
ต้อนรับฝน
รับมือกับยุง
เชื่อหรือไม่ ยุงกำเนิดมาก่อนมนุษย์ด้วยซ้ำ
และดูเหมือนว่ายุงจะมีอายุยืนยาว
สืบสายพันธุ์เคียงคู่สังคมโลกมานานแสนนาน ซึ่งหมายถึงอยู่ร่วมกับมนุษย์มาแต่อดีต
และยังอยู่คู่ไปในอนาคตด้วย แม้ว่ามนุษย์โดยส่วนใหญ่ไม่ชอบยุง
แต่ก็คงทำอะไรแมลงตัวจิ๋วนี้ไม่ได้
ใครคิดจะกำจัดยุงให้สิ้นซากหมดไปจากโลกใบนี้ เห็นทีจะกลายเป็นตลกขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ
เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นที่ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้น
ยุงกับมนุษย์คงต้องอยู่คู่กันไป
โดยฝ่ายหนึ่งจ้องกัดกินเลือดและสร้างความรำคาญข้างหูข้างตัว
กับอีกฝ่ายตามตบตามตีบี้ให้เลือดติดคามือ หรือไม่ก็หาตัวช่วยมาขับไล่ยุงมิให้มาไต่ตอมสร้างความรำคาญใจและนำโรคร้ายมาสู่ตัว
วิธีรับมือยุงนั้นมีหลายระดับตั้งแต่แบบโหดๆ ชนิดสังหารให้สิ้น
ไปจนถึงระดับสำนึกว่า
เราต่างเป็นเพื่อนร่วมโลกอย่าได้มาเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
คือต่างคนต่างอยู่แม้ยุงอยากจะกัดกินเลือด
แต่ก็มีวิธีปกป้องมิให้ยุงกัดได้นั่นเอง
ระดับโหดๆ คงไม่ต้องแนะนำ แต่ขอเตือนสักนิดว่า ถ้าลงทุนออกแรงตบให้ยุงตายคามือก็ไม่เท่าไร
แต่ถ้าไม่ลงทุนใช้แรงแต่ลงทุนซื้อสารเคมีมาฉีดพ่นหมายเด็ดชีวิตยุงขณะบินว่อนให้ร่วงลงคาตานั้น
นอกจากเบียดเบียนยุงแล้วยังเบียดเบียนตัวเองขณะฉีดและคนในครอบครัวที่ได้รับสารเคมีสะสม
ในร่างกายอีกด้วย
วิธีรับมือกับยุงแบบปลอดภัย คืออย่าได้คิดฆ่ายุงด้วยสารเคมี
แต่ให้คิดถึงสมุนไพรใช้ไล่ยุงออกไปไกลตัว หรือถ้ายุงบินมาประชิดตัวก็ไม่สามารถเข้ามากัดตามผิวหนังได้
เพราะมีสมุนไพรปกป้องผิวอยู่นั่นเอง แนวทางทั้งสองวิธีนี้
แปลเป็นรูปธรรมได้ง่ายๆ ว่า
๑.ใช้การจุดสมุนไพรให้มีควันและกลิ่นในการขับไล่ยุง
และ ๒.ใช้สมุนไพร(มีด้วยกันหลายชนิด)ทาผิวป้องกันยุงกัดได้
สมุนไพรระดับคลาสสิกที่ใช้จุดไล่ยุงตามหมู่บ้านในเขตเกษตรกรรมของไทย
น่าจะต้องยกให้การจุดไฟ
เปลือกลูกมะพร้าวแห้ง ซึ่งให้ควันและกลิ่นตามแบบฉบับบ้านเรือนไทยยามเย็น
ที่มักจุดควันไล่ยุง
ที่เริ่มออกอาละวาดในเวลาพบค่ำ
วิธีนี้ยังใช้ได้ดีแต่ดูเหมือนจะทิ้งของดีกันไปตามความเจริญของเมืองแล้ว
แต่ยังโชคดีที่กระแสคนเมือง
หันมาสนใจ "อะโรม่าเทอราปี" หรือกลิ่นบำบัด ทำให้เรื่องจุดควันหอม
กลิ่นหอมและเครื่องหอมไทย
กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง เครื่องหอมไทยที่ว่านี้ คนส่วนใหญ่มักคิดไปเพียง
แป้งร่ำ น้ำอบไทย น้ำปรุง เทียนอบ และบุหงารำไป แต่ในวัฒนธรรมการใช้เครื่องหอมของไทยนับรวมธูปชนิดต่างๆ
อยู่ในเครื่องหอมด้วย เช่น
ธูปพิธี ธูปเอก ธูปกลิ่นดอกไม้ไทย ฯลฯ
ธูปซึ่งเป็นเครื่องหอม และเป็นงานศิลป์อย่างหนึ่งของคนไทยที่มีการสืบทอดจากบรรพบุรุษ
พอกระแสคนเมืองนิยม "อะโรม่า" บวกกับนโยบายเอส.เอ็ม.อี.(SME)
ธุรกิจขนาดกลางและย่อม ทำให้ชาวบ้านหลายแห่งที่มีภูมิปัญญาต่างผลิตธูปสมุนไพรไล่ยุงออกมาจำหน่าย
รวมถึงนักธุรกิจที่มีความรู้การทำธูปก็ยังทำธูปสมุนไพรออกมาแข่ง
ดูตัวอย่างสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยังเผยแพร่สูตรทำธูปสมุนไพร
ใครที่สนใจจะลองทำดูก็ได้ส่วนประกอบ คือ เปลือกต้นธูป เปลือกสะเดาเปลือกต้นอีเหม็น
ผิวมะกรูด
หัวข่า ตะไคร้หอม ต้นธูปกับต้นอีเหม็นเป็นต้นที่พิเศษ ชาวเมืองมักไม่ค่อยรู้จักและไม่ค่อยได้เห็น
ต้นธูปเป็นไม้ใหญ่ยืนต้นอยู่ในป่าตอนนี้หายากขึ้นแล้ว ต้นธูปนี้เข้าใจว่าชาวปักษ์ใต้เรียกว่า
ต้นพวมพร้าว นำมาใช้ทำธูปเช่นกัน
มีผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในเขตป่าเล่าให้ฟังว่า มักมีพ่อค้าในเมืองสั่งซื้อต้นพวมพร้าว
ชาวบ้านก็จะล้มทั้งต้นขายได้ราคานับหมื่นบาท ราคานี้เมื่อสัก
๒๐ ปีมาแล้ว ดังนั้นต้นไม้ที่ใช้ทำธูป ซึ่งเป็นสูตรเด็ดดั่งเดิมของไทย
เวลานี้เหลือน้อยเต็มที่ ถ้าใครคิดจะทำให้ลองพัฒนาส่วนผสมด้วยการ
ใช้ขี้เรื่อย ซึ่งไปขอซื้อจากโรงตัดไม้ต่างๆ
ถ้าอยากได้ธูปมีระดับก็ลองเลือกขี้เรื่อยจากไม้สัก
เข้าใจว่าเนื้อไม้อ่อนทำให้ผสมทำธูปได้ดี ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ขี้เรื่อยทั่วไปก็ได้
วิธีนี้ก็เป็นการรักษาต้นไม้มิให้หมดไปกับการส่งเสริมการตลาด
ของ SME ส่วนต้นอีเหม็นก็เป็นไม้ยืนต้นในป่าเช่นกัน ชาวบ้านรู้ว่ามีสรรพคุณในการไล่ยุงได้
แต่ถ้าหาไม่ได้ก็ปรับสูตรด้วยการใช้สมุนไพรไล่ยุงชนิดอื่นแทนได้
เช่น ต้นยูคาลิป ซึ่งมีสรรพคุณคล้ายต้นตะไคร้หอม คือนำใบสดๆ
มาขยี้ กลิ่นน้ำมันจะออกมาไล่ยุง
อัตราส่วนในการทำธูป เขาบอกว่าสมุนไพรทุกชนิดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
นำไปตากแห้งก่อน
แล้วนำมาบดให้ละเอียด ใช้ต้นธูป ๒ ส่วน ที่เหลือใช้อย่างละ
๑ ส่วน เมื่อผสมเข้ากันดีแล้ว นำก้านธูปจุ่มในน้ำตะไคร้หอม
(เอาใบตะไคร้หอมมาคั้นน้ำเตรียมไว้)
แล้วนำไปคลึงกับผงธูปก็จะได้ตัวธูปติดกับก้านธูป แล้วนำมาจุ่มน้ำตะไคร้หอมอีกครั้ง
แล้วนำกลับไปคลึงกับผงธูป ทำสลับเช่นนี้ ๕ ครั้ง แล้วนำธูปที่ได้ไปผึ่งให้แห้ง
อาจตากแดดได้แต่ไม่ควรเป็นแดดจัด เพราะจะทำให้ธูปแตกได้
ธูปสมุนไพรไล่ยุงนี้ ปลอดภัยไม่เหมือนยาจุดไล่ยุงที่ขายตามท้องตลาดซึ่งผสมสารเคมี
และมีกลิ่นฉุนมากๆ บางท่านถึงกับยอมใช้มือไล่ยุงดีกว่านั่งสูดดมกลิ่นควันยางกันยุงขดกลมๆ
นอกจากนี้ธูปสมุนไพรไล่ยุงยังมีให้เลือกได้หลายกลิ่น เพราะบางท่านก็อาจไม่ชอบกลิ่นตะไคร้หอมนัก
ถ้านิยมกลิ่นแบบ "อะโรม่า" ก็สามารถเลือกหาธูปกลิ่นยูคาลิป
กลิ่นมะกรูด กลิ่นส้ม
ซึ่งมีสรรพคุณช่วยไล่ยุงได้เช่นกัน แต่ธูปพวกนี้อาจแพงกว่าที่ชาวบ้านทำ
ดั่งสูตรที่แนะนำข้างต้น
หรือจะใช้กลิ่นล่าสุด ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษาวิจัยแล้ว
พบว่าธูปที่ผสมใบของต้นเสม็ดขาว
ใช้ไล่ยุงได้ดี นักวิจัยบอกว่ากลิ่นจะนุ่มนวล และหอมเย็นกว่าตะไคร้หอม
แต่เรื่องความหอมไม่หอมชอบไม่ชอบอันนี้ผู้บริโภคต้องทดลองดมกันเองต้นเสม็ดขาวนั้น
มีลักษณะคล้ายต้นยูคาลิป มีมากในภาคตะวันออกของไทย เช่นที่
จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ตราด ใครที่อยู่แถบนั้นคิดจะทำธูปสู้กับยุงก็ให้เก็บใบเสม็ดขาวที่ล่วงหล่นไม่มีค่า
นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ หรือผลิตเป็นรายได้เสริมต้อนรับยุงที่เริ่มออกอาละวาดหลังฝนเริ่มตกนี้ก็ได้
สำหรับโลชั่น และสเปรย์สมุนไพรฉีดทากันยุงนั้น แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากตะไคร้หอม
ซึ่งปัจจุบันมีหลายยี่ห้อหาได้ง่าย แต่ควรเลือกที่ได้รับทะเบียน
อย.รับรอง (สเปรย์ตะไคร้หอมนี้ยังเหมาะกับสุนัขตัวโปรด ใช้ป้องกันยุงได้อย่างดีไม่มีพิษภัย)
และให้จับตามองโลชั่นกันยุงจากขมิ้นชัน
เทคโนโลยีของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ขายลิขสิทธิ์ให้ธุรกิจเอกชนผลิตออกมาขับเคี่ยวกับยุง
คงจะมาเล่าสู้กันฟังในโอกาสต่อไป
ฝนฉ่ำนำน้ำมาแล้วยังนำแหล่งเพาะยุงมาด้วย รับฝนแล้วเตรียมรับกับยุง
เพื่อนคู่โลกตัวนี้ด้วย.