ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

น้ำพริก
ยาบำรุงร่างกาย ป้องโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือด และโรคหัวใจ
เพิ่มการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

     

     น้ำพริก เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมินี้มหัศจรรย์ตรงที่ ี่สูตรน้ำพริกมีมากมายนับร้อยนับพันสูตร และน้ำพริกแต่ละสูตรยังสร้างสรรค์ทั้งรสชาติและ
ส่วนประกอบของสูตรตำรับ จนเกิดความหลากหลายให้สามารถกินกับพืชผักรอบๆ ตัว และดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ของสุวรรณภูมินี้ได้ชื่อว่าร่ำรวยพืชพรรณต่างๆ มากมายนัก จึงไม่เป็นการกล่าวอ้างเกินไปว่า ใน 1 ถ้วยน้ำพริกทำให้เราเลือกกินผักได้เป็น 100 ชนิด ก่อเกิดให้ร่างกายแข็งแรง สามารถสร้างบ้านแปงเมืองมาจนทุกวันนี้

    แต่สังคมวันนี้ คนไทยกำลังจมลงภายใต้วัฒนธรรมแห่งการบริโภคและกระแสโลกาภิวัตน์ เราเร่งรีบหาเงินจนลืมชีวิต ลืมสุขภาพของตนเอง โรคร่วมสมัยคือโรคมะเร็ง โรคหัวใจและ
หลอดเลือด ยารักษาโรคร่วมสมัยในกลุ่มนี้มักจะเป็นยาติดสิทธิบัตรมีราคาแพง จ่ายเงินทอง
จนหมดตัวก็ยังไม่หายได้ง่ายๆ พอมีกลุ่มคนฮึดสู้ของทำ CL เพื่อให้ยาราคาถูกลง คนทั่วไป
เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ก็เกิดปัญหาการค้าระหว่างประเทศ บริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ก็จะกลั่นแกล้งเราต่างๆ นานา หนทางหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคร่วมสมัยเหล่านี้ แล้วไม่ต้องไปง้อยาของต่างชาติ คือหันกลับมากินอาหารดั้งเดิมของชาวสุวรรณภูมิ นั่นคือ น้ำพริกและผักเคียง น้ำพริก ป้องกันโรคต่างๆ เหล่านี้ได้ เนื่องจากส่วนประกอบของตัวน้ำพริกอันประกอบด้วย หอม กระเทียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของน้ำพริกนั้น และในบางสูตรน้ำพริกที่มีส่วนผสมของตะไคร้ ข่า ขมิ้น มะแขว่น ที่ปรุงผสมลงไปนั้น ส่วนประกอบทั้งหมดนับเป็นสุดยอดของสมุนไพรที่ชาวโลกยอมรับว่า เป็นหนึ่งไม่รองใครในการช่วยต้านมะเร็ง และถือเป็นผู้พิทักษ์หัวใจและหลอดเลือดที่ดีที่สุด

     อาทิเช่น พริก จะมีสารแคปไซซิน ซึ่งจะป้องกันสารก่อมะเร็งบางชนิดไม่ให้มากับ DNA ในเซลส์จึงสามารถป้องกันมะเร็งได้ แคปไซซินยังช่วยป้องกันการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด
ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น นอกจากนี้แคปไซซินยังช่วยทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารต่างๆได้ดี ในส่วนของระบบทางเดินหายใจ
พริกยังทำให้การขับเสมหะต่างๆ ได้ดีขึ้น ช่วยคนที่เป็นโรคภูมิแพ้และหอบหืด

     ส่วน กระเทียม ก็ถือว่าเป็นราชาของสมุนไพรที่ช่วยระบบหลอดเลือดและหัวใจโดยตรง ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็นพนักงานความสะอาดให้เส้นเลือด ทำให้หลอดเลือดสะอาดและยืดหยุ่น ช่วยลดโคเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดัน นอกจากนี้กระเทียมยังช่วยกำจัด
พิษโลหะหนัก ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยแก้ไอขับเสมหะ เป็นต้น สมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบหลัก
ของน้ำพริกอีกชนิดหนึ่งคือ หอม เป็นสมุนไพรที่ช่วยลดโคเลสเอตรอลได้ดี ทั้งยังทำให้เลือด
ไหลเวียนได้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยแก้หวัด ทำให้จมูกโล่ง เป็นต้น ส่วน ตระไคร้ ข่า ขมิ้น ก็มีรายงานการศึกษาวิจัยถึงฤทธิ์ในการต้านมะเร็งจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางแล้วในขณะนี้

     ตามธรรมชาติน้ำพริกเป็นอาหารที่มีรสจัดจ้าน การกินน้ำพริกเท่ากับช่วยให้คนสามารถกินผัก
ได้อย่างหลากหลาย และกินเป็นจำนวนมาก ผักที่หลากหลายต่างชนิดกันนั้นให้คุณสมบัติ
ิที่แตกต่างกัน ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยจนเป็นที่ประจักษ์ว่า ในพืชมีสารที่ออกฤทธิ์เป็นประโยชน์
ทางยามากมาย เช่น สารพวก โพลี่ฟีนอล มักมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยต้านมะเร็ง
และชะลอความแก่ สารพวก โพลี่แซคคาไลด์ มักมีฤทธิ์ เพิ่มภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นในพืชผัก
ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของร่างกาย เช่น เบต้าแคโรธีนมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง วิตามินบีช่วยการทำงานของระบบประสาท วิตามินซีช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ดักจับอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของการเป็นต้อกระจก แคลเซี่ยมช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เหล็กเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือด เป็นต้น

     พืชผักที่กินกับน้ำพริก ยังประกอบด้วยกากใยอาหารที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ กากใยเหล่านี้
จะช่วยดูดซับไขมัน น้ำตาล สารพิษ ไว้แล้วถูกขับออกไปทางอุจจาระ การกินผักจึงเป็นการลด
โคเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือดและเป็นกำจัดสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย กินน้ำพริกกับผัก
ทั้งอร่อยและไม่ต้องไปเสียสตางค์นอนดีท๊อกซ์กับเครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่เป็นธรรมชาติการหันกลับ
มากินผักกับน้ำพริกช่วยให้ร่างกายขับถ่ายปกติ ร่างกายเราจะแข็งแรงห่างไกลจากโรคหลายโรค โดยเฉพาะโรคผนังลำไส้หย่อนยาน มะเร็งในลำไส้ ริดสีดวงทวาร และช่วยลดโคเลสเตอรอล
และน้ำตาลในเลือดได้อย่างดีเป็นการช่วยลดภาระของปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือด
ได้อีกทางหนึ่งอย่างดี

     น้ำพริกเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของตำรับอาหาร และน่าจะเป็นความมหัศจรรย์ของการดูแลสุขภาพ
ของเราด้วย โดยเฉพาะในยุคที่โรคหัวใจ โรคความดันและโรคเบาหวานกำลังบั่นทอนชิวิตของเรา โรคภัยต่างๆ ในเวลานี้ที่เกิดขึ้นมักเกิดมาจากพฤติกรรมการบริโภคมากกว่าตัวเชื้อโรค เมื่อโรคเกิดจากการบริโภค เราทุกคนก็สามารถช่วยกันป้องกันโรคจากการบริโภคไม่ยาก เมื่อเราปรับเปลี่ยนการบริโภค โดยเฉพาะ น้ำพริก อาหารสมุนไพรขนานแท้

     ด้วยเหตุนี้กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เครือมติชน และภาคีสุขภาพต่างๆ ร่วมจัดใหญ่ “ งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้ง 4 ” วันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2550 อาคาร 5 - 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทอง
ธานี ไฮไลท์ “1 ถ้วยน้ำพริก 100 ชนิดสมุนไพร 60 ล้านไทยแข็งแรง ” ท่านจะพบกับตำรับ
น้ำพริกทั่วทุกภาคของประเทศไทย และสวนสมุนไพรผักพื้นบ้านที่กินกับน้ำพริก และงานสาธิต อบรมอื่นๆอีกมากมาย

วิถีแห่งการมีสุขภาพดีเริ่มต้นด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นของเราจ้ะ.

 


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003