เอี่ยนด่อน
บำรุงกำลัง เสริมสมรรถภาพ... ?
เอี่ยนด่อน เป็นไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ชื่อเรียกแบบนี้เป็นที่รู้จักกันดีในถิ่นดินแดนที่ราบสูง ถ้าเป็นภาคกลางจะเรียกว่าอะไร ลองทายกันเล่นๆ
.. คนอีสานแปลความให้ฟังได้ว่า เอี่ยน หมายถึง ปลาไหล ส่วนคำว่า ด่อน หมายถึง ลักษณะเผือก ไม่ใช่หัวเผือกหัวมันนะจ๊ะ ดังนั้นรวมความคำว่า เอี่ยนด่อน แปลเป็นชื่อสมุนไพรที่คนภาคกลางเรียกหรือรู้จักสมุนไพรต้นนี้ในนาม ปลาไหลเผือก นั่นเอง
ชื่อต้นปลาไหลเผือกคงได้มาจากลักษณะของรากที่มีรูปร่างคล้ายปลาไหล และมีสีน้ำตาลอ่อนซีด ๆ จนเกือบขาว คงคล้ายกับสีเผือกจึงเรียกปลาไหลเผือก และที่นำส่วนเด่นของรากมาตั้งชื่อต้นไม้น่าจะเป็นเพราะตำรับยาหรือส่วนที่นำมาใช้เป็นยามักใช้ส่วนราก เอี่ยนด่อนหรือปลาไหลเผือกจึงมีดีที่รากนี่เอง
เอี่ยนด่อนหรือปลาไหลเผือก มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากแยกแยะพืชชนิดนี้ หรือจำแนกโดยใช้หลักทางพฤกษศาสตร์ พบว่ามีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิด เอี่ยนด่อน(ใหญ่) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eurycoma longifolia , เอี่ยนด่อน(น้อย) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eurycoma harmandiana ส่วนอีก 2 ชนิดไม่มีรายงานว่าพบในประเทศไทย คือ Eurycoma apiculata และ Eurycoma latifolia
ในตำรายาสมุนไพรหลายเล่ม ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในขณะนี้ มีความสับสนในเรื่องชื่อภาษาไทยของพืชชนิดนี้อยู่พอสมควร เนื่องจากมีพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับต้นเอี่ยนด่อนอย่างมาก แต่ลำต้นเตี้ยกว่ากันเยอะ และมีส่วนที่ต่างกันชัดๆ คือ ทั้งต้นมีขนละเอียดสีแดงปกคลุมอยู่ ในภาษาหมอยาพื้นบ้านเรียกพืชนี้ว่า หยิกบ่ถอง เนื่องจากใบเหนียวมากหยิกไม่ขาด ซึ่งต่างจากเอี่ยนด่อนใบไม่เหนียว
โดยปกติ เอี่ยนด่อน (ใหญ่) เป็นพืชที่พบได้ทั้งในที่ราบและบนภูเขา ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ตามป่าต่างๆ ของภาคอีสาน โดยเฉพาะในป่าเต็งรังหรือป่าเบญจพรรณ เอี่ยนด่อน(ใหญ่) เป็นไม้ไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 15 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีต้นตัวผู้และตัวเมีย (หมายถึงมีดอกที่เป็นตัวผู้และตัวเมียแยกอยู่คนละต้น) ผลออกเป็นพวงขนาด 1 ข้อนิ้วมือ เมื่ออ่อนมีสีเขียว แต่เมื่อสุกแล้วมีสีแดงจัด ส่วนเอี่ยนด่อน(น้อย) มีลำต้นขนาดเล็กสูงประมาณ 10 เซ็นติเมตร ชอบขึ้นในที่โล่ง ชื้นแฉะ ใบและผลคล้ายเอี่ยนด่อน(ใหญ่) แต่เอี่ยนด่อน(น้อย)มีใบเรียวแหลมกว่าเอี่ยนด่อน(ใหญ่)
แม้ลักษณะต้นและใบของเอี่ยนด่อนทั้ง 2 ชนิดจะต่างกัน แต่รากของเอี่ยนด่อนใหญ่และเล็กมีรสขมจัดเหมือนกัน ในตำรายาไทยส่วนใหญ่จึงใช้รากเป็นยาแก้ไข้ ถ่ายพิษ ขับเสมหะ และยังมีรายงานการศึกษาในประเทศไทยพบว่ามีศักยภาพในการรักษาไข้มาลาเรียได้
แต่ในประเทศมาเลเซีย เพื่อนบ้านใกล้ชิดกับไทยนั้น มีการวิจัยและพัฒนาขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์ ขณะนี้นำออกวางจำหน่ายตามท้องตลาด การศึกษาวิจัยของมาเลเซียพบว่า เอี่ยนด่อน(ใหญ่) มีสรรพคุณไปเสริมฤทธิ์การทำงานของฮอร์โมนเพศชาย โดยที่ตำรายาพื้นบ้านของมาเลเซียใช้รากเอี่ยนด่อน(ใหญ่) ในการแก้ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และจากงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า รากเอี่ยนด่อน(ใหญ่) ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศของสัตว์ได้เป็นอย่างดี และสารสกัดจากรากเอี่ยนด่อนใหญ่ ช่วยในการทำลายเซลล์มะเร็งที่เต้านม และกระตุ้นภูมิคุ้มกันไม่ให้เซลล์มะเร็งไปทำลายปอด
อันที่จริงหลายประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้รากเอี่ยนด่อน(ใหญ่) เพื่อสุขภาพคล้ายกัน เช่น เสริมสมรรถภาพร่างกายให้หญิงหลังคลอดบุตร นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาต่อต้านมาลาเรีย ลดไข้ แก้กระเพาะอาหารเป็นแผล และเป็นยาที่หลายคนแสวงหานัก คือมีส่วนช่วยกระตุ้นกำหนัดด้วย นอกจากนี้ British Journal of Sports Medicine ได้ตีพิมพ์ ในปี พ.ศ. 2546 งานผลการวิจัยไว้ว่า เอี่ยนด่อน(ใหญ่) มีประสิทธิภาพในการสร้างเสริมขนาดและความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ทั้งในคนและสัตว์ ด้วย
หันกลับมาดูรายละเอียดของยาแคปซูลที่จำหน่ายในประเทศมาเลเซีย เพราะเดาว่าหลายท่านคงสนใจเป็นพิเศษ ชาวมาเลย์ผลิตยาแคปซูลจากรากเอี่ยนด่อน(ใหญ่) ใน 2 รูปแบบ คือเอารากสดจากธรรมชาติมาบดให้เป็นผง บรรจุใส่แคปซูล ขนาดบรรจุ 400 มิลลิกรัมต่อแคปซูล และรูปแบบสารสกัดจากรากเอี่ยนด่อน(ใหญ่) แต่ไม่ว่าบดผงหรือสารสกัด การใช้ยาชนิดนี้ก็มีข้อควรระวัง ท่านใดที่คิดจะเลียนแบบแคปซูลปลาไหลเผือก ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของการใช้ในมาเลเซียที่แนะนำว่า เนื่องจากรากเอี่ยนด่อนเป็นยาที่มีฤทธิ์แรง จึงควรรับประทานในขนาดที่ต่ำ ๆ และไม่ควรรับประทานติดต่อกันทุกวัน ในเอกสารยาแนะนำไว้ทำนองว่า ให้กินครั้งละครึ่งแคปซูล และกินแต่ละครั้งควรห่างกัน 2-3 วัน เพราะถ้ารับประทานมากและติดต่อกันทุกวันจะมีผลข้างเคียง ทำให้นอนไม่หลับ หงุดหงิด สมรรถภาพทางเพศเสื่อมถอย อุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าปกติ ถ้าอยู่ในที่มีอากาศร้อนทำให้มีผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกายได้ สรรพคุณของเอี่ยนด่อน(ใหญ่)แบบชาวมาเลย์นี้ คนไทยไม่รับรองและไม่มีประสบการณ์ใช้
สำหรับ เอี่ยนด่อน(น้อย) เป็นพืชที่หายากใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว ขณะนี้พบการกระจายในบางพื้นที่เท่านั้น เนื่องจากเอี่ยนด่อน(น้อย)มีต้นที่เล็กมากสูงไม่เกิน 10 เซ็นติเมตร ลักษณะคล้ายหญ้าทั่ว ๆไป จึงถูกทำลายได้ง่าย เอี่ยนด่อน(น้อย)มีรากตรงเพียงรากเดียว คล้ายกับรากของเอี่ยนด่อนใหญ่ แต่ขนาดเล็กกว่า หมอพื้นบ้านอีสานใช้รากเอี่ยนด่อนน้อย ต้มดื่มบำรุงกำลัง ภาพประกอบนี้ ดร.อุษา กลิ่นหอม จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดั้นด้นไปหามาจากโขงเจียม แล้วกำลังเพาะอยู่ที่หน้าบ้าน
เอี่ยนด่อน(เล็ก) มีชื่อเสียงหรือที่ใช้กันมากได้ผลดี คือรักษาฝีประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะฝีฝักบัวหรือฝีร้อยหัว โดยการใช้รากสดฝนทาบริเวณที่เป็นฝี จะทำให้หัวฝีรัด ไม่อักเสบและลดอาการเจ็บปวดได้อย่างดีเยี่ยม น่าเสียดายที่ ต้นปลาไหลเผือก(เล็ก)หรือเอี่ยนด่อน(เล็ก) กำลังสาบสูญไปจากป่าเมืองไทยแล้ว อยากเชิญชวนให้รักษาและหันมาศึกษาสมุนไพรต้นนี้กันบ้าง