ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

 

“ ยาอาโป ” ตำรับหมอพลอย

แก้ปวดท้อง ท้องเสีย

     

หากใครผ่านไปทางถนนสี่พระยา ย่านบางรัก จะเห็นตรอกเล็กๆตรอกหนึ่งข้างสถานีอนามัยอยู่เยื้องกับวัดแก้วแจ่มฟ้า มีป้ายทางการบอกว่า “ ตรอกเพชรพลอย ” คนทั่วไปที่ไม่ทราบประวัติความเป็นมาของตรอกแห่งนั้นก็อาจเข้าใจผิดว่าเป็นแหล่งเจียระไนเพชรพลอย แต่คนเก่าแก่ในย่านนั้นยังรู้จักกันดีว่า ตรอกนี้ตั้งตามนามบุคคลสำคัญประจำท้องถิ่น นั่นคือหมอเพชรหมอพลอย แพทย์หลวงพี่น้องฝาแฝดผู้มีสำนักอยู่เคียงกันภายในตรอกนั้น ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นชุมชนตลาดขนาดย่อม ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการเช่นกันว่าตลาดหมอเพชรหมอพลอย เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงหมอหลวงคู่แฝดผู้เคยมีอุปการคุณต่อคนในละแวกนั้น

ทั้งหมอเพชรและหมอพลอย เป็นแพทย์แผนไทยที่รับราชการ ประจำกรมหมอหลวงในพระบรมมหาราชวังรุ่นสุดท้าย จะเป็นเป็นความบังเอิญหรืออย่างไรก็สุดแท้ ท่านหมอหลวงทั้งสองเป็นคุณตาของนายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์ อดีตรัฐมนตรีและอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ได้ชื่อว่าเป็นหมอแผนใหม่หัวใจแผนไทยและเป็นยอดนักยุทธศาสตร์สาธารณสุขไทยผู้เป็นเบื้องหลังการผลักพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติพ.ศ. 2550 ที่มุ่งยุทธศาสตร์สุขภาพ “ สร้างนำซ่อม ”

ในวาระอายุครบรอบ 80 ปี ของคุณหมอไพโรจน์ นิงสานนท์ เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมาทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ได้จัดพิมพ์หนังสือ “ 80 ปีนายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์ ข้าวรวงใหญ่แห่งวงการสาธารณสุข ”

หนังสือเล่มนี้ นอกจากจะบอกเล่าถึงปูมชีวิต ความคิดและผลงานของ “ ข้าวรวงใหญ่ ” ของวงการสาธารณสุขแล้ว ยังกล่าวถึงความผูกพันระหว่างหมื่นชำนาญแพทยาหรือท่านหมอพลอย แพทยานนท์ ผู้เป็นตาแท้ๆของคุณหมอไพโรจน์ ผู้เล่าให้ฟังว่าสมัยเด็กๆท่านมีหน้าที่บดเครื่องสมุนไพรยาไทยให้คุณตา และยาตัวหนึ่งซึ่งคุณตาจะเตรียมไว้เป็นจำนวนมากสำหรับลูกไข้คือ “ ยาอาโป ”

“ ยาอาโป ” ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นยาแก้ธาตุน้ำพิการ หรือกำเริบ ช่วยแก้อาการปวดท้อง ท้องเสียได้ชะงัดนัก แต่ตำรับยาไทยแท้แต่โบราณนั้นมักจะประกอบด้วยสมุนไพรมากสิ่ง ทั้งนี้เพื่อเร่งให้ยาออกฤทธิ์ตรงอาการอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญคือช่วยป้องกันมิให้เกิดพิษข้างเดียวที่เกิดจากการใช้ยา

สำหรับยาอาโป ถ้าปรุงกันเต็มตำรับจริงๆ ต้องใช้ยาสมุนไพรถึง 31 ชนิด คือ

1.โกฐหัวบัว 2.เทียนดำ 3.เทียนแดง 4.เทียนขาว 5.เทียนข้าวเปลือก 6.เทียนตั๊กแตน สิ่งละ 7.5 กรัม

8.ลูกจันทร์ 9.รากช้าพลู 10.เถาสะด้าน 11.ขิง 12.ลูกผักชี 13.รากส้มกุ้ง สิ่งละ 15 กรัม

14.แก่นส้ม 15. ลูกมะแว้งต้น 16.ลูกมะแว้งเครือ 17.โกฐน้ำเต้า 18.จันทน์แดง 19. จันทน์ขาว 20.มหาหิงคุ์ สิ่งละ 30 กรัม

21.เจตมูลเพลิง 45 กรัม 22.ดีปลี 23. ว่านน้ำ 24. กระเทียม 25. ผิวมะกรูด 26.บอระเพ็ด 27.ใบคนทีสอ สิ่งละ 60 กรัม

28.ลูกมะตูมอ่อน 29.เปลือกกันเกราแดง 30.หัวแห้วหมู สิ่งละ 120 กรัม

31.ลูกสมอไทย 240 กรัม

วิธีทำ นำสมุนไพรทั้งหมดมาบดเป็นผงละเอียด

วิธีรับประทาน ผู้ใหญ่ 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร เด็ก ครึ่งช้อนชาหรือลดลงตามส่วน ผสมน้ำผึ้ง วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร

สูตรยาอาโป ค่อนข้างซับซ้อน อาจจะยากสำหรับคนทั่วไปที่จะปรุงยาเอง ดังนั้นจึงควรจ้างร้านขายยาช่วยบดให้ตามสูตรนี้ก็ได้ โดยอาจจะลดลงน้ำหนักยาลงครึ่งหนึ่งจะได้ยาประมาณ 250 กรัม สำหรับเก็บไว้เป็นยาสามัญประจำบ้าน ยาผงสามารถเก็บไว้ได้นาน เป็นปีไม่ต้องใส่วัตถุกันเสียเหมือนยาน้ำ เวลาท้องเสีย ปวดท้อง สามารถหยิบมาใช้ได้ทันที

นอกจาก ทำเป็นรูปของยาผงแล้ว อาจจะนำไปนั้นเป็นเม็ดลูกกลอน หรือแคปซูล ช่วยให้รับประทานได้สะดวกขึ้น

ในท้องตลาดเรามีแต่ยาแก้ท้องเสียที่เป็นยาแผนปัจจุบัน จึงน่าจะมีการผลิตยาไทยสำหรับแก้อาการปวดท้อง ท้องเสีย วางตลาดให้แพร่หลาย สำหรับเป็นทางเลือกของคนไข้รุ่นใหม่หัวใจแผนไทยบ้าง และช่วยกันส่งเสริมยาไทยทดแทนยาต่างประเทศ ไม่ต้องยืมมือฝรั่งมาช่วยระบายท้องยามถ่ายไม่ออก และไม่ต้องหยุดท้องเสียด้วยน้ำมือฝรั่งด้วย

ยาแผนไทยของเรามีดีพอแก้ปัญหาสุขภาพพื้นฐานได้สบาย.

    

 


©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003