โรคเกี่ยวกับ ทวารหนัก

ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

          ตกขาว
ยาล้าง
         ใช้สารส้มขนาดเท่าเม็ดมะขาม 1 ก้อน ละลายในน้ำ 1 แก้ว ใช้ลูกยางดูดน้ำยาแล้วฉีดเข้าไป ในช่องคลอด ฉีดล้างหลายๆหน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ระวังอย่าใช้สารส้มมากไป เพราะทำให้ผิว หนังด้าน

ยากิน
ขนานที่ 1
          ใช้ต้นบานไม่รู้โรยดอกขาว ข้อก้านเขียว (ข้อก้านแดงไม่เอา) 1 ต้น ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้ เดือดนาน 10-20 นาที กินวันละ 4 ครั้งๆละ 1 แก้ว ก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่ 2
          ใช้รากเล็บเหยี่ยว 1 กำมือ ข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้อย่างละ 1-2 ก้อน (ขนาดเท่าลูก เงาะ) เกลือใส่พอเค็ม ใส่น้ำท่วมยาต้มกินแก้ตกขาว กินวันละ 3 ครั้งๆละ 1 แก้ว ทั้งยังแก้ฝีมุตกิต ฝีในมดลูก แก้มดลูกพิการ เบาเป็นเลือดเป็นหนอง
ขนานที่ 3
         ให้เอาราก เปลือก และใบกระดังงาไทยอย่างละ 1 กำมือ ข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้อย่าง ละ 2 ก้อน (ขนาดเท่าลูกเงาะ) ใส่น้ำท่วมยา ต้มกินแก้ระดูขาว และแก้ปัสสาวะพิการ กินวันละ 3 ครั้งๆละ 1 แก้ว

        ปัสสาวะขัด
ขนานที่ 1
         ตื่นเช้าให้กินน้ำให้มากที่สุด ถ้ากินได้ถึง 5 แก้วยิ่งดี และในวันหนึ่งกินน้ำให้ได้ 8-10 แก้ว
ขนานที่ 2
         ใช้หัวและรากตะไคร้ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3 แก้ว ให้เดือดนาน 10-20 นาที กินครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร
ขนานที่ 3
         ใช้รากหญ้าคาสด 1 กำมือ ลอกเปลือกที่อยู่ระหว่างข้อออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่น้ำให้ท่วมยาต้มให้เดือดนาน 10 นาที กินตอนอุ่นๆ ครั้งละ 1/2 sแก้ว กลางวันกิน 5-6 ครั้ง กลางคืนอีก 2-3 ครั้ง รากหญ้าคายังแก้ไตอักเสบได้ด้วย
ขนานที่ 4
         ใช้ต้นขลู่ทั้งต้นและใบ 1-2 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5-10 นาที กินวันละ 3-4 ครั้งๆละ 1 แก้ว เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ
ขนานที่ 5
         ให้เอาฝาหอยแครง 3 ฝามาเผาไฟให้โชน (คือ เผาด้วยไฟแรงๆนานๆ จนกรอบบดเป็นผง ละเอียดได้ง่าย) เอาชะพลูทั้งต้นและราก 1 ต้นมาปิ้งไฟให้เหลือง ผสมรวมกันใส่น้ำพอให้ท่วมยา ต้ม ให้เดือดนาน 5-10 นาที กินวันละ 3 ครั้งๆละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร
ขนานที่ 6
         ใช้ไหมข้าวโพด (คือ ยอดเกสรตัวเมีย ไม่ใช่ฝอยของฝักข้าวโพด) 1 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5-10 นาที กินวันละ 3-4 ครั้งๆละ 1 แก้ว ยานี้แก้ไตอักเสบได้ด้วย ช่วยให้ไตทำงาน ดีขึ้น
ขนานที่ 7
         ใช้ต้นและรากเตยหอมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ อย่างละ 1 กำมือ ใส่น้ำพอท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5-10 นาที กินวันละ 4 ครั้งๆละ 1 แก้ว ก่อนอาหารและก่อนนอน เป็นยาขับปัสสาวะ แก้กษัยน้ำเบา พิการ

          นิ่ว
         ยาที่แก้นิ่วได้ใช้แก้โรคปัสสาวะขัดได้เช่นกัน
ขนานที่ 1
          เอายอดอ้อย 2-3 ยอด ต้มกับน้ำ 4-5 แก้ว ต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที ผสมน้ำตาลทราย พอหวานให้กินแทนน้ำ
ขนานที่ 2
         เอายอดหญ้าหนวดแมวหั่นตากแห้ง 1-2 หยิบมือ ใส่ลงไปในน้ำเดือด 1 ขวดน้ำปลา ปล่อย ให้เดือดต่อไปอีก 5 นาที แล้วกินแทนน้ำ
ขนานที่ 3
         ใช้กลีบดอกกระเจี๊ยบแดงแห้ง 1-3 หยิบมือ ต้มกับน้ำ 4 แก้วให้เดือดนาน 5-10 นาที กินวัน ละ 3 ครั้งๆละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร
ขนานที่ 4
         ใช้รากกล้วย 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3-4 แก้ว ให้เดือดนาน 10-15 นาที กินวันละ 4 ครั้งๆละ 1 แก้ว ก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่ 5
         ใช้รากมะละกอ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3-4 แก้ว ให้เดือดนาน 10-15 นาที กินวันละ 3-4 ครั้งๆ ละ 1 แก้ว ก่อนอาหารและก่อนนอน

         กษัยกล่อนลงฝัก
         ปวดที่สายเม็ดอัณฑะ หรือเม็ดและขั้วอัณฑะบวม ปวดเป็นก้อนแข็ง

*ยาประคบ
         ให้เอาการบูร 1 ส่วน ไพล 2-3 ส่วน ตำทำเป็นลูกประคบอุ่นนาบนาน 20-30 นาที เป็นยา ถอนพิษหรือเอาไพลโขลกคั้นเอาน้ำทา

*ยากิน

ขนานที่ 1
         ให้เอาต้นบางไม่รู้โรยดอกขาว 4 ส่วน เกลือ 2 ส่วน กระเทียม 1 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน ตำ ให้แหลกกินก้อนเท่าหัวแม่มือ 1 ก้อน ทุกเช้า-เย็นก่อนอาหาร เป็นยาแก้โทษกษัยกล่อนลงฝัก และ ตัดรากกษัยกล่อน
ขนานที่ 2
          ให้เอาแก่นมะขาม (มะขามที่เอาฝักทำมะขามเปียก) หญ้าโคกกระสุนทั้งต้น หญ้าพันงูแดง ทั้งต้น ผักเป็ดแดงทั้งต้น เอาอย่างละเท่าๆกัน ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5-10 นาที กินวันละ 2 ครั้งๆละ 1 แก้ว เช้า-เย็น ก่อนอาหาร

          ลูกอัณฑะโต
         เอามะละกอดิบเผาในเตาให้ร้อนจัด แล้วเอาผ้าห่อให้หนาพอที่จะเอามานาบคลึงตรงหน้า ท้องบริเวณหัวเหน่าได้โดยไม่ร้อนจนเกินไป คลึงไปมาให้ทั่ว จนคะเนว่าความร้อนในผลมะละกอ น้อยลงพอที่ประกบอัณฑะแล้วเราทนได้ ให้ตัดขั้วออกแล้วผ่าครึ่งตามยาวของผล รีบเอาประกบที่ อัณฑะ ประกบจนเย็น ทำวันละ 1-2 ครั้ง

         สังคัง
ขนานที่ 1
         ใช้ใบชุมเห็ดเทศตำให้ละเอียดทาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 2
         ใช้ใบลำโพงตำให้ละเอียดทาวันละ 2-3 ครั้ง
ขนานที่ 3
         ฝานหัวกระเทียมให้เป็นแว่นบางๆ ทาเบาๆ วันละ 2-3 ครั้ง



©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003