกันด้วยเพื่อสืบสานภูมิปัญญายาแก้หวัดไทย สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์สุขภาพไทย โทร02-81440-13

  


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003