โรคเกี่ยวกับคอ
ที่มา
: มูลนิธิสุขภาพไทย
ก้างปลาติดคอ
ขนานที่ 1
เอาเมล็ดหรือรากของต้นเทียนดอกตำให้ละเอียด
ค่อยๆ กลืนลงไป เวลากลืนต้องระวังอย่า ให้ถูกฟัน เพราะยานี้ละลายกระดูกจะไปละลายฟันทำให้ฟันเสียได้
และสตรีมีครรภ์ห้ามใช้
ขนานที่ 2
ปั้นข้าวสุกอุ่นๆ
ให้โตประมาณหัวแม่เท้าของคนที่ก้างติดคอ พยายามปั้นให้แน่นๆ
แล้วกลืน ลงไปทั้งก้อนโดยไม่ต้องเคี้ยว ก้อนข้าวสุกจะไปพาก้างที่ติดคอนี้ให้ลงไป
ถ้าก้อนแรกไม่หายให้ลอง อีกสักก้อนสองก้อน
ขนานที่ 3
ให้ฝานมะนาวแล้วนำมาอมจนหมดรสเปรี้ยว
ทำสัก 2-3 หน จะทำให้ก้างปลาหลุดออก หรือ ใช้น้ำมะนาวบีบลงไปในคอสม่ำเสมอ
ร้อนในกระหายน้ำ
ขนานที่ 1
เอาใบขี้เหล็กอ่อนประมาณ
1 กำมือ มาตำกับเกลือให้ละเอียด แล้วคั้นเอาน้ำกิน ครั้งละ 1
ถ้วยชา วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ขนานที่ 2
ดื่มน้ำมะนาวใส่น้ำแข็ง
ใช้น้ำมะนาว 2 ลูก ผสมน้ำเย็นใส่น้ำแข็งดื่มดับกระหายน้ำได้
ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ขนานที่ 3
เอาดอกพิกุล 1 กำมือ ใส่ลงในขันน้ำ
เอาข้าวสารแช่รวมลงไปอีกสัก 1 กำมือ พอหิวน้ำก็ดื่ม น้ำในขันนั้น
ร้อนคอ
เอาใบฟ้าทะลายโจรตากแห้งบดผงกวาดคอ
ถ้ารู้สึกร้อนคอ มีอาการปากเปื่อย น้ำลายเปรี้ยวร่วมด้วยให้ใช้ยานี้แก้
คือ หัวยา ข้าวเย็นทั้งสอง รากแฝกหอม หัวเปราะหอม ขันทองพยาบาท
หนักสิ่งละเท่าๆกัน ต้มกินวันละ 3 หน
คันคอ
ใช้ใบลำโพงหั่นมวนเป็นยาสูบหรือผสมใบยาเส้นก็ได้
สูบควันเป็นยาระงับอาการคันที่คอ ห้ามใช้ใบลำโพงเกินกว่า 1 ใบ
ทารกมีเสมหะในคอมาก
ถ้าทารกมีเสมหะในคอมาก
สังเกตได้จากมีน้ำลายเหนียว หายใจลำบาก บางทีหน้าเขียว เพราะหายใจไม่ออก
ให้เอาใบกะเพราแดงมาขยี้ด้วยมือให้ละเอียดผสมน้ำสุก ใช้ใบกะเพรา
10 ใบ สุรา 1-3 หยด ให้เด็กกินหรือป้ายลิ้นเด็กหรือกวาดคอเด็ก
จะทำให้เสมหะหลุดออกมา
สตางค์ติดคอ
ถ้าพบในเด็กเล็ก จับห้อยศีรษะลงต่ำ
ตบก้นแรงๆ ให้เด็กไอออกมา พบในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ จับพาดตักหรือโต๊ะ
ให้ศีรษะต่ำและหน้าก้มลง แล้วตบหลังบริเวณ ระหว่างสะบัก 2 ข้าง
สะอึก
ขนานที่ 1
ดื่มน้ำ 1 แก้วอย่างช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยกลืนน้ำตลอดเวลา
ขนานที่ 2
เอาพริกชี้ฟ้าแห้งสีแดง
เด็กหัวท้ายออกแล้วเคาะเม็ดออกจุดไฟสูบแบบบุหรี่ ดูดเข้าไปแรงๆ
ไม่กี่ครั้งจะหายสะอึก
ขนานที่ 3
ให้กลั้นหายใจแล้วนับเลขตั้งแต่
1-2-3-4-5 เรื่อยๆ อยู่ในใจ จนกว่าจะกลั้นลมหายใจไม่ได้ แล้วก็ผ่อนลมหายใจ
หายใจธรรมดาแล้วกลั้นหายใจใหม่ ทำไม่นานอาการสะอึกจะหายไป
ขนานที่ 4
หาถุงขนาดใหญ่ สูดลมหายใจเข้า-ออก
ภายในถุงนั้น อย่าให้อากาศภายนอกเข้าได้ สักครู่ อาการสะอึกจะหายไป
สะอึกของเด็กเล็ก
เอาน้ำตาลทรายประมาณครึ่งช้อนชาผสมน้ำร้อนให้เต็มช้อนชารอจนน้ำอุ่นๆ
แล้วป้อนเด็ก ถ้าครั้งเดียวไม่หายให้กินอีก ถ้าเป็นผู้ใหญ่ให้กินน้ำตาลทรายโดยตรงเลย
ไม่ต้องละลายน้ำร้อน
ฝีในคอ
ขนานที่ 1
เอาหอยแครง 3 ฝาด เอาปูนแดงใส่ให้เต็มฝา
นำไปเผาไฟให้ลุกโชน ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นผสม พิมเสน 3-5 เกล็ด
บดเข้าด้วยกัน ให้ละเอียดดี เอาผงยามาส่วนหนึ่ง บีบมะนาวผสมลงในผงยาให้พอเหลวๆ
ใช้ขนไก่ที่ต้มฆ่าเชื้อแล้ว ป้ายยากวาดคอวันละสองสามครั้ง ข้อควรระวัง
อย่าใช้ผงยาเข้มข้นเกินไป ปูนจะกัดเนื้อทำให้แสบคอได้
ขนานที่ 2
เอาหญ้ากระต่ายจาม
ต้นโทงเทง อย่างละเท่าๆกัน ตำให้แหลกผสมเหล้าเล็กน้อย คั้นเอาแต่
น้ำดื่ม ขนานที่ 3 เอาเปลือกพุทรา ฝนกับน้ำปูนใสให้ข้นกวาดคอและทารอบๆคอ
วันละ 3-4 ครั้ง
ยาแก้อาเจียน
ขนานที่ 1
เอาหัวขิง, รากแฝกหอม,
ลูกมะตูม, ลูกผักชี, รากขัดมอญ, และหัวหญ้าแห้วหมู เอาสิ่งละเท่าๆกัน
ต้มกินทุกครั้งที่อาเจียน หรือทุกชั่วโมง เมื่ออาการดีขึ้นให้กินเช้า-กลางวัน-เย็น
ขนานที่ 2
ลูกมะตูมอ่อน,
ลูกยอ, ลูกผักชี, แก่นสน, แก่นจันทน์, เทพทาโร, รากชะพลู, รากแฝกหอม
ต้นตะไคร้, หัวหอม, แห้วหมู, ขิงแห้ง, และหญ้าตีนนก ยา 13 สิ่งนี้เอาส่วนละเท่าๆกัน
ต้มเป็นยาจิบกินแก้ อาเจียนได้ทุกโรค
ขนานที่ 3
เอาหัวขิงสดหั่นบางๆ ต้มผสมน้ำตาลกินบ่อยๆ
ขนานที่ 4
เอาเถาบอระเพ็ด
ลูกยอดิบแก่ อย่างละ 1 กำมือเท่าๆกัน ยาทั้ง 2 อย่างนี้ นำไปเผาไฟจนเป็นถ่าน
ละลายน้ำซาวข้าวกินครั้งละครึ่งแก้ว กินบ่อยๆ
ขนานที่ 5
ใช้รากผักโขมหนาม
1 กำมือ นำมาสับแช่น้ำซาวข้าวให้พอท่วมยา หรือจะใช้ตำแทนการสับก็ได้
กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ กินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหาย
ขนานที่ 6
เอาบอระเพ็ดยาวสัก
1 คืบ เอาไปเผาไฟเมื่อไหม้ทั่วหมดแล้วก็เอาไปแช่น้ำ แล้วเอาน้ำที่แช่
บอระเพ็ดนั้นให้คนป่วยกิน
เด็กสำรอก
ให้เด็กกินน้ำมะนาวสัก
2-3 หยด ทุกครั้งที่เด็กสำรอก หรือจะใช้น้ำมะนาวทาลิ้นเด็กทุกครั้ง
ที่เด็กสำรอกก็ได้
อาเจียนเป็นเลือด
ขนานที่ 1
เอาเปลือกมะม่วงสดตำคั้นเอาน้ำกินครั้งละ
3-12 ช้อนแกง หรือเอาเม็ดในมะม่วงตากแห้งบดผง กินครั้งละ 1/2-1
ช้อนชา กินทุก 1-2 ชั่วโมง
ขนานที่ 2
เอาใบหนุมานประสานกายประมาณ
25-30 ช่อ ใส่เกลือก 1 หยิบมือ ตำให้ละเอียดผสมเหล้า ประมาณ
2-3 ช้อนโต๊ะ คั้นเอาน้ำกินแก้อาเจียนเป็นเลือด
คอเคล็ด
ขนานที่ 1
ตื่นเช้าขึ้นถ้าคอเคล็ดลองคลำดูที่รักแร้ข้างที่เจ็บคอ
จะรู้สึกว่ามีก้อนปมเล็กๆ ทนเจ็บเอาหน่อยบีบๆคลึงๆมันซะให้ก้อนนั้นมันคลายตัว
จะทำให้หายปวดเมื่อยทันที
ขนานที่ 2
เอาใบพลับพลึงไปอังไฟให้อุ่นจัด
นำมาพันรอบคอ พันผ้าทับ
แก้เสียงแหบแห้ง
ขนานที่ 1
ใช้ใบสดว่านหางจระเข้ปอกเปลือกออกให้เหลือแต่วุ้น
หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่น้ำพอท่วมยา ต้ม พอให้ยาเดือด เติมน้ำตาลเล็กน้อย
ดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 เวลา
ขนานที่ 2
เอาใบมะม่วงระยะไม่อ่อนไม่แก่เกินไป
ต้มกินครั้งละ 1/4 -1/2 แก้ว ดื่มบ่อยๆ ต่างน้ำ
ไอ เจ็บคอ ที่เป็นกับเด็ก
ขนานที่ 1
เอากานพลูมาฝนให้เป็นผงละเอียดแล้วเอามาผสมกับน้ำมะนาวเล็กน้อยกวาดคอเด็ก
ขนานที่ 2
เอาใบพลูลนไฟให้ร้อนทาน้ำมันปิดหน้าอกเด็ก
ขนานที่ 3
เอาเม็ดในฝักเพกาที่มีสีขาว
1 ขยุ้มมือ ใส่น้ำ 1 แก้วครึ่ง ต้มพอให้ยาสุกให้เด็กกินต่างน้ำ
ยานี้เด็กกินง่ายเพราะไม่ขม
ขนานที่ 4
ถ้าเด็กเล็กๆ อายุประมาณ
1 ขวบ ไอ เอารากมะแว้งเครือยาวสัก 1 ฝ่ามือ เผาไฟแบบปิ้งปลาพอให้ยาสุก
แล้วนำไปแช่น้ำ จนน้ำยาออกสีเหลือง อย่าแช่นานเพราะยาจะขมเกินไป
ให้เด็ก กินต่างน้ำ รากที่แช่แล้วนำมาตากแห้งแล้วแช่ใหม่ได้
ขนานที่ 5
แช่เห็ดหูหนู
1 ส่วนกับน้ำ 3 ส่วน ให้บานตัดตรงปลายทิ้งไป ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ำตาล
กรวดให้พอหวาน แล้วกรองใส่ขวดนม แช่น้ำจนเย็น ให้เด็กกินต่างน้ำ
อาการไอจะทุเลาลงและหายไป
ไอกรน
ขนานที่ 1
เอาหัวกระเทียมปอกเปลือกสับให้ละเอียด
เกลี่ยบนผ้าหนาๆ สัก 1/2 นิ้ว แล้วปิดด้วยผ้าอีก ชั้นหนึ่ง นำไปผูกติดกับฝ่าเท้าเด็กที่เป็นไอกรน
ผูกตลอดคืน อาจสวมถุงเท้าทับอีกชั้นหนึ่งกันมิให้ ยาหลุด (ควรจะทาวาสลิน
หรือน้ำมันที่ฝ่าเท้าก่อนพอกยา เพื่อป้องกันมิให้กระเทียมติดหรือระคาย
เคืองต่อผิวหนังเด็ก) พอรุ่งเช้าก็แกะยาออก
ขนานที่ 2
เอาใบหนุมานประสานกายสด
7-10 ช่อ ต้มกิน
ไอ เจ็บคอ เสมหะติดคอ
ขนานที่ 1
เอาข่าแก่ตัดเป็นท่อนราวครึ่งนิ้ว
ทุบให้พอแตกใส่ถ้วยไว้ เติมน้ำตาลทรายขาว เกลือ บีบ มะนาวลงไปให้น้ำท่วมยา
ดองไว้สัก 3-4 ชั่วโมง แล้วจิบบ่อยๆ ถ้าเอาข่าอมด้วยยิ่งดี
ขนานที่ 2
ตื่นเช้าถ้ารู้สึกเจ็บคอ
เนื่องจากจะเป็นหวัดให้เอาน้ำ 1 แก้ว ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา แล้วดื่มให้หมด
ขนานที่ 3
เอาข้าวเหนียวมาสัก 1
กำมือ แช่น้ำไว้ 2-3 ชั่วโมง ดื่มน้ำนี้สักอึกสองอึก วันละ 3-4
ครั้ง (เอาเกลือป่นใส่ลงไปนิดหน่อยพอเค็ม) ตามธรรมชาติชาวอีสานก่อนจะนึ่งข้าวเหนียวจะต้องเอาแช่น้ำอยู่แล้ว
เรียกว่า น้ำหม่าข้าว เอาน้ำที่แช่นั้นมากินได้
ขนานที่ 4
เมื่อเป็นหวัดเจ็บคอ ให้เอาเปลือกลูกทับทิมอมหรือเคี้ยวพอแตก
ค่อยๆกลืน อมเช้า-เย็นและ ก่อนนอน
ขนานที่ 5
เอาวุ้นว่านหางจระเข้อมแล้วค่อยๆ
เคี้ยว ค่อยๆ กลืนน้ำลงไป ทำบ่อยๆ
ขนานที่ 6
ใช้ใบฟ้าทะลายโจรสด 5-7
ใบ ใส่ในแก้ว เติมน้ำเดือดลงไปจนเต็มแก้ว ปิดฝาทิ้งไว้จนยาอุ่น
แล้วรินน้ำกินวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น กินครั้งละ 1 แก้ว หรืออมใบฟ้าทะลายโจรสดๆตลอดวัน
ใช้ครั้งละ 1-2 ใบ โดยเหน็บไว้ที่เหงือกข้างแก้ม ไม่ต้องเคี้ยว
ขนานที่ 7
เอาผักคราดหัวแหวนทั้งต้นตำผสมเหล้า
เอาสำลีชุบน้ำยานี้อมทีละน้อย
ขนานที่ 8
เอามะกรูดผ่าซีก
เอาปูนแดงทาให้ทั่วโรยเกลือป่นเล็กน้อย นำไปรมควันขี้ไต้ให้ดำ
(ถ้าไม่มี ขี้ไต้ก็ไม่ต้องรม) แล้วบีบน้ำมะกรูดลงไปในคอ วันละ
2-3 ครั้ง
ขนานที่ 9
ฝานเปลือกมะนาวเป็นชิ้นเล็กๆ
เหมือนอย่างที่ใช้ใส่เมี่ยงคำ อมครั้งละ 1 ชิ้น ค่อยๆเคี้ยว
ค่อยๆกลืนทีละนิด
ขนานที่ 10
ใช้ใบว่านหอยแครงสดๆ
3 ใบ ใส่น้ำ 2 ถ้วยต้ม น้ำจะเป็นสีแดงคล้ายด่างทับทิม ใส่น้ำตาล
นิดหน่อยกินต่างน้ำ
ขนานที่ 11
เอามะขามป้อมจิ้มกับพริกเกลือกินแก้ไอ
ขนานที่ 12
ให้อมกานพลู อมครั้งละ
1 ดอก ค่อยๆขบ พอให้รู้สึกแตก
ขนานที่ 13
เอาเปลือกกระท้อนเผาไฟพอผิวไหม้
เอาน้ำปูนใสใส่ฝาละมีหม้อดิน แล้วเอาเปลือกกระท้อน ที่เผาไฟแล้วถูกับฝาละมีจนน้ำปูนข้นเอานิ้วเกลือก
กวาดคอสัก 2-3 ครั้ง โรคไอจะทุเลา
ขนานที่ 14
เอาลูกมะแว้งเครือสดๆ
5-6 ลูก นำมาเคี้ยว กลืนเฉพาะน้ำจนหมดแล้วคายกากทิ้ง ทำวันละ
2-3 ครั้ง
ขนานที่ 15
ใช้ลูกมะแว้งต้นสดเคี้ยวกลืน
ครั้งละ 3-5 ลูก วันละ 3-4 ครั้ง เช่นเดียวกับลูก
มะแว้งเครือ
ขนานที่ 16
เอาใบพลู
1 ใบ มาห่อน้ำตาลทรายเคี้ยวให้ละเอียด ค่อยๆกลืนทั้งน้ำทั้งกาก
ขนานที่ 17
ใช้ต้นโทงเทงสดสัก 1 กำมือ
ตำคั้นเอาน้ำผสมเหล้า เอาสำลีชุบอมไว้ข้างแก้ม ค่อยๆกลืนน้ำยาผ่านบริเวณที่เจ็บคอทีละน้อย
ขนานที่ 18
เอาเมือกสีเขียวของลูกมะเขือขื่น
1 ส่วน ถ้าไม่มีใช้รากก็ได้ แช่กับน้ำปูนใส 4 ส่วน จิบกินบ่อยๆ
ขนานที่ 19
ใช้ต้นและใบสดของผักส้มกบ
(รากไม่ใช้) นำมาล้างให้สะอาด ประมาณปั้นเป็นก้อนได้เท่า หัวแม่มือ
ผสมกับเกลือเล็กน้อยพอให้เค็ม อมแล้วจ่อยๆเคี้ยวกลืนน้ำผ่านลงไปช้าๆ
วันละ 3-4 ครั้ง ยานี้ห้ามใช้กับคนที่ไตไม่ดี
ขนานที่ 20
ให้ดื่มน้ำอุ่นมากๆ ครั้งละ
1 แก้ว ทุกๆ 2 ชั่วโมง
เจ็บคอเป็นประจำ
คนที่เจ็บคอเป็นประจำ เป็นเพราะร่างกายอ่อนแอ
เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย หากไม่ออกกำลังกายให้แข็งแรงแล้ว
ยากที่จะหายด้วยยา ท้องผูกมีส่วนทำให้เจ็บคอ เมื่อแก้ด้วยการออกกำลังกายและถ่ายทุกวันแล้ว
ยาช่วยมีดังนี้
ขนานที่ 1
ให้เกลือทุกเช้าและก่อนนอน
ใช้เกลือ 1 หยิบมือ โรยลงไปในคอ อมไว้ให้นานที่สุด (2-3 นาที)
ก่อนบ้วนทิ้งให้กลั้วคอเสียก่อน
ขนานที่ 2
ให้กินกระเทียมเป็นประจำ
วันละ 2 ครั้งๆ ละ 7 กลีบ (ขนาดโดยเฉลี่ย) กินสัก 1 เดือน (ถ้ากินแล้วรู้สึกร้อนในให้หยุดกิน)
ไอเรื้อรัง
ขนานที่ 1
เอาดอกบานไม่รู้โรยทั้งขาวและแดงอย่างละเท่าๆกัน
ต้มกินครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้ง
ขนานที่ 2
เอาหัวกระเทียมสดตำให้ละเอียดหนัก
1 ขีด (100 กรัม) น้ำตาลทรายขาวหนัก 1 ขีด (100 กรัม) ยาทั้ง
2 อย่างนี้ ตำให้เข้ากันดี แล้วฝังในข้าวเปลือกไว้ 7 วัน (เอาข้าวเปลือกใส่ปี๊บแล้วเอา
ยาใส่ขวดโหลฝังไว้กลางปี๊บ) เอาน้ำมากินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ
3-4 ครั้ง
ขนานที่ 3
ใช้ใบหนุมานประสานกายสดๆ
ค่อยๆเคี้ยว ค่อยๆกลืนครั้งละ 1 ช่อ วันละ 2-3 ครั้ง หรือจะ
ใช้วิธีต้มกิน ใช้ใบหนุมานประสานกาย 7-8 ข้อ ใส่น้ำ 3 แก้ว ต้มให้เหลือ
1 แก้ว กินครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้ง
ไอมีเลือด
ไอมีเลือดสดๆออกมาจากคอ
ใช้ใบหนุมานประสานกายสดๆ 3 ช่อ ตำให้ละเอียดผสมกับเหล้า คั้นเอาน้ำกินและอมไว้ค่อยๆกลืน