อยู่กรรมล้ำสมัย
ไม่มีใครปฏิเสธเทคโนโลยีสมัยใหม่กับระบบการแพทย์สมัยใหม่ซึ่งข้ามาครอบครองพื้นที่ทางสังคมไว้เกือบหมด แต่ก็ยังเหลือช่องเล็กๆ ให้กับการดูแลสุขภาพตามวิถีชีวิตพื้นบ้านให้เห็นอยู่ไม่น้อย และนับวันจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นด้วย กรณีการนวดพื้นบ้านไทยเพื่อบำบัดโรคและฟื้นฟูสุขภาพ เป็นเรื่องราวน่าติดตามอย่างยิ่ง ดังเช่นโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลจังหวัดหลายแห่งเปิดแผนกการแพทย์แผนไทย ซึ่งได้รับความนิยมล้นหลาม
การดูแลหญิงหลังคลอดเป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นกำลังหวนคืนสู่สังคมไทย แม้ว่าการผดุงครรภ์แผนโบราณแทบจะหาได้ยากยิ่งในยุคดิจิตอล แต่ก็มีแนวโน้มดีขึ้นมากเมื่อพบว่าการศึกษาวิจัยประโยชน์ของการ นวด อบ ประคบ หลังคลอดมีมากขึ้น และโรงพยาบาลหลายแห่งริเริ่มเปิดพื้นที่ให้กับการอยู่ไฟหลังคลอดเพิ่มขึ้นด้วย
การฟื้นฟูวิถีการอยู่ไฟหลังคลอดอาจต้องเริ่มจากความเข้าใจเรื่องชีวิตให้ตรงกันระหว่างมุมมองแพทย์แผนไทยและการแพทย์แบบตะวันตก เพราะการดูแลแม่และเด็กในภาคอีสาน ผู้หญิงที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์และการคลอดบุตรจัดได้ว่าเป็นภาวะวิกฤติของชีวิต หมอตำแยประจำหมู่บ้านจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทั้งในระยะก่อนคลอด ช่วงที่คลอดและหลังคลอด เรียกว่าดูแลติดตามใกล้ชิด แต่แพทย์แผนปัจจุบันไม่ได้คิดเช่นนั้น จะตัดสินว่าผิดปกติจากกรณีที่เกิดปัญหาเท่านั้น และติดต่อสัมพันธ์กันตามวันนัด
นอกจากนี้ในปัจจุบันมีข้อกำหนดให้หญิงตั้งครรภ์ทั้งหมดไปคลอดที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สถิติออกมาว่าการคลอดและการดูแลเด็กแรกคลอดอยู่ภายใต้การดูแลของภาครัฐ 100 เปอร์เซนต์ หมอตำแยพื้นบ้านจึงเสมือนหายสาบสูญไปจากสังคมไทย หรือถ้ายังมีอยู่ในบางพื้นที่ก็ถูกลดบทบาทลง ซึ่งทำให้องค์ความรู้การดูแลแม่และเด็กทั้งก่อนคลอดและหลังคลอดที่เป็นความรู้สำคัญกำลังจางหายไป
โชคดีในบางพื้นที่ เช่น จังหวัดสุรินทร์ กาฬสินธุ์ สกลนคร ภูมิปัญญาเหล่านี้ยังปรากฏอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะชุมชนที่เป็นชนเผ่าต่าง ๆ เช่น เขมร ผู้ไท หรือกูย เป็นต้น แม้แต่ทางภาคใต้จากการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขเองก็พบว่า หมอตำแยที่เรียกว่า โต๊ะบิแด ก็ยังทำหน้าที่นี้อยู่อย่างเงียบๆ แต่เหนียวแน่นแม้ว่ากำลังถูกลดทอนบทบาทลงไปมากก็ตาม
ภูมิปัญญาการดูแลหญิงระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ภาครัฐควรมีการส่งเสริมและให้ความสำคัญให้มากกว่านี้ เนื่องจากการดูแลสุขภาพของผู้หญิงที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ สามารถทำให้ลดอัตราการเสี่ยงของความผิดปกติในการคลอดได้เป็นอย่างดี เช่น ภูมิปัญญาของหมอยาพื้นบ้านเกี่ยวกับการโกยท้อง การกลับเด็ก หรือข้อควรปฏิบัติตนของผู้หญิงในขณะตั้งท้อง
ถ้าวิทยาการแผนใหม่เช่นการใช้อุลตร้าซาวด์และเครื่องเอ็กซ์เรย์มาเชื่อมต่อกับหมอพื้นบ้าน ศาสตร์การแพทย์พื้นบ้านหลายอย่างจะช่วยให้สุขภาพของแม่และเด็กดีขึ้นอย่างยิ่ง
การแพทย์พื้นบ้านให้ความสำคัญอย่างมากต่อการดูแลสุขภาพหลังคลอด เพราะถ้าปฏิบัติตัวไม่ดีจะส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพของผู้เป็นแม่ จากการศึกษาพบว่าสมุนไพรในการดูแลสุขภาพหลังคลอดมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ หมอยาพื้นบ้านอธิบายในเรื่องนี้ว่า เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน ทำให้มีสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกร่างกายแตกต่างกัน ดังนั้นจึงใช้สมุนไพรแตกต่างกัน ดังสุภาษิตที่ว่า ลางเนื้อชอบลางยา
ในแถบชนบทของเมืองโคราช ในขณะที่อยู่กรรม หรืออยู่ไฟหลังคลอดนั้น ให้เอา ฮากนมสาว ฮากตูมบ้าน ฮากตูมกา ฮากลุมพุกและฮากแฮดกวง อย่างละเท่ากัน นำมาต้มดื่มขณะอยู่ไฟ จะทำให้ร่างกายแม่แข็งแรงดี มีน้ำนมให้ลูกดื่มได้มาก คำว่า ฮาก ในภาษาอีสานหมายถึง ราก สำหรับสมุนไพรต่าง ๆที่ปรากฏในตำรับข้างต้น ได้แก่ นมสาว ภาคกลางเรียกว่า มะไฟแรด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Scleropyrum pentandrum (Dennest.) Mabb. ตูมบ้าน หมายถึง มะตูม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aegle marmelos (L.) Corr?a ex Roxb. ตูมกา ภาคกลางเรียกว่า ตูมกาขาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Strychnos nux-blanda A.W.Hill ลุมพุก ภาคกลางเรียกว่า ตะลุมพุก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tamilnadia uliginosa (Retz.) และ แฮดกวง ภาคกลางเรียกว่า ตับเต่าต้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Diospyros ehretioides Wall. Ex G.Don สมุนไพรที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเป็นไม้ยืนต้น
สำหรับตำรับยาให้หญิงหลังคลอดกินในแถบจังหวัดมหาสารคามนิยมดื่มน้ำร้อนเปล่าๆ แต่ก็มียาฝนกินเพื่อเรียกน้ำนมประกอบด้วย ฮากคุด ฮากพวงพีและฮากสมัด ต้น คุด ของอีสานหมายถึงต้น พริกนายพราน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tabernaemontana bufalina Lour. พวงพี หมายถึงต้น นมสวรรค์ มีชื่อวิทยาสาสตร์ว่า Clerodendrum paniculatum L. และ สมัด หมายถึง Clausena excavate var. excavate เห็นได้ว่าตำรับยาแต่ละท้องถิ่นตางกัน แต่เป้าหมายตรงกันคือบำรุงแม่ให้สมบูรณ์เพื่อให้นมแก่ลูกน้อย
คนหัวสมัยใหม่มักไม่เข้าใจหลักการในขณะอยู่ไฟที่ให้แม่กินอาหารได้เฉพาะปลาแห้งกับข้าวต้ม เพราะคิดว่าจะต้องบำรุงโภชนาการ ๕ หมู่ แต่ในศาสตร์การแพทย์ท้องถิ่นกลับใช้ทฤษฎีแพทย์ต่างไปอธิบายว่า การคลอดเป็นภาวะไม่ปกติ ร่างกายยังไม่อยู่ในภาวะสมดุล จึงไม่ต้องการให้กระเพาะทำงานหนัก น่าจะกินอาหารบางประเภทเท่านั้น เพราะถ้ากินไม่ถูกอาจเกิดอาการแสลงหรือมีอาการกินผิด ทำให้ไม่สบายและมีอาการวิงเวียนได้ ถ้ามีอาการเช่นนี้ให้เอา ฮากหมากนาวหรือฮากทูนฝนใส่น้ำกิน หมากนาวหมายถึงมะนาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ctrus aurantifolia (Christm.) Swingle และ ทูน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colocasia gigantean Hook.f. หรือถ้ามีอาการที่เรียกว่าผิดกะบูน มีอาการปวดศีรษะโดยเฉพาะรอบดวงตา ให้เอาฮากพวงพีหรือรากต้นนมสวรรค์ ต้มกิน
และหลังการอยู่ไฟ ภูมิปัญญาของชาวแสก บ้านบะหว้า จังหวัดนครพนม ยังนำพืชที่อยู่ในบ้านไม่น้อยกว่า 50 ชนิด(ยิ่งมากยิ่งดี) มาต้มดื่มก่อนออกจากการอยู่ไฟ เพราะจะทำให้ร่างกายสมดุลแข็งแรงไม่ป่วยไข้ง่าย คนในชุมชนหมู่บ้านยังนิยมอยู่ไฟกันมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่คนเมืองที่คิดว่านำสมัย กำลังเหินห่างจากภูมิปัญญาดั่งเดิมที่สั่งสมกลั่นกรองมาอย่างดีเยี่ยม และกำลังได้รับความสนใจว่าเป็นสิ่งที่ล้ำสมัยอย่างมาก เพราะถือว่าการอยู่กรรมหรือการดูแลหลังคลอดนี้เป็นสุดยอดของการดูแลสุขภาพสตรีไม่ให้เจ็บป่วยง่าย
และช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงเพื่อพร้อมในการเลี้ยงดูบุตรด้วย