โรคเกี่ยวกับ ท้อง
ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย
ผิดสำแดง
เกิดจากการกินอาหารที่แสลงต่อโรค
มีอาการต่างๆกันไป เช่นจุกแน่นท้อง ท้องร่วง บางทีลิ้น แข็ง
คางแข็ง ขบฟันแน่น ไม่รู้สึกตัว บางทีจุกแน่นหน้าอก บางทีร้อนภายในคลุ้มคหลั่ง
เป็นโรคที่มีอาการรุนแรงและเป็นหลังจากกินอาหารใหม่ๆ
ขนานที่ 1
เอารากย่านางแดงกับรากมะปรางหวานฝนกับน้ำอย่างละเท่าๆกัน
ฝนจนเป็นน้ำขุ่นแต่ไม่ถึงกับข้น กินครั้งละ 1/2-1แก้ว วันละ
3-4 ครั้งหรือ 2 ชั่วโมงแล้วแต่อาการหนักเบา (ถ้าไม่มีรากมะปรางหวานใช้แต่รากย่านางแดงอย่างเดียวก็ได้)
ขนานที่ 2
ใช้รากแก้ว
รากมะขาม รากย่านาง ฝนกินแบบเดียวกับขนานที่ 1
ขนานที่ 3
ใช้รากมะกรูด
รากมะนาว รากมะปรางหวาน รากเหมือดคน ยาทั้งสี่นี้เลือกเอาแต่อย่างเดียวฝนด้วยน้ำซาวข้าวกิน
ถ้าไม่หายให้ฝนรวมเข้าด้วยกันทั้งสี่อย่าง ฝนกินแบบเดียวกับขนานที่
1
ขนานที่ 4
ใช้ใบข่อย
1 กำมือ ตำอย่างละเอียดผสมน้ำซาวข้าว 1 แก้ว คั้นเอาน้ำกินแบบเดียวกับขนานที่1
ขนานที่ 5
ใช้บักบุ้งแดงทั้งต้น
1-2 กำมือ ใส่น้ำพอท่วมยาเติมน้ำตาลทรายแดงให้พอหวานต้มให้เดือดนาน
5-10 นาที กินครั้งละ 1 แก้ว กินแบบเดียวกับขนานที่ 1
แพ้ท้อง
ให้กินปลาเล็กปลาน้อย
เช่น ปลาไส้ตัน ลูกปลาสลิด ปลากระดี่ทอดกรอบ กินทั้งก้างกินทุกวันจะได้ธาตุแคลเซี่ยม
ปวดท้องเพราะอาหารเป็นพิษ
ใช้ใบสระแหน่
1 กำมือ ตำกับเหล้าคั้นเอาน้ำยากินทีเดียวให้หมด ถ้าอาการดีขึ้นให้กินซ้ำอีกหนึ่งหรือสองครั้ง
เบื่ออาหาร
ขนานที่ 1
ใช้ใบฟ้าทะลายโจรตากแห้งบดผง
ปั้นเป็นลูกกลอนกินก่อนอาหารครั้งละ 4-8 เม็ด
ขนานที่ 2
ใช้ลูกสมอไทยสดดองสุราอย่างน้อย
7 วัน กินลูกสมอครั้งละ 1-2 ผล
ขนานที่ 3
ใช้เม็ดพริกไทย
หัวหญ้าแห้วหมู รากกระชาย เถาบอระเพ็ดหนักอย่างละเท่าๆกัน
บดเป็นผงปั้นลูกกลอนกินครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหาร
ท้องอืด
ขนานที่1
เอาเหง้าขมิ้นชันตากแห้งบดผง
ปั้นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดในพุทรา กินครั้งละ 2-3 เม็ดหลังอาหารและก่อนนอน
ขนานที่ 2
ใช้ใบพลู
2 ใบ ตำคั้นเอาน้ำให้ได้สัก 1-2 ช้อนชา กินอึกเดียวแล้วดื่มน้ำตามเข้าไป
1 แก้ว กินหลังอาหารและก่อนนอน
ขนานที่ 3
ใช้ขิงสดหั่นเป็นแว่น
1 ขยุ้มมือ ชงกับน้ำเดือด 1 แก้วหรือต้มให้เดือดนาน 3-5 นาที
ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ดื่มรวดเดียวให้หมด หรือเอาขิงสดขนาดเท่าหัวแม่มือตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำกินแล้วดื่มน้ำตามลงไป
หรือเอาขิงแห้งบดผงใส่แคปซูลเบอร์ 2 กินครั้งละ 1-2 แคปซูลหลังอาหารและก่อนนอน
ขนานที่ 4
เอากระเทียม
5-7 กลีบ ตำให้ละเอียดใช้ช้อนตักขึ้นมา ใช้นิ้วควักกระเทียมจากช้อนติดปลายนิ้วมือและหย่อนก้อนกระเทียมนี้ลงในคอ
กลืนลงไปแล้วดื่มน้ำตามให้มากๆ
ขนานที่ 5
เอาผิวมะกรูด
1 ลูก ตำให้ละเอียดผสมน้ำนิดหน่อยคั้นให้ได้น้ำ 1 ถ้วยชา ดื่มรวดเดียวให้หมดและดื่มน้ำตาม
ขนานที่ 6
ใช้เหง้าข่าอ่อนกินเป็นอาหาร
ขนานที่ 7
ใช้ตะไคร้
เอาเปลือกที่แข็งๆ ออก เหลือแต่ไส้ในอ่อนเคี้ยวกินเป็นอาหาร
ขนานที่ 8
เอาลูกยอสุกโขลกกับเกลือผสมน้ำผึ้ง
ปั้นเป็นยาลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดในพุทรากินครั้งละ 1-2เม็ด วันละ
3 เวลาหลังอาหารเป็นยาขับผายลมในลำไส้
ท้องอืดในเด็กอ่อน
ขนานที 1
ใช้รากเจตพังคีฝนกับน้ำปูนใสทาท้องเด็ก
ขนานที่ 2
ใช้ดอกกานพลูทุบพอช้ำ
1 ดอก ใส่ในน้ำที่ใช้ชงนม 1 ขวดน้ำปลา เอาน้ำนั้นชงนมให้เด็กดูดกิน
ขนานที่ 3
ใช้ใบพลู
4-5 ใบ มาอังไฟจนใบพลูอ่อนวางนาบบนท้องเด็ก ขณะที่ยังอุ่นอยู่วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ
)
ท้องอืดในผู้สูงอายุ
ให้กินเนื้อลูกมะตูมสุกครั้งละ
1 ลูก หลังอาหารทุกวัน
กระเพาะลำไส้อักเสบ
ขนานที่ 1
กินวุ้นว่านหางจระเข้ราดด้วยน้ำหวานวันละ
4 ครั้งๆ ละ 2 ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหารและก่อนนอน (วุ้นตัดเป็นท่อนเล็กๆก่อน
เวลากินควรเคี้ยวให้ละเอียดด้วย) ข้อควรระวัง ก่อนกินต้องล้างยาให้หมดรสขมจริงๆ
เสียก่อน เพราะยางทำให้กระเพาะลำไส้อักเสบกำเริบได้
ขนานที่ 2
ให้กินน้ำข้าวต้มที่ต้มจนเปื่อยผสมเกลือเล็กน้อยเพื่อให้กินง่าย
กินวันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่ 3
ใช้ใบฝรั่งแห้ง1
กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือด 10 นาที กินวันละ 4 ครั้งๆ
ละ 1 แก้ว ก่อนอาหารและก่อนนอน ขนานที่ 4 กินมะละกอสุกเป็นผลไม้หลังอาหารทุกมื้อเป็นประจำทุกวัน
(กินจนอิ่ม)
โรคกระเพาะ
ยาทุกขนานนี้ถ้าถูกกับยาจะรู้สึกดีขึ้นภายใน
1 อาทิตย์ ให้กินต่อไปจนหายขาด
ขนานที่ 1
ใช้ไพลสด
3 ส่วน เกลือ 1 ส่วน ตำผสมกันปั้นเป็นเม็ดขนาดเท่าเม็ดในพุทรา
กินวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ดก่อนอาหาร
ขนานที่ 2
เอาข้าวตังมาคั่วให้แห้ง
ตากแดด 3 วัน ตำให้ละเอียด ใช้ครั้งละ 1-2 ช้อนแกง ละลายในน้ำข้าวเช็ด
1 ถ้วยแกง เติมเกลือเติมน้ำตาลเพื่อให้กินง่าย กินวันละ 4
ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่ 3
เอากล้วยหักมุกดิบหรือกล้วยน้ำว้าดิบหั่นตากแดด
บดผงกินครั้งละ 1-2 ช้อนแกง ละลายน้ำข้าวเช็ดหรือน้ำหวาน กินวันละ
4 ครั้งก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่ 4
กินกล้วยน้ำว้าสุกๆ
วันละ 3 ครั้งๆ ละ 2 ลูกก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง ขนานที่ 5 ตื่นนอนตอนเช้าให้กินน้ำให้มากที่สุดก่อนไปทำอะไรอื่น
กินน้ำเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนกินได้ 5 แก้ว
ท้องเสีย
ขนานที่ 1
ให้ดื่มน้ำมากๆ
การดื่มน้ำมากๆ สำคัญกว่ายาชนิดใดๆ โดยทั่วไปแล้วถ้ากินน้ำมากพอไม่จำเป็นต้องกินยาแก้ท้องเสียเลย
ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นเติมน้ำตาลทรายและเกลือลงไปในน้ำด้วย (ใช้น้ำ
1 ขวดน้ำปลา น้ำตาลทราย 2 ช้อนแกง เกลือป่น 1/2 ช้อนชา มีบางคนเข้าใจผิดว่าเวลาท้องเสียห้ามกินน้ำ
เพราะคิดว่าน้ำจะทำให้ท้องเสียมากขึ้น ที่จริงแล้วส่วนใหญ่ท้องเสียถึงตายเพราะขาดน้ำ)
ขนานที่ 2
ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนมากๆ
ขนานที่ 3
ชงหรือต้มน้ำชาแก่ๆ
กินเข้าไปมากๆ (ต้องระวังด้วยว่าท้องจะผูกตามมา)
ขนานที่ 4
ต้มยาที่มีรสฝาดเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งคือ
ใบฝรั่ง เปลือกลูกทับทิม เปลือกลูกมังคุด เปลือกแค ลูกมะตูมอ่อนตากแห้ง
วิธีต้มคือใช้ตัวยา 1 กำมือต้มกับน้ำ 5 แก้ว ต้มให้เดือดนาน
10-30 นาที แล้วแต่ว่าโรคเป็นมากเป็นน้อย กินครั้งละ 1 แก้ว
ทุก 2 หรือ 4 ชั่วโมง
ขนานที่ 5
ละลายเม็ดแมงลัก 2 ช้อนชาลงในน้ำเย็น 1 แก้ว ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงให้เม็ดแมงลักพองเต็มที่
กินให้หมดแก้วทุก 4 ชั่วโมง (ใส่เกลือและน้ำตาลด้วยยิ่งดี)
บางครั้งคนท้องร่วงกินข้าวกินน้ำไม่ได้ ให้กินยาเม็ดหรือยาคั้นน้ำแทนดังนี้คือ
ขนานที่ 6
เอาใบฟ้าทะลายโจรตากแห้งบดผงผสมน้ำผึ้ง
ปั้นลูกกลอนเม็ดขนาดเท่าเม็ดในพุทรา กินครั้งละ 4-8 เม็ด
ขนานที่ 7
เอาเหง้าไพลหรือกะทือหรือกระชายหรือขมิ้นชันอย่างใดอย่างหนึ่ง
ล้างน้ำให้สะอาดปิ้งหรือเผาไฟพอให้สุก ตำคั้นเอาน้ำให้ได้
2 ช้อนแกง ผสมน้ำปูนใส 1 ช้อนแกง กินทีเดียวให้หมดทุก 2 หรือ
4ชั่วโมง ขนานที่ 8 เด็ดยอดฝรั่งค่อยๆ เคี้ยวกินทีละยอดจนครบ
7 ยอดทุก 2 หรือ 4 ชั่วโมง
ท้องร่วงอย่างรุนแรง
ขนานที่ 1
ใช้ทับทิมทั้งห้าคือ
ต้น ใบ ราก ดอก และผลอย่างละเท่าๆ กัน ใส่น้ำให้ท่วมยาต้มให้ยา
เดือดครึ่งชั่วโมง กินครั้งละ 1/2-1 แก้วทุก 2 ชั่วโมง
ขนานที่ 2
ใช้เปลือกต้นคูน
1-2 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยาต้มให้เดือดนาน 15-20 นาที กินครั้งละ1/2-1
แก้วทุก 2-3 ชั่วโมง
ท้องเสียในเด็กอ่อน
ขนานที่ 1
ใช้ยอดทับทิม 1
กำมือ ใส่น้ำ 3-4 แก้ว ต้มให้เดือดนานครึ่งชั่วโมง ให้เด็กกินครั้งละ
1-2 ถ้วยชาทุก 2-4 ชั่วโมง
ขนานที่ 2
เอาเนื้อกล้วยดิบมาฝานเป็นแผ่นบางปิ้งไฟให้สุก
ให้เด็กเคี้ยวกินหรือบดเป็นผงผสมน้ำหวานให้เด็กกินครั้งละ
1/2-1 ลูก ทุก 2-4 ชั่วโมง
ขนานที่ 3
เอาลูกฝรั่งดิบฝานตากแดดให้แห้ง
บดผงกินครั้งละครึ่งช้อนชา(ละลายน้ำกิน) ทุก 2-4 ชั่วโมง
ขนานที่ 4
ใช้ใบอ่อนของใบเทียนกิ่ง
1 กำมือใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 20-30 นาที ให้เด็กกินครั้งละ
1-4 ช้อนแกง วันละ 4 ครั้งหรือทุกครั้งที่ถ่าย เทียนกิ่งใช้แก้ท้องเสียอย่างอ่อนจนถึงอย่างแรง
ขนานที่ 5
ใช้ผักเบี้ยใหญ่ทั้งต้น
(รากไม่เอา) 2-3 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 30-45
นาที กินทุกๆ 2-3 ชั่วโมงครั้งละ 1/4-1/2 แก้ว
ท้องเสียบ่อย
แพ้อาหารต่างๆ
ง่าย กินอะไรนิดหน่อยก็ท้องเสียแล้ว
ขนานที่ 1
ซอยกระเทียม 3-7
กลีบลงในข้าวกินพร้อมกับกินข้าว วันละ 2-3 มื้อเป็นประจำ
ขนานที่ 2
ใช้เปลือกลูกมังคุดแห้ง
1 ลูก ต้มกับน้ำ 3-4 แก้วให้เดือดนาน 5-10 นาที กินวันละ 3-4
ครั้งๆละ 1 แก้วก่อนอาหารและก่อนนอน ยานี้ใช้กับเด็กเล็กได้ด้วย
ขนาดการใช้ให้ลดลงตามส่วน
ขนานที่ 3
ใช้ลูกมะตูมอ่อนฝานเป็นแผ่นบางๆ
ตากแห้ง 1 กำมือต้มกับน้ำ 3-4 แก้ว เดือดนาน 10-15 นาที กินวันละ
3-4 ครั้งๆละ 1 แก้วก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงและก่อนนอน ยานี้ใช้กับเด็กเล็กได้ด้วย
ขนาดให้ลดลงตามส่วน
ขนานที่ 4
ใช้เม็ดในมะม่วงสุกตากแห้ง
บดผง กินครั้งละ 1/2-1 ช้อนชา วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร
บิด
ในรายที่เป็นไม่รุนแรงคือ
ไม่มีไข้สูง ไม่อ่อนเพลียมากให้ใช้ยาเหล่านี้คือ
ขนานที่ 1
ใช้หญ้าใต้ใหบ
1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3-4 แก้ว ให้เดือดนาน 15-30 นาที วิธีกินในวันแรกกินทุกครั้งที่ถ่ายหรือทุก
2-4 ชั่วโมง วันที่สองกินวันละ 3 ครั้งๆละ 1 แก้วก่อนอาหาร
หลังจากหายแล้วให้กินต่ออีก 1 วัน
ขนานที่ 2
ใช้กระชาย ไพล
กะทือ ขมิ้นชันอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ 1 กำมือ ตำให้ละเอียดผสมน้ำปูนใสพอให้ยาเหลวข้นๆ
คั้นเอาน้ำกินครั้งละ 1 ถ้วยชา วิธีกินเหมือนกับ ขนานที่ 1
ขนานที่ 3
เด็ดยอดโมกสวนล้างให้สะอาด
จุ่มลงในน้ำต้มสุกให้น้ำออกมาผสมกับน้ำจนน้ำเป็นสีเหมือนน้ำนม
กินครั้งละ 1 แก้ว วิธีกินเหมือนกับขนานที่ 1
ขนานที่ 4
ละลายเม็ดแมงลัก
1-2 ช้อนชา ลงในน้ำ 1 แก้ว ให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่จริงๆ
จนน้ำข้น กินครั้งละ 1 แก้ว วิธีกินเหมือนขนานที่ 1
ขนานที่ 5
ใช้เปลือกลูกทับทิม
1 กำมือต้มกับน้ำ 3-4 แก้ว ให้เดือดนาน 20-30 นาที กินครั้งละ
2-3 ช้อนแกง วิธีกินเหมือนขนานที่ 1หรือเอาลูกทับทิมแก่ๆ 1ลูกหั่นให้ละเอียดใส่ครกโขลกจนแหลกดี
(ทั้งเม็ดและเปลือก) คั้นกับน้ำให้ได้สัก 1 แก้วแล้วกินให้หมด
ขนานที่ 6
ใช้ผักเบี้ยใหญ่ทั้งต้น
(รากไม่เอา) 1 กำมือ ใส่น้ำ 5-6 แก้ว ต้มให้นาน 30-45 นาที
กินวันละ 3 ครั้งๆ ละ ? แก้ว (ยานี้แก้บิดมีตัวได้ด้วย)
ขนานที่ 7
เด็ดยอดสะเดา
7 ยอด ค่อยๆเคี้ยวทีละยอดจนหมด วิธีใช้ยาเหมือนขนานที่ 1
บิดเรื้อรัง
ขนานที่ 1
ใช้เปลือกผลทับทิม
ผิงไฟให้แห้ง บดผงกินครั้งละ 1/2-1 ช้อนชา ผสมน้ำข้าวกินวันละ
3 ครั้งก่อนอาหาร
ขนานที่ 2
ใช้เม็ดในมะม่วงสุก
ตากแห้งบดผง กินครั้งละ 1/2-1 ช้อนชา วันล่ะ 3 ครั้งก่อนอาหาร
ขนานที่ 3
ให้กินเนื้อมะตูมสุกครั้งละ
1 ลูก หลังอาหารทุกวัน
ขนานที่ 4
ใช้ผักเบี้ยใหญ่ต้มกินเหมือนกับใช้แก้โรคบิด(ดูโรคบิดขนานที่
6) กินติดต่อกันนาน 1 เดือน
ขนานที่ 5
ใช้เปลือกต้นโกงกาง
1 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5-10 นาที กินวันละ
1แก้ว ก่อนอาหาร
อ่อนเพลียจากโรคบิดหรือท้องร่วง
ใช้ใบบัวบก 1-2
กำมือ ตำคั้นเอาน้ำผสมน้ำตาลให้พอออกรสหวาน กินวันละ 1 ครั้ง
ข้อควรระวัง ห้ามกินเกินวันละ 1 ครั้ง และห้ามกินติดต่อกันนานเกิน
3-4 วัน เพราะบัวบกเป็นยาเย็นจัด
ท้องผูก
ขนานที่ 1
ตื่นเช้าให้ดื่มน้ำให้มากที่สุดก่อนไปทำอย่างอื่น
ดื่มถึง 5 แก้วได้ยิ่งดี และในระหว่างวันกินน้ำให้ได้วันละ
8-10 แก้ว
ขนานที่ 2
กินกล้วยน้ำว้าสุกวันละ
3 ครั้งๆละ 2 ลูก ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง
ขนานที่ 3
กินมะละกอสุกหลังอาหารทุกมื้อ
กินให้มากจนอิ่ม
ขนานที่ 4
ละลายเม็ดแมงลัก
1-2 ช้อนชา ลงในน้ำ 1 แก้ว จนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่จนได้น้ำข้น
ใส่น้ำตาลนิดหน่อยพอให้กินง่าย กินครั้งละ 1 แก้วก่อนอาหาร
ขนานที่ 5
ตื่นเช้าก่อนทำอะไรอื่นให้กินน้ำร้อนจัดๆ
1 แก้ว ค่อยๆจิบกิน เหมือนกินกาแฟร้อน *ยาขนานที่ 1-5 กินเป็นประจำทุกวันได้โดยไม่อันตราย
ส่วนยาขนานต่อไปนี้เป็นยาถ่าย ให้กินเมื่อจำเป็นจริงๆ ห้ามกินเป็นประจำเพราะจะทำให้ลำไส้เสีย
ขนานที่ 6
ใช้ใบข่อยปิ้งไฟให้เหลืองกรอบ
1-2 หยิบมือ ชงกับน้ำเดือด 1 แก้ว กินวันละ 3-4 แก้วก่อนอาหาร
เป็นยาระบายท้องอ่อนๆ
ขนานที่ 7
เอาลูกมะขามป้อมสด
1 กำมือ แกะเอาแต่เนื้อตำกับน้ำพริก เกลือ น้ำตาล ปรุงรสตามชอบ
ตำพอแหลกกินให้หมดก่อนนอนเพียงครั้งเดียว
ขนานที่ 8
ใช้ลูกสมอไทยแห้ง
3-4 ลูก ใส่น้ำ 2 แก้ว ใส่เกลือ 1 หยิบมือ ต้มให้เหลือน้ำ
1 แก้ว กินครั้งละ ?-1 แก้ว ก่อนนอนหรือหลังตื่นนอนใหม่ๆ
ขนานที่ 9
ใช้ใบขี้เหล็กอ่อนหรือดอกตูมของขี้เหล็ก
1-2 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 15 นาที กินครั้งละ
1 แก้ว ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน
ขนานที่ 10
ใช้ใบชุมเห็ดเทศตากแห้ง
คั่วไฟให้พอหอม 1 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยาต้มให้เดือดนาน 5-10
นาที กินครั้งละ 1/2-1 แก้ว ก่อนนอนหรือก่อนอาหารเช้า
ขนานที่ 11
ใช้เนื้อในของฝักคูณที่มีสีดำเข้มเป็นยางเหนียว
ปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าเม็ดในพุทรา กินครั้งละ 1-4 ก้อน ก่อนนอน
(แล้วแต่คนธาตุหนักเบา) หรือเอาเนื้อในฝักคูณครึ่งฝักต้มกับน้ำ
2-3 แก้ว ให้เดือดนาน 5-10 นาที กินครั้งละ1/2-1 แก้ว ก่อนนอน
(ถ้าไม่ถ่ายให้เพิ่มขนานยา)
ขนานที่ 12
เอาเนื้อส้มมะขามเปียกจิ้มเกลือกิน
ก้อนขนาดเท่าหัวแม่มือ ครั้งละ 2-3 ก้อน ก่อนนอน
ขนานที่ 13
ใช้ใบมะกาอ่อน
1 กำมือปิ้งไฟหรือตากแห้งแล้วคั่ว ใส่น้ำให้ท่วมยา ใส่เกลือพอเค็ม
ต้มให้เดือดนาน 5-10 นาที กินก่อนนอนครั้งละ 1 แก้ว
ท้องผูกในเด็กอ่อน
ขนานที่ 1
เอาเทียนแท่งเล็กๆ
หลาวอย่าให้มีคม ตัดว่านหางจระเข้มา 1 ใบ เอาเทียนที่หลาวเสียบในวุ้นว่านหางจระเข้สักอึดใจหนึ่ง
ชักออกมาเหน็บทวารเด็ก(อย่าให้ลึกเกินไป) แล้วชักออก อุจาระเด็กจะตามออกมา
ขนานที่ 2
ใช้ช้อนขูดกล้วยน้ำว้าสุกเบาๆ
(ถ้าได้กล้วยหักมุกเผายิ่งดี) เพื่อให้กล้วยละเอียด ให้เด็กกินวันละ
2 ครั้ง ระหว่างมื้ออาหาร(เด็กอายุหนึ่งขวบให้กินครั้งละ 1
ลูก เด็กเล็กหรือเด็กโตให้เพิ่มขนาดตามกำลังของเด็ก) เด็กอายุต่ำกว่า
3 เดือนห้ามกินกล้วย
ท้องผูกในคนแก่หรือสตรีมีครรภ์
ให้กินน้ำผึ้งทุกเช้า
โดยใช้น้ำผึ้ง 2 ช้อนแกงละลายในน้ำเย็นครึ่งแก้ว
โรคพยาธิ
ขนานที่ 1
เอาใบชุมเห็ดเทศ
8-9 ใบ ใส่ครกตำให้ละเอียดผสมกับน้ำมันยาง ปั้นเป็นก้อนขนาดโตกว่าเม็ดลำใยนิดหน่อย
กินก่อนนอนครั้งละ 1 เม็ด (ต้องผสมเวลากิน) กินวันเว้นวัน
ขนานที่ 2
ใช้ต้นชุมเห็ดเทศต้นเล็กๆ
ทั้งต้นและราก ตากแดดให้แห้ง ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน
5-10 นาที ใส่น้ำตาลพอหวานให้เด็กกินให้มากที่สุดในวันนั้น
(กินตั้งแต่เช้า) หรือกินจนถ่ายแล้วให้หยุดยา
ขนานที่ 3
เอาเม็ดมะขามคั่วไฟให้เกรียม
กะเทาะเปลือกออกเอาเนื้อแช่น้ำไว้จนอ่อนนุ่ม กินมีรสมันคล้ายถั่วให้กินมากๆ
หลังจากกินแล้ว 3 ชั่งโมงให้กินยาระบายตามเพื่อขับพยาธิออก
(ใช้ยาระบายอะไรก็ได้ยกเว้นน้ำมันละหุ่ง)
ขนานที่ 4
เอาเม็ดมะละกอสุกสดหรือแห้งก็ได้
เอามาคั่วพอบดง่าย ระวังอย่าให้ไหม้กะดูพอเหลืองๆ บดให้ละเอียด
ละลายน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมเพื่อกลบรสเฝื่อน กินครั้งละ 2 ช้อนกาแฟ
(ละลายน้ำผึ้งแล้ว) กินก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 3-5
วัน
ขนานที่ 5
เอายางมะละกอสด
1 ช้อนแกง ผสมกับไข่ไก่ตีให้เข้ากัน ทอดจนไข่สุกกินให้หมดตอนเช้าก่อนอาหาร
2 ชั่วโมง กินเพียงครั้งเดียว
ตับหรือม้ามโต
  เนื่องจากเป็นไข้จับสั่นเรื้อรังหรือไข้ป้าง
ให้เอาเขม่าเหล็ก (สะเก็ดเหล็กที่ร่วงจากเหล็กขณะที่ตี ซื้อได้ตามร้านขายยาไทย
ปูนขาวและหน่อไม้ไผ่อย่างละเท่าๆ กัน ตำเข้ากันให้ละเอียด
ปิดพอกชายโครงแก้ตับทรุด ตับพิการ ตับแลบ ม้ามแลบ ม้ามย้อย
เปลี่ยนยาวันละ 2-3 ครั้ง