ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

ก.เอ๋ย ก.กะเม็ง

       เริ่มปีใหม่ เริ่มต้นด้วยอักษร ก.ไก่ แต่เป็นสมุนไพร ก.กะเม็ง สมุนไพรต้นนี้เป็นต้นไม้ดีที่คนหลงลืมกันไป ถ้าเป็นรุ่นคุณย่าคุณยายแม้จะใช้ชีวิตในรั้วในวังก็ยังรู้จักวัชพืชต้นน้อยๆ นี้อย่างดี ดังมีบันทึกชีวิตในวัง ที่อ้างถึงสรรพคุณโดดเด่นของกะเม็งน้อยต้นนี้ไว้ด้วย แต่ถ้าทุกวันนี้ใครใช้ชีวิตตามท้องไร่ท้องนาก็ยังพอพบกะเม็งขึ้นได้โดยเฉพาะในที่ชื้นแฉะ

      น่าเสียดายที่ขณะนี้อยู่ในฤดูหนาว จึงหาต้นสดให้ชมได้ยาก แต่ถ้าสำรวจรูปและจดจำต้นวัชพืชลำต้นอวบ เลื้อยแผ่บนดินนี้ให้ดี ก็จะนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ กะเม็งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eclipta prostrata Linn. บางครั้งก็เรียกกะเม็งตัวเมีย หรือหญ้าสับ หมอยาภาคกลางเรียกว่า กะเม็ง ส่วนหมอยาภาคอีสานและภาคเหนือเรียกว่า ฮ่อมเกี่ยว หรือ ห้อมแก่ว กะเม็งเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นสีเขียวหรือน้ำตาลแดง ขอบใบมีรอยหยักตื้น ๆ ทั้งสองด้าน มีขนสั้น ๆ สีขาวลักษณะใบเป็นรูปใบหอก ใบจะเล็ก ฐานใบมีลักษณะเป็นรอยเว้าเข้า และบานออกเล็กน้อยทั้งสองด้าน ปลายค่อนข้างแหลม เวลาออกดอก ดอกจะเป็นช่อจากซอกใบหรือที่ยอด ดอกออกเป็นกลุ่มแน่นสีขาว ดอกย่อยคล้ายดอกเดซี่แต่ดอกเล็กกว่า สมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรขวัญใจหมอยามาทุกยุคเพราะสรรพคุณครบเครื่อง

       เริ่มตั้งแต่ กะเม็งขึ้นได้ดีในหน้าน้ำมาเพื่อทำนา จึงมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อทั้งราและแบคทีเรียได้อย่างดี และที่น่าแปลกใจในภูมิปัญญาโบราณอย่างยิ่ง เมื่อคนสมัยก่อนนำใบกะเม็งขยี้ทาเท้าทิ้งไว้ให้แห้งก่อนลงนา
เพื่อป้องกันน้ำกัดเท้าได้อย่างดี และเมื่อใครเป็นโรคน้ำกัดเท้าเข้าแล้วก็ยังใช้กะเม็งมาทาเพื่อรักษาได้ด้วย กะเม็งยังเป็นหมอทำแผล ช่วยห้ามเลือดและป้องกันการติดเชื้อด้วย มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ว่า สมัยสงครามเวียดนามกะเม็งเป็นยาคู่สนามรบมีการนำมาใช้ทั้งสดและแห้งเพื่อห้ามเลือด นอกจากนำมาใช้รักษาแผลให้คนแล้ว กะเม็งยังเป็นยารักษาแผลในสุนัขตัวโปรดได้ดีด้วย

      กะเม็งยังทำหน้าที่คล้ายหมอรักษาโรคผิวหนังอีกตำแหน่งด้วย เพราะนอกจากจะรักษาแผล รักษาโรคน้ำกัดเท้า ยังใช้แก้กลากเกลื้อน รักษาผดผื่นคัน รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก และใช้รักษาพิษแมลงสัตว์กัด แม้โดนแมงป่องก็ยังใช้กะเม็งรักษาได้ และกะเม็งยังเลียบๆ เคียงๆ ไปในฐานะหมอกระดูกด้วย แม้จะไม่สุดยอดแต่ก็ใช้ได้ดีพอสมควร คนสมัยก่อนใครที่มีอาการปวดข้อจะตำกะเม็งพอก การที่กะเม็งมีสรรพคุณเช่นนี้ เนื่องจากการศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบว่า กะเม็งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านการแพ้   แก้ปวด และเป็นยาฝาดสมาน

       แต่ที่กล่าวขวัญถึงในหมู่หมอยาสมัยก่อนทั้ง ไทย จีน พม่า อินเดีย เพื่อนบ้านทั้งหมดนี้ประเทศไหนรู้จักใช้กะเม็ง ก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กะเม็งเป็นหมอรักษาตับ รวมถึงอาการดีซ่านตัวเหลืองตาเหลือง ซึ่งถือเป็นยายอดนิยมสำหรับโรคนี้กันเลย การนำมารับประทานมีทั้งรูปแบบของยาลูกกลอน ยาต้มหรือยาชง ในบางครั้งก็จะปรุงตัวยาเดี่ยวๆ หรือบางครั้งก็ใช้ร่วมกับต้นลูกใต้ใบ ผักหวานบ้าน มะขามป้อม เป็นต้น ปัจจุบันมีรายงานการศึกษาวิจัยเป็นจำนวนมากกล่าวถึงประโยชน์ของกะเม็งต่อโรคตับ คือกะเม็งสามารถป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษรวมทั้งจากแอลกอฮอล์ ป้องกันไม่ให้เซลล์ตับถูกทำลายจากไวรัส แถมยังช่วยในการฟื้นตัวของตับที่ถูกทำลาย ความรู้แบบนี้ไม่ได้ส่งเสริมให้นักดื่มทั้งหลายทำลายสุขภาพ
แล้วหันมาพึ่งกะเม็งเพื่อเยียวยาหรือลดทอนพิษ เพราะดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมากๆ ถึงกะเม็งจะดีอย่างไรก็ไม่ทันกับพิษแอลกอฮอล์หรอก

      กะเม็งยังเป็นที่นิยมนำมาใช้เพื่อเป็นยาแก้กษัย ซึ่งคำๆ นี้เป็นศัพท์แสงเฉพาะที่อธิบายโรคแบบภูมิปัญญาไทย ซึ่งหมายถึงโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง นอกจากใช้แก้โรคเรื้อรังได้แล้ว ยังนับกะเม็งว่าเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย จากความรู้ดั้งเดิมจนถึงการศึกษาสมัยใหม่พบว่า กะเม็งมีฤทธิ์เพิ่ม T-lymphocyt และยังมีการศึกษาตำรับยาจีน
ชนิดหนึ่งเรียกว่า AFE ซึ่งมีกะเม็งเป็นส่วนประกอบ การศึกษาพบว่าสูตรยาดังกล่าวสามารถเพิ่มระดับ lymphocyte และ IgG ซึ่งเป็นสารสำคัญสำหรับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และยังทำให้น้ำหนักของม้ามและต่อมไทมัสเพิ่มขึ้น นอกจากนี้กะเม็งยังทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ของเม็ดเลือดแดงแข็งแรงขึ้น ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการยืนยันการใช้กะเม็ง
เป็นยาอายุวัฒนะของคนสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี และอาจมีประโยชน์ต่อการใช้เป็นยาเสริมภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยเอดส์ ยังมีการศึกษาพบว่ากะม็งช่วยลดการกดภูมิคุ้มกัน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่รับยาจากเคมีบำบัด จะได้ช่วยประคับประคองร่างกายให้ไม่อ่อนแอเกินไป หรือช่วยให้ร่างกายปกตินั่นเอง

       ในเวลานี้โลกทั้งใบกำลังเผชิญกับโรคเบาหวาน กะเม็งก็เป็นสมุนไพรที่พอจะแบ่งเบาภาระนี้ได้บ้าง จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่ากะเม็งมีฤทธิ์ลดน้ำตาลได้เล็กน้อย แต่ถ้าดูจากประสบการณ์ผู้ใช้จริง พบว่าในอินเดียตอนใต้และในประเทศไทยบางพื้นที่ มีการนำเอากะเม็งมาต้มน้ำรับประทาน เพื่อคุมน้ำตาลในเลือดเช่นกัน

        กะเม็งยังรักสวยรักงามเป็นร้านบิวตี้ให้กับสาวๆ ได้ เป็นยาบำรุงไต และเป็นยาแห่งยุคสมัยอีกตำรับหนึ่ง คือ ช่วยคลายเครียดได้อย่างดี ซึ่งขอเชิญชวนให้ติดตาม ก.เอ๋ย ก.กะเม็งในฉบับต่อไป รวมถึงวิธีปรุงยากะเม็งในแต่ละตำรับเพื่อใช้แก้โรคและอาการที่ต่างกัน ระหว่างรอคอย ลองสืบเสาะหาต้นกะเม็งไว้ยลโฉมไปก่อน หากหาต้นสดไม่ได้ ลองถามร้านหมอยาไทยสัมผัสกะเม็งแห้งไปพลางๆ ก่อนนะ.

     

 

        


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003