สมุนไพรยอดฮิต ฮว่านง็อก และ แปะตำปึง
ในระยะหลายเดือนมานี้ผู้ที่สนใจสมุนไพรมักจะถามถึงต้นไม้ชื่อแปลกๆ อยู่ต้นหนึ่ง กล่าวขวัญกันถึงสรรพคุณสุดยอดไร้เทียมทาน สมุนไพรที่ว่านี้นามว่า ฮว่านง็อก ในขณะเดียวกันก็ถามไถ่กันหนาหูถึงสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เริ่มสับสนว่า ฮว่านง็อกคือต้นแปะตำปึงหรือไม่ สมุนไพรทั้ง ๒ ต้นนี้เป็นมาอย่างไร จะได้ไขความกันต่อไป
ว่ากันตามแหล่งที่มา ทั้งฮว่านง็อกและแปะตำปึง เป็นสมุนไพรเดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน แปะตำปึงข้ามฟ้ามาจากประเทศจีนเข้าสู่ประเทศไทยพร้อม ๆ กับสมุนไพรอันเป็นที่นิยมชื่อหญ้าปักกิ่ง ส่วนฮว่านง็อก เลาะลัดเดินทางมาจากประเทศเวียดนาม
เหตุที่นำสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด มากล่าวพร้อมกัน เนื่องมาจากมีความเหมือนและความแตกต่างที่น่าสนใจ แม้ว่าสมุนไพรทั้ง 2 ชนิดจะมาจากคนละประเทศ แต่มีสรรพคุณในการรักษาครอบจักรวาลและใช้เป็นอาหารได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าดูลักษณะการเข้าสู่ประเทศไทยนั้นแตกต่างกันราวกับฟ้าและดิน กล่าวคือ แปะตำปึงเข้ามาสู่ประเทศไทยในรูปแบบวิทยาทาน มีการแจกจ่ายทั้งต้นและใบบอกสรรพคุณ การรับรู้ของผู้คนจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
ในขณะที่ฮว่านง็อก เข้ามาสู่ประเทศไทยแบบหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ มีการปั่นราคากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ระยะแรกขายกันต้นละ 4,000 5,000 บาท ต่อมาขายกันเท่ากับจำนวนใบที่ปรากฎในต้น และก็มีผู้คนตื่นกันหาซื้อกันอย่างมากมาย แสดงให้เห็นถึงลักษณะสังคมไทยชอบอิงกระแส
ในที่นี้จึงขอนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์บางส่วนมาเล่าสู่กันฟัง ฮว่านง็อก มีผู้ตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า ว่านพญาวานร เข้าใจว่าจะแปลมาจากภาษาเวียดนาม แต่มีบางบทความกล่าวว่าคนไปเห็นลิงในป่าใช้จึงเก็บมาใช้รักษาแผลตามลิง ชื่อเดิมจึงเรียกว่า ว่านลิง และเปลี่ยนมาเป็น ว่านพญาวานร ฮว่านง็อกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pseuderatherum platiferum วงศ์ Acanthaceae เป็นไม้พุ่มที่สูงได้ไม่เกิน 3 เมตร ใบออกตรงข้าม ใบบางเขียวสด ไม่มีขน พ่อค้าต้นไม้เวลาจำหน่ายต้นนี้จะมีใบบอกสรรพคุณจ่ายแจกแนบไว้ด้วย สรรพคุณที่ปรากฏมีทั้งที่ใช้รักษาในคนและในสัตว์เลี้ยงดังนี้
รักษาคนสูงอายุ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทำงานหนัก เกิดประสาทหลอน รักษาไข้หวัด ความดันโลหิตสูง ท้องไส้ไม่ปกติ รักษาบาดแผล เคล็ดขัดยอก กระดูกหัก รักษาอาการทางเดินอาหารไม่ปกติ รักษาอาการโรคกระเพาะอาหาร โรคเลือดออกในลำไส้ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ รักษาอาการคอพอก ตับอักเสบ รักษาอาการไตอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่นข้น รักษาอาการโรคมะเร็งปอด อาการปวดต่างๆที่ไม่ทราบสาเหตุ ให้รับประทานต่อไป 100-200 ใบ อาการจะหายขาด รักษาโรคตาทุกชนิด เช่น ตาแดง ตาต้อ ตาห้อเลือด รักษาอาการมดลูกหย่อนของหญิงคลอดบุตรใหม่ ให้ผลดี ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ รักษาโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ โรคประสาทอ่อนๆ สามารถใช้กับสัตว์ได้ จากเอกสารระบุว่าใช้กับไก่ชนหลังจากชนไก่แล้วต้องการให้ไก่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ให้ไก่กินใบของต้นสมุนไพร จะฟื้นตัวได้เร็ว
รายละเอียดในการใช้รักษาแต่ละโรค โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ วันละ 2 ครั้ง รับประทานติดต่อกันไปจนครบ 50 ใบ ฮว่านง็อกโรคเลือดออกในลำไส้ รับประทานใบสด 7-13 ใบ หรือคั้นเอาน้ำ วันละ 2 เวลา โรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ เป็นบิด รับประทานครั้งละไม่เกิน 7 ใบ วันละ 2 ครั้ง รับประทานติดต่อกันไปประมาณ 100 ใบ โรคตับอักเสบ คอพอก รับประทานครั้งละ 7 ใบ วันละ 3 ครั้ง รับประทานติดต่อกันไปจนครบ 150 ใบ โรคไตอักเสบ ปวดเป็นประจำ รับประทานครั้งละ 3-4 ใบ วันละ 3 ครั้ง รับประทานไปจนครบ 30 ใบ
อาการท้องไส้ไม่ปกติ รับประทาน 7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย ปวดเมื่อยตามร่างกาย รับประทาน 7-14 ใบ 2 ครั้ง หาย อาการปัสสาวะแสบ ปัสสาวะเป็นเลือด รับประทาน 14-21 ใบ โดยการคั้นเอาน้ำข้นๆรับประทาน โรคตาแดง รับประทาน 7 ใบ และบด 3 ใบ ปิดที่ตาเวลานอน 1 คืน จะหาย โรคความดันโลหิตสูง จะลดทันทีเมื่อรับประทาน 5 9 ใบ แก้โรคเบาหวาน ผู้ชายรับประทาน วันละ 7 ใบ ผู้หญิงรับประทานวันละ 9 ใบ ภายใน 90 วัน หาย ใช้กับสัตว์ เช่น ไก่เหงา เป็นอหิวาต์ หรือ นิวคาสเซิ่ล ให้ไก่กิน 2-3 ใบ ไก่ชนหลังจากการชนแล้วให้กิน 2-3 ใบ สตรีหลังคลอด รับประทานวันละ 1 ใบ ทุกวัน จะทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว
แต่จากการศึกษาในทางวิทยาศาสตร์ปรากฎว่าไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนี้ มีข้อมูลเฉพาะส่วนการใช้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมของเวียดนาม และถ้าถามว่ามีตัวอย่างประสบการณ์ผู้ใช้อยู่ที่ไหน ผลเป็นอย่างไรก็ยังรวบรวมไม่ค่อยได้ หากใครมีประสบการณ์เหล่านี้ก็น่าแจกจ่ายขยายผลส่งมาให้ทางมูลนิธิสุขภาพไทยก็ดี
ในขณะที่สมุนไพรแป๊ะตำปึง หรือที่มีชื่อในภาษาไทยว่า ต้นจักรนารายณ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gynura procumbens (Lour.) Merr. อยู่ในวงศ์ ASTERACEAE เป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี ใบหนามีขนอ่อนนุ่มปกคลุม ในใบปลิวที่จ่ายแจก ได้บอกสรรพคุณครอบจักรวาลเช่นเดียวกับ ฮว่านง็อก แต่เมื่อสืบค้นในตำรายาจีนได้กล่าวไว้ ใช้รักษาอาการตาแดง ตาเจ็บบวม โดยใช้ทั้งต้นขนาด ๒ ตำลึง ตำให้แหลกคั้นเอาแต่น้ำมาชงกับน้ำผึ้งกิน หรือเอาใบตำให้แหลกผสมน้ำนมคนโปะเปลือกตา อาการจะทุเลาและหายได้ ถ้าเป็นฝีบวม ฝีร้อน ให้เอาทั้งต้นตำกับน้ำตาลทรายแดงพอกหรือใช้ใบ ๑ ตำลึง ต้มเลือดหมูกิน ฝีจะยุบ ถ้าเป็นฝีที่บริเวณแก้มก้น เอาทั้งต้นตำให้แหลกใส่น้ำตาลทรายแดงพอกหายได้เช่นกัน บาดแผลถูกของมีคมบาด ใช้ทั้งต้นตำแหลกพอกชะงัดนัก และถ้าถูกน้ำร้อนลวก ใช้ทั้งต้นตำพอกเฉย ๆ จะไม่ปวดแสบปวดร้อนและไม่พุพอง
สรรพคุณของแปะตำปึงคล้ายกับว่านมหากาฬ G.psudochina var. hispida แป๊ะตำปึงมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งที่สนับสนุนสรรพคุณการลดน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการแพร่กระจายของมะเร็งและความดันโลหิตในสัตว์ทดลอง และในขณะนี้โรงพยาบาลบางแห่งในประเทศไทย มีการนำเอาสารสกัดจากแป๊ะตำปึงไปใช้รักษาเริมที่ปากด้วย
ข้อคิดเห็นเตือนสติผู้นิยมสมุนไพรว่า จากความเป็นมาและสรรพคุณของสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด คงให้บทเรียนที่ดีว่า ราคา ไม่ใช่เครื่องมือในการแสดง คุณค่า เสมอไป