ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

ตดหมา โกอินเตอร์

     

   ใครที่กำลังเลี้ยงลูกวัยไม่เกิน ๓ ขวบ เด็กๆ จะสนุกมากเวลาได้ยินเสียง “ ตด ” ถ้าจัดเรตติ้งแบบสุภาพเรียกว่า “ ผายลม ” เด็กฟังเสียงตนเองตด หรือได้ยินเสียงพ่อแม่(เผลอ)ตด ก็จะหัวเราะสนุกสนาน จนมีหนังสือสำหรับเด็กเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ลักษณะของสัตว์ต่างๆ แต่ใช้ “ ตด ” เป็นตัวเดินเรื่อง เด็กๆ ก็เลยชอบอ่านหนังสือไปแบบไม่ทันรู้ตัว

   ตอนที่เห็นหนังสือตดของช้าง หมู ลิง สิงโต ฯลฯ ก็ยังนึกขำว่าทั้งเสียงและกลิ่นของเพื่อนสัตว์นั้น มนุษย์อย่างเราที่ว่าฉลาดกว่าสัตว์จะจำแนกแยกแยะได้หรือ แต่ก็คิดว่าเป็นกลยุทธ์ให้เด็กเรียนรู้สัตว์และอวัยวะของร่างกายอย่างหนึ่งเท่านั้น คงไม่ตั้งใจให้เด็กพิสูจน์กลิ่นแน่

   สำหรับ “ ตดหมา ” ที่จะแนะนำให้รู้จักนี้ มิใช่แนวอะโรม่าเทอราปี กลิ่น(ตด)บำบัดแต่อย่างใด ตดหมาเป็นภาษาถิ่นอีสานที่ใช้เรียกชื่อพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งคนทางภาคกลางเรียกว่า “ กระพังโหม ” ตดหมาเป็นไม้เถาขนาดเล็ก ขึ้นอยู่ตามที่รกร้างทั่วไป เมื่อเถาถูกเหยียบย่ำหรือใครบังเอิญไปขยี้ใบจะมีกลิ่นจำเพาะตัวเกิดขึ้นทันที คนโบราณเขาว่ากลิ่นอันนี้เหมือนกลิ่นตดหมา ซึ่งเข้าใจว่ากลิ่นออกตุๆ จะโทษว่าตดคนก็กระไรอยู่ ยกความดีให้หมาไปดีกว่า

   กลิ่นของตดหมานั้นมีที่มา เนื่องจากในส่วนของใบมีสารเมททิล เมอร์แคบแตน (Methyl Mercaptan) ซึ่งสารชนิดนี้บังเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งยังส่งผลให้เป็นที่มาของชื่อเรียกในภาษาต่างประเทศ ที่เรียกพืชชนิดนี้ว่า เถาสกั้ง (Skunk vine) เพราะฝรั่งรู้จักกลิ่นสกั๊งว่าเป็นอย่างไร พอกลิ่นอะไรที่ออกจะตุๆ เป็นต้องยกให้คุณสกั๊งรับไป

    ตดหมาเป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออก บางครั้งพบว่ามีการเรียกชื่อพืชนี้ว่า “ ตดหมูตดหมา ” แต่ในความเป็นจริงทางด้านพฤกษศาสตร์แล้ว ตดหมูและตดหมาเป็นพืชคนละชนิด แต่มีนามสกุลเดียวกัน ในการจัดจำแนกของนักวิทยาศาสตร์ ตดหมูมีชื่อเรียกว่า Paederia linearis ส่วนตดหมามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Paederia foetida ใบของเถาตดหมูใหญ่และบางกว่าใบของเถาตดหมา

    แต่ผู้อ่านที่จินตนาการตามชื่ออีสานอาจนึกไม่ถึงว่า ยอดอ่อนของทั้งตดหมูและตดหมานิยมนำมารับประทานเป็นผักสดได้ แต่ถ้านึกชื่อภาคกลางว่าต้นกระพังโหมก็ยังพอรับประทานลง ในบางพื้นที่อาจนำใบมาต้มเพื่อกำจัดกลิ่นก่อนรับประทานด้วย ในแวดวงนักวิทยาศาสตร์นอกตำราได้เคยมีการคุยกันเล่น ๆ ว่าน่าจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สกัดเอาสารจากต้นตดหมูและตดหมามาใส่ประป๋องสเปรย์ แล้วเอาไว้ฉีดตามล้อรถเพื่อป้องกันไม่ให้หมาข้างถนนมาฉี่ใส่ล้อ ซึ่ง เป็นงานท้าทายที่มีประโยชน์อีกชิ้นหนึ่ง

    อ.อุษา กลิ่นหอมจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามเล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนที่เริ่มทำงานที่ภาคอีสานใหม่ ๆ ได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหลายบอกว่า ผู้หญิงอีสานทุกคนต้องรู้จักต้นตดหมา ถ้าผู้หญิงคนใดไม่รู้จักแสดงว่าไม่ใช่ผู้หญิงอีสานที่แท้จริง ความหมายนี้คงไม่ได้หมายถึงสาวอีสานทัดใบตดหมา แต่นัยยะของเรื่องนี้มีอยู่ว่า ในอดีตที่ยังไม่มีการผลิตน้ำตาลขึ้นมาใช้ การทำงานขนมในงานบุญหรืองานมหรสพต่าง ๆ จะใช้รากตดหมามาแช่น้ำ เพื่อให้ได้น้ำหวานออกมาใช้ทำขนม โดยเฉพาะข้าวพองหรือข้าวเกรียบว่าว น้ำตาลที่ได้จากรากตดหมา เมื่อนำไปใช้ในการบดแป้ง จะทำให้แป้งพองตัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งหน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของผู้หญิงทุกคน ดังนั้นถ้าผู้หญิงคนใดไม่รู้จักเถาตดหมาแสดงว่าผู้หญิงคนนั้นทำขนมพื้นบ้านไม่เป็น มีความหมายว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ดีนัก

   สำหรับสรรพคุณทางยาสมุนไพรนั้นมีค่อนข้างมาก ในตำรายาไทย พบว่า ตดหมาทั้ง เถา นำมาต้มดื่มแก้พิษไข้ ขับปัสสาวะ ถอนพิษต่าง ๆ รวมทั้งแก้ท้องเสีย ซึ่งสรรพคุณแก้ท้องเสียมีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่าสารสกัดจากตดหมา สามารถแก้อาการท้องเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของ ใบ ใช้แก้ปวดฟัน แก้รำมะนาด แก้การปวดแสบปวดร้อนที่ผิวหนัง โดยใช้ตำพอก ส่วนของ ราก ใช้ฝนหยอดตาแก้ตาฟาง ถ้าต้มดื่มทำให้อาเจียน ผลแก้ปวดฟัน

   อ.อุษายังเล่าประสบการณ์อีกว่าเมื่อตอนเป็นเด็ก จำได้ว่าเมื่อเวลาเป็นไข้แม่จะเอาเถาตดหมามาต้มน้ำใช้เช็ดตัวทำให้ไข้ลดได้เป็นอย่างดี ในภาคอีสานถ้ามีอาการท้องหยึ่ง(ท้องอืด) ให้กินยอดตดหมาทำให้ระบายแก๊สได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เกษตรกรที่เลี้ยงหมูยังใช้เถาตดหมาลดไข้ได้ด้วย โดยดึงเอาเถาตดหมามาทุบพอแหลกหรือให้มีน้ำออกมาแล้วเอาเถาที่ทุบแล้วไปลูบตามตัวหมูที่เป็นไข้ จะทำให้ไข้หมูลดลงทันที

   หมอยาพื้นบ้านในประเทศฟิลิปปินส์ใช้เถาตดหมาในการรักษาโรคไขข้อ นอกจากนี้ยังใช้แก้อาการปัสสาวะขัด โดยนำใบมาต้มแล้วนำมาตำให้แหลก จากนั้นนำไปโปะลงบนท้องทำให้สามารถขับปัสสาวะออกมาได้ นอกจากนี้ใบเมื่อนำมาต้มดื่มสามารถขับนิ่วออกจากกระเพาะปัสสาวะได้ด้วย และน้ำต้มจากใบ เมื่อนำมาเช็ดตัวจะทำให้ไข้ลดหรือนำผ้าสะอาดมาชุบน้ำต้มจากใบวางไว้บนศีรษะช่วยในการลดไข้ได้อย่างดี นอกจากนี้น้ำต้มจากใบยังใช้เป็นน้ำอาบสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไขข้อได้อีกด้วย ส่วนของเปลือกเมื่อนำมาต้มดื่มทำให้อาเจียนได้ น้ำต้มจากรากใช้ในการขับลม ส่วนผลใช้เป็นยาแก้ปวดฟันและทาฟันให้เป็นสีดำ ในประเทศอินเดียได้มีการพัฒนากระบวนการผลิตน้ำมันจากตดหมามาเป็นยาทาแก้ปวดข้อและปวดหลัง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าตดหมาใช้เป็นยาถ่ายพยาธิในสัตว์ได้

   ตดหมามีประโยชน์ค่อนข้างมากต่อวิถีชีวิตของคนเอเชีย แต่ผู้อ่านรู้หรือไม่ว่าในขณะนี้ตดหมากำลังไปแพร่พันธุ์ออกยอดแตกเถาเต็มไปหมดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะทางตอนใต้ของประเทศ จนกลายเป็นภัยคุกคามของประเทศร่ำรวยไฮเทคนี้แล้ว น่าเสียดายที่ตดหมาเจริญเติบโตได้ดี แต่คนที่นั่นไม่มีผู้รู้นำไปใช้ประโยชน์ ฝากผ่านชาวไทยที่อาศัยในสหรัฐจำนวนมาก ลองนำไปใช้ประโยชน์ เพราะอาจทำให้คนไทยที่นี่เลียนแบบฝรั่งอเมริกัน จะได้ทำให้สมุนไพรตดหมาได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจ้ะ.

 


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003