ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

หมองูแห่งเมืองคอน (๒)

    หมอ สมนึก จันทรประสูตร เป็นหมอพื้นบ้านที่มีความพิเศษในเรื่องระบบการจดบันทึก ซึ่งแตกต่างจากหมอพื้นบ้านทั่วไปที่เชี่ยวชาญในการรักษาโรคแต่ไม่คุ้นเคยการทำทะเบียน
ประวัติผู้ป่วย การบันทึกของหมอสมนึก ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๒๘ จนถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมาก นับจำนวนผู้ที่มารักษาพิษงูได้ถึง ๔,๒๒๑ ราย นี่ย่อมแสดงให้เห็นศักยภาพของหมองูท่านนี้ได้อย่างดี

   ปีที่มีผู้มารักษาอาการจากถูกงูกัดมากที่สุด พ.ศ. ๒๕๓๕ มีถึง ๓๙๓ ราย ปีที่น้อยที่สุดพ.ศ. ๒๕๔๕ มีเพียง ๗๒ ราย ในระยะสิบปีที่ผ่านมานี้มีผู้มารักษาน้อยลง แต่ไม่ใช่เพราะฝีมือของ
หมอสมนึกแผ่วลง หมอสมนึกเล่าว่าเพราะป่าดงที่รกร้างมันน้อยลงไป คนไปตัดไม้เอาที่มา
ทำอย่างอื่น ที่อยู่ของงูก็น้อยลงไป คนก็เลยถูกงูกัดน้อยลงด้วย บันทึกปีล่าสุดพ.ศ.๒๕๔๗ ที่ว่าคนถูกงูกัดน้อยลงนั้น ยังมีผู้มาหาหมองูท่านนี้ถึง ๑๔๑ ราย

   สถานที่ที่หมอสมนึกใช้รักษาผู้ถูกงูกัด เรียกว่า “ บ้านกาชาดอุทิศ ” ตั้งอยู่ภายในวัดพรหมโลก ซึ่งมีพี่ชายของท่านเป็นเจ้าอาวาส จึงช่วยให้แนวทางการรักษาของหมอสมนึกที่เน้นเรื่องบุญกุศล และการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในฐานะแพทย์เป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะได้สถานที่และค่าน้ำไฟจากวัด ในการรักษาหมอสมนึกก็มิได้เรียกร้องเงินทองอะไร จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านศรัทธา ทำให้โรงเรียน
สถานศึกษาหลายแห่งเชิญหมอสมนึกไปบรรยายสมุนไพรกับการรักษาพิษต่างๆ อีกด้วย

    ตำรับยาสมุนไพรของหมอสมนึกมาจากการสะสมความรู้ของพระพี่ชาย คือพระครูวุฒิธรรมสาร และได้รับการปรุงแต่งยาหรือปรับปรุงยาจากหมอสมนึกด้วย ตัวยาสมุนไพรที่หมอสมนึกใช้จะมี
ประมาณ ๔๐ ชนิด แบ่งเป็น ๘ ขนาน นักวิจัยสมุนไพรรุ่นใหม่น่าจะได้ศึกษากันต่อไปเพื่อพัฒนา
เป็นยาแก้พิษต่างๆได้แก่

(๑) ยาพ่น แม้รูปแบบยาจะดูโบราณๆ แต่ก็ใช้กับผู้ป่วยมีแผลพิษบวมปวด จะช่วยบรรเทาอาการบวมได้ดี ใช้สมุนไพรพื้นบ้านชนิดหนึ่ง เคี้ยวพร้อมหมากพลู และปูนกินกับหมาก พ่นใส่บริเวณที่บวม

(๒) ยาพาด เป็นยาสมุนไพรที่หมอใช้มาก ยาพาดคือ เอาตัวยามาทาหรือชโลมแผล ยาพาดมีหลายขนานแล้วแต่อาการของผู้ป่วย เพราะพิษจากงูแต่ละชนิดมีอาการเจ็บปวดต่างกัน เช่น ยาพาดสำหรับงูกะปะ ซึ่งทำให้เกิดอาการได้หลายอย่าง ถ้า อาการเจ็บร้อนเหมือนไฟไหม้ จะใช้เสลดพังพอน ฟ้าทะลายโจร บัวบก ใบผักหวาน ตำรวมกับเหล้าโรง คั้นเอาน้ำพาดที่แผล (ยาขนานนี้ใช้เป็นยาพาดแก้งูเห่าดอกส้านด้วย) ถ้ามี อาการเจ็บเมื่อยในกระดูกและกล้ามเนื้อ ใช้รางจืดต้น รางจืดย่าน เสลดพังพอน ตำผสมเหล้าโรงคั้นเอาแต่น้ำพาด ถ้ามี อาการเลือดไหลไม่หยุด ใช้เสลดพังพอน รางจืดต้น หญ้าพานงูแดง ตำพอกแผล เว้นรูเขี้ยวไว้ให้ความร้อนจากพิษระบายออก ส่วนน้ำยาใช้พาดรอบๆ แผล

ยาพาดสำหรับงูเขียวหางไหม้ อาการทั่วไปเหมือนงูกะปะ ใช้รากแส้ง อ้อยแดง เอามาตำคั้นเอาแต่น้ำ พาดแก้พิษ ใช้รากสำโรง ราก อินทนิน ดอกขาว รากไม้ค้อนตีหมา โกฐกลิ้ง รุ่ย ทั้งหมดฝนกับน้ำปูนใส ยาพาดสำหรับงูจงอาง เดิมมีการใช้ยา 2 ขนาน แต่ปัจจุบันหาสมุนไพรยากขึ้น จึงใช้ขนานเดียว สมุนไพรที่สำคัญก็คือ รากเตย(เตยเขา) ตำกับน้ำปูนใส แล้วพาดที่แผลพิษ

(๓) ยาพอกหรือยาโปะ มีสรรพคุณในการดูดพิษ ซึ่งหมอสมนึกพัฒนาตำรับยาจากเดิมที่ใช้ตัวยาเพียง 2 ชนิด โดยฝนลุ่ยกับหิน แล้วนำมาผสมกับน้ำมะนาวสด ต่อมาพบว่า รากของหญ้าต่างดอก รากหมวดคน และรากปลายสาร ที่ได้ศึกษาค้นคว้าและทดลองทำให้สรรพคุณรักษาพิษงูมีประสิทธิภาพดีขึ้น ผู้ป่วยหายเจ็บเร็วขึ้น จึงได้กลายเป็นตัวยาขนานสำคัญของสำนักรักษาพิษงูนี้ ซึ่งมีสรรพคุณ 4 อย่างในตัวเอง คือ ดูดพิษงูออกจากแผล หากเนื้อเริ่มเน่าก็จะมีสรรพคุณดูดหนอง รักษาแผลสมานแผล และมีฤทธิ์กัดเนื้อเน่าให้หลุดออกจากบาดแผล แต่หากมีอาการเน่ามากก็จะตำตัวยาดังกล่าว
แล้วแช่บาดแผล เพื่อรักษาพิษในซอกเนื้อให้หมดไป

ยังมียาพอกอีกขนานหนึ่ง ใช้ จอกหูหนู แพงพวย ดินประสิว ว่านหางจระเข้ ดินเผา สรรพคุณดูดพิษภายใน ดูดหนอง ดูดเลือดเสีย และแก้บวม ถ้างูเห่ากัดแล้วบวม ให้เพิ่มใบลำโพงเข้าไปด้วย

(๔) ยาแช่ ใช้ในระยะที่แผลพิษเริ่มเปื่อย การแช่ยาจะกัดเนื้อเน่าบริเวณแผลพิษให้หลุดออกมา สมุนไพรที่ใช้คือ หมาก พลู ปูนแดง ยาเส้น อุตพิษใช้ทั้งห้า การแช่ยานั้น แช่นานยิ่งดี เพราะเนื้อเน่าจะถูกฤทธิ์ยากัดออกจนหมด ยาขนานนี้ขณะแช่ยาผู้ป่วยจะแสบและคันแผล

(๕) ยาอม มักใช้กับพิษงูกะปะ ที่ทำให้เลือดไหลซึมตามเนื้อเยื่ออ่อนๆ เช่นในช่องปาก จมูก ในระบบปัสสาวะหรือในกระเพาะอาหาร ตำรับยา คือ คั้นเอาน้ำกล้วยตานีผสมสารส้มให้ผู้ป่วยใช้อม

(๖) ยาต้ม เป็นยาที่ใช้แก้พิษภายใน ใช้กินขณะที่พิษซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตบรรเทาแล้ว บางครั้งใช้ขณะคนเจ็บกำลังอยู่ในช่วงรักษาแผลเปื่อยเน่าจากพิษ สมุนไพรที่ใช้ ดีปลีขี้นกทั้งห้า รากต่างดอก รากหญ้าคา รากอินทนินดอกขาว บัวบกทั้งห้า ผักหวาน หญ้าพันงูแดง หญ้าตีนกา หญ้าแพรก ย่านลิเภา ย่านอุหลัน ย่านเอ็น ขอบชะนางแดง สบพิษ รวม 14 ชนิด เอาอย่างละเท่ากัน ใส่น้ำท่วมยา ต้มจนเดือด กินวันละ 3 ครั้ง

(๗) ยาผง เป็นตำรับยาที่ใช้สมุนไพรเดี่ยว “ ขมิ้นขม ” หรือคนทั่วไปเรียกว่า “ ว่านงู ” ใช้รักษางูพิษทุกชนิด วิธีใช้หั่นว่านงูตากแห้งแล้วบดเป็นผง โดยผสมกับเหล้า 1 ส่วนต่อน้ำ 3 ส่วน หรือจะผสมเหล้าอย่างเดียวก็ได้ ให้ผู้ป่วยกิน บางท่านกินยาผสมเหล้าไม่ได้ก็ให้กินยาต้มแทน

(๘) ยาทา เป็นการเอาสมุนไพรหลายชนิดเคี่ยวกับน้ำมัน ใช้ทาแก้แผลเปื่อยจากพิษงู

ยาทั้ง ๘ ขนานนี้ หมอสมนึกจะเริ่มกระบวนการรักษาจาก กินยาไล่พิษภายใน ใช้ยาต้มหรือยาผง จะทำให้อาเจียนเอาพิษออกมา แล้ว ดูดพิษข้างนอก ด้วยยาพอก ยาพ่น จากนั้น แก้ปวดและถอนพิษ ด้วยยาพาด ถ้า แผลเปื่อยเน่า จะใช้ยาแช่และยาทา

    เรื่องเล่าหมองูจากวัดพรหมโลกเมืองนครศรีธรรมราช ยาวถึง ๒ฉบับเพราะต้องการแสดง
ให้เห็นถึงภูมิปัญญาและศักยภาพของการแพทย์พื้นบ้านไทยที่ดำรงอยู่ และควรค่าต่อการส่งเสริม
สนับสนุนอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นหนึ่งในศาสตร์การแพทย์ที่คอยช่วยเหลือคนไทยให้
ห่างไกลโรคได้

สำหรับยาแก้พิษงูนี้เป็นความรู้ความชำนาญพิเศษที่ต้องให้หมอยาเป็นผู้บำบัดนะจ๊ะ.

 


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003