โรคเกี่ยวกับจมูก
ที่มา
: มูลนิธิสุขภาพไทย
ริดสีดวงจมูกและไซนัสอักเสบ
ขนานที่ 1
( 1.) หัวจุกกระเทียมนำมาหั่นให้ละเอียดตากให้แห้งสัก
1 กำมือ
( 2.)เปลือกมะเดื่อปล้อง
หั่นเป็นฝอยๆ ตากให้แห้งสัก 1 กำมือ
( 3.) ใช้มีดไปขูดผิวไม้ไผ่สีสุกที่สดๆ
มาตากให้แห้ง 1 กำมือ
( 4.) ยาเส้นพอประมาณ ถ้าใครไม่ชอบฉุน
( 5.) การบูร 1 ตลับยาหม่องขนาดเล็ก
ให้เอาตัวยาจากข้อ 1-4 มาคลุกเคล้าให้เข้ากันดี นำตัวยาไปมวนด้วยกระดาษขาวหรือกระดาษสมุดที่เด็กๆ
ใช้เขียนบทเรียนได้ วิธีมวนให้เอากระดาษที่จะใช้มวน นำมามวนใส่ปลาย
ดินสอให้เป็นรูปทรงกระบอกมีลักษณะโคนเล็กและส่วนปลายใหญ่ ถอดดินสอออกติดกาวให้เรียบร้อย
เอาตัวยาที่ผสมกันแล้วยัดเข้าไป โดยใช้ไม้หรือดินสอยัดเข้าไปให้แน่น
แล้วจึงนำมาจุดสูบได้ตามต้องการ เวลาสูบให้พ่นควันออกทางจมูก
โดยใช้มือปิดจมูกข้างหนึ่งไว้ สับเปลี่ยนกันทีละข้าง สูบวันละ
3 ครั้งทุกวัน เวลาสูบจะรู้สึกเมาบ้างเล็กน้อย มีอาการแสบจมูก
น้ำมูกไหลบ้าง แต่เมื่อได้สูบไปสัก 8-10 วัน อาการจะค่อยดีขึ้นให้สูบไปเรื่อยๆ
จนหาย ถ้าเจ็บคอและไอเอาข้อ 5 คือการบูร ผสมไปด้วย เวลาสูบจะได้รู้สึกเย็นสบายในลำคอและจมูก
ตัวยาที่ผสมการบูรแล้วต้องใส่ขวดโหล ปิดฝาให้สนิท กันการบูรระเหย
เมื่อสูบแล้ว ควรใช้น้ำมะนาวผสมเกลือ พริกขี้หนูสัก 5 เม็ด ตำให้
ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งแท้กินไปด้วย จะช่วยให้หายเร็วขึ้น
ขนานที่ 2
เอาดอกบัวหลวง 3 ดอก ใช้บูชาพระ
3 วัน เอาลงมาตากแดด ใช้ก้านบัวสูบแทนบุหรี่
ขนานที่ 3
เอาเนื้อของต้นเครือซูด
(ภาษาอีสาน) ตากแห้งแล้วสูบหรือเผาสูบดมควัน
ขนานที่ 4
ใช้ดอกลำโพง ดอกปีบ หัวหอมแดง
อย่างละเท่ากันตากให้แห้ง หั่นผสมเข้าด้วยกันมวนสูบ เวลามวนเอาการบูรใส่เล็กน้อยสูบให้ควันออกจมูก
ขนานที่ 5
เป็นยาชุดมีทั้งยากิน
ยาสูบ ยานัตถ์ และยาพอกกระหม่อม
* ยากิน
หัวขิงแห้ง หัวดองดึง หัวอุตพิด
หัวกระดาดแดง หัวกระดาดขาว หัวบุกรอ หัวกลอย ลูกกระวาน หนักอย่างละ
2 บาท เม็ดพริกไทยหนัก 16 บาท ยาทั้งหมดบดเป็นผงให้ละเอียดละลาย
น้ำร้อนกินครั้งละ 1 ช้อนกาแฟ ให้กินขณะที่น้ำยังร้อนๆ อยู่
อย่าให้น้ำอุ่นหรือเย็น กินก่อนหรือหลัง อาหารก็ได้ 1 ชั่วโมง
*ยาสูบ
เอาใบมะนาว ใบหนาด ใบมะตูม
ใบมะกรูด ใบส้มป่อย ใบส้มโอ ใบผักกระโฉม นวลผิวข่อย นวลผิวไม้ไผ่สีสุก
ดอกคำฝอย เอาอย่างละเท่าๆ กัน หั่นเป็นเส้นฝอยๆ ผสมให้เข้ากันดี
เวลาจะสูบ แทรกการบูรนิดหน่อย ใช้ใบตองกล้วยหรือใบบัวแห้งมวนสูบ
*ยานัตถ์
เอาหัวหญ้าแห้วหมู รากเจตพังคี เอาเท่ากันบดเป็นผงให้ละเอียด
แล้วเคล้าด้วยน้ำนมแมว(น้ำหอมใช้ปรุงขนม) ตากแดดให้แห้งเก็บใส่ขวด
ใช้กล้องเป่านัตถ์เข้าจมูก
*ยาพอกกระหม่อม
ให้เอาใบลำโพง กระเทียม
สารส้ม ดีจระเข้ ตำให้แหลกเคล้ากับน้ำมะนาวแล้วทาหรือพอกที่กระหม่อม
ปกติใช้ยากินและยาสูบเพียง 2 อย่างก็หายแล้ว ตำรานี้คุณคำพันธ์
ดีเวิน ให้มาบอกว่าเป็นตำราของปู่ ใช้ได้ผลดีมาก ปัจจุบันยังใช้อยู่
คัดจมูก
ขนานที่ 1
คัดจมูกเกิดจากน้ำมูกข้น
น้ำจะไปละลายน้ำมูกที่ข้นให้ใส สั่งออกได้ง่าย วิธีทำให้สูดน้ำเข้าทางจมูก
โดยค่อยๆ สูดเข้าช้าๆ พอน้ำเข้าไปถึงคอให้หยุดไว้ แล้วค่อยๆ
สั่งออกมา ทำเช่นนี้หลายๆ ครั้ง น้ำมูกจะค่อยๆ ใสจนสั่งออกมาเป็นก้อนได้
หากจมูกข้างใดตัน ให้ใช้นิ้วอุดจมูกข้างที่โล่งเอาไว้แล้วจึงใช้จมูกข้างที่ตันสูดน้ำเข้าไป
ทั้งนี้เพราะถ้าไม่อุดจมูกน้ำจะเข้าทางจมูกที่โล่งข้างเดียว
ในตอนแรกจมูกข้างที่ตันจะสูดน้ำได้น้อย แต่ถ้าทำบ่อยๆ จะสูดน้ำได้มากขึ้น
ข้อควรระวัง เวลาสั่งน้ำออกมาอย่าสั่งแรงๆ เพราะจะทำให้จมูกอักเสบ
เกิดเป็นริดสีดวงจมูกได้
ขนานที่ 2
เอาหัวหอมทุบพอแตกเอามาดม
ถ้ายังไม่หาย เอาน้ำใส่ในหม้อต้มให้เดือด แล้วยกหม้อน้ำลง เอาหัวหอมพอประมาณทุบพอแตกใส่ลงไป
เอาผ้าคลุมหัวและหม้อน้ำเอาไว้ สูดเอาไอน้ำกับไอหัวหอมเข้าไป
สักพักหนึ่งจมูกจะโล่ง หรือกินหัวหอมขนาดเท่าหัวแม่มือสัก 2-3
หัว จะหายคัดจมูกได้
ขนานที่ 3
ให้แช่เท้าจนถึงตาตุ่มในน้ำอุ่นจัดๆ
จนหายร้อน
ขนานที่ 4
ให้นอนยกขาทั้งสองขึ้นสูงจากพื้นเตียงประมาณ
1-2 ฟุต
คัดจมูกในเด็ก
ขนานที่ 1
เอาหัวหอม
หัวเปราะหอม ขมิ้นสดอย่างละเท่าๆ กัน นำมาโขลกให้แหลก อย่าให้แหลกมากจนมีน้ำมากไป
ปั้นเป็นรูปวงแหวนขนาดเท่ากระหม่อมเด็ก โปะไว้กลางกระหม่อมตอนเช้าๆ
ขณะที่มีไข้รุมๆ หรือมีไข้สูงอยู่ โปะหรือสุมไว้จนกว่าไอของความร้อนในตัวเด็กจะออกไปสู่ตัวยาไม่เกิน
3 ชั่วโมง เอาผ้าพันจากศีรษะถึงใต้คางเพื่อกันหลุดด้วย
ขนานที่ 2
เอาหัวหอมปอกเปลือกทุบพอแตก
วางไว้ข้างศีรษะเด็ก (ต้องระวังไม่ให้ไอหัวหอมเข้าตา เพราะจะทำให้แสบตา)
หรือโปะไว้ที่กระหม่อมใกล้หน้าผากในเวลาที่เด็กนอน
น้ำมูกไหลมากจากหวัด
เอาขิงแก่มาหั่นเป็นแว่นบางๆ ใส่น้ำต้มให้ข้นที่สุดเท่าที่จะทนรสเผ็ดของขิงได้
เอาน้ำขิง ร้อนๆ มาชงน้ำตาลกินอย่างชาหรือกาแฟกินต่างน้ำชา กินไป
2-3 ถ้วย อาการจะดีขึ้น
น้ำมูกไหลจากหวัดแพ้อากาศ
มักเกิดจากขาดการออกกำลังกาย
ต้องแก้ที่สาเหตุนี้ด้วย ส่วนยาช่วยมีดังนี้
ขนานที่ 1
ใช้ใบหนุมานประสานกายสด
5-10 ช่อ ต้มกับน้ำ 7-10 แก้ว ต้มเดือดนานประมาณ 10 นาที แบ่งกินให้หมดตลอดวัน
ขนานที่ 2
เอาใบฟ้าทะลายโจรในระยะที่เริ่มออกดอก
ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง ผสมน้ำเชื่อมปั้นเม็ด ขนาดเท่าไข่จิ้งจก
กินครั้งละ 5 เม็ด ในตอนเช้า
ขนานที่ 3
กินหัวหอมครั้งละ
1-2 หัว หรือกินต้นหอมครั้งละ 1-2 ต้น พร้อมอาหารทุกวันเป็นประจำ
จะ ช่วยป้องกันหวัดแพ้อากาศ
ขนานที่ 4
กินหัวกระเทียมครั้งละ
7 กลีบ พร้อมอาหารทุกวัน
ขนานที่ 5
ใช้ต้นเหงือกปลาหมอแห้งหนัก
2 ส่วน พริกไทยหนัก 1 ส่วน บดเข้าด้วยกันเป็นผง ปั้น น้ำผึ้งขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย
กินวันละ 2 ครั้งๆ ละ 1-2 เม็ด เช้า-เย็น
ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
ขนานที่ 1
เคี้ยวใบพลู
ทุกเช้าและก่อนนอน ค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ กลืนใบพลู เริ่มเคี้ยวทีละนิด
เพราะถ้าคนไม่เคยจะทำให้ปากชาและรู้สึกเผ็ดขม วันต่อๆ ไปค่อยเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆ
ขนานที่ 2
เอาใบฝรั่งสดๆ
ย่างไฟพอหอม ชงน้ำร้อนกินต่างน้ำชาหรือเคี้ยวใบฝรั่งอ่อนๆ เคี้ยวกินได้เลยทุกวัน
เลือดกำเดาไหล
ขนานที่ 1
ให้ผู้ป่วยนั่งหรือนอน
เงยหน้าขึ้น ใช้มือบีบจมูกทั้ง 2 ข้าง หายใจลึกยาวทางปาก เอาน้ำแข็ง
ห่อผ้าวางบริเวณหน้าผาก คอ สันจมูก ถ้าหาน้ำแข็งไม่ได้ควรใช้ผ้าชุบน้ำเย็นบีบพอหมาดวางบนสันจมูก
ขนานที่ 2
เอาใบพลู 1 ใบ ม้วนเหมือนมวนบุหรี่ขยี้ปลายข้างหนึ่งให้ช้ำ
จากนั้นสอดปลายข้างที่ช้ำนั้นอุดเข้าไปในรู้จมูกข้างที่มีเลือดไหล
ถ้ามีน้ำแข็งให้ใช้น้ำแข็งช่วยด้วย
ขนานที่ 3
ใช้กระดาษนิ่มๆ
หรือสำลี ม้วนอุดรู้จมูกยัดไว้ให้แน่นจนเลือดคั่ง จะคัดเลือดมิให้ไหล
ใช้น้ำแข็งช่วยเช่นกัน
เด็กที่เลือดกำเดาไหลบ่อย
ขนานที่ 1
ทุกเช้าให้เด็กกินน้ำมะนาว
1-2 ผล เติมน้ำเกลือ น้ำตาล น้ำแข็งให้ได้รสตามต้องการ
ขนานที่ 2
เอารากข้าวที่เกี่ยวแล้ว
1 กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ใส่หมู 1 ชิ้น ต้มให้เหลือน้ำครึ่งหนึ่ง
รินไว้จนเย็นจึงกินให้หมด กินครั้งเดียวก็หาย
ขนานที่ 3
ใช้รากต้นฝรั่ง 1 กำมือ
ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มพอให้ยาสุกกินวันละ 3-4 ครั้งๆ ละ 1 แก้ว
สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก
วิธีที่ 1
บีบรูจมูกข้างหนึ่งแล้วสั่งน้ำมูกอย่างแรง
ของนั้นอาจออกเองได้ อย่าพยายามใช้นิ้วแคะ เพราะของอาจถูกดันลึกเข้าไป
วิธีที่ 2
ให้ใช้ของอ่อนๆ ล้างให้สะอาด
เช่น ก้านมะยม ค่อยๆ ดันให้เข้าไปในจมูกลึกจนถึงช่วงคอก็จะหลุดลงคอกลืนลงไป
(ถ้าไม่ใช่วัตถุอันตราย
นอนกรน
เกิดจากนอนหงาย หายใจเข้าลำบาก
จึงต้องใช้ปากช่วยหายใจ วิธีแก้คือจับให้นอนตะแคง