การปรุง
ยาสมุนไพร(2)

ที่มา : มูลนิธิสุขภาพไทย

3.ยาดองเหล้า
ตัวยาที่ไม่ยอมละลายน้ำ กลับละลายในเหล้าได้ เหล้าจึงสามารถสกัดตัวยาออกมาได้มากกว่าน้ำ เป็นเหตุให้ยาดองเหล้ามักจะมีฤทธิ์แรงกว่ายาต้ม แต่เนื่องจากเหล้ามีกลิ่นฉุน แพง และกินบ่อยๆ ทำให้ติดได้จึงไม่ค่อยนิยมใช้กัน จะใช้ก็ต่อเมื่อกินยาเม็ด ยาต้มแล้วไม่ได้ผล

การเตรียมยา ยาควรจะเป็นยาแห้ง เพราะถ้าเป็นยาสดน้ำที่มีอยู่มากในไม้ยานั้นจะทำให้เหล้าเจือจางมีฤทธิ์ละลายตัวยาได้น้อยลง ยาควรจะหั่นหรือสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ตัวยาออกมาง่ายๆ เทยาใส่ในขวดหรือโหลแก้ว

การใส่เหล้า
ใส่เหล้าให้ท่วมยาเล็กน้อย ต้องเผื่อว่าเหล้าจะยุบลงไปเพราะซึมเข้าไปในยาด้วย ใส่แล้วปิดฝาให้สนิท ตั้งทิ้งไว้ 7 วัน เพื่อให้ตัวยาละลายออกมาจนดีแล้ว จึงรินเอามากินได้

ขนาดรับประทาน ย่อมจะกินมากไม่ได้ เพราะเมาได้ง่ายๆ กินครั้งละ 1 - 2 ช้อนโต๊ะก็ร้อนท้องร้อนคอแล้ว บางคนกินยาดองเหล้าล้วนๆ ไม่ได้ ให้ผสมน้ำลงไปให้เหล้าเจือจางก่อนค่อยกินก็ไม่ผิดกติกาอะไร เพราะถึงอย่างไรตัวยาก็ถึงท้องเท่าเดิมไม่สูญหายไปไหน

4.ตำคั้นเอาน้ำ
คือเอายามาตำให้ละเอียดที่สุด และคั้นเอาแต่น้ำออกมา กากทิ้งไป เป็นวิธีที่รีดเอาตัวยาออกมาได้ดีเหมือนกัน มักใช้กับส่วนของต้นไม้ที่มีน้ำมากๆ อ่อนนุ่ม ตำให้แหลกง่าย เช่น ส่วนใบ หัวหรือเหง้า ข้อควรรู้เวลาตำก็คือ ถ้าตำแล้วเกิดมีน้ำออกมามากเกินไป ก็ให้คั้นเอาน้ำออกเที่ยวหนึ่งก่อนค่อยตำใหม่

ขนาดรับประทาน ยานี้กินมากไม่ได้เช่นกัน เพราะน้ำยาที่ได้มีกลิ่นรสรุนแรง และยามีความเข้มข้นมากยากที่จะกล้ำกลืนเข้าไปทีเดียวมากๆ กินครั้งละ 1 ถ้วย ชาก็เกินพอแล้ว

5.ยาผง
คือเอายาไปอบหรือตากแห้ง แล้วบดให้เป็นผง ยายิ่งเป็นผงละเอียดมากเท่าใดก็จะมีสรรพคุณดีขึ้นเท่านั้น เพราะเมื่อกินผงยาเข้าไป ผงยาจะถูกย่อยก่อน ตัวยาจึงจะซึมเข้าสู่ลำไส้ได้ดังนั้นผงยายิ่งละเอียดก็จะยิ่งย่อยง่ายตัวยายิ่งถูกดูดซึมง่าย

ขนาดรับประทาน โดยทั่วไปกินครั้งละ 1/2- 1 ช้อนชา โดยละลายน้ำกิน ถ้ายาใดกินยากก็ใช้ปั้นเม็ดกิน โดยใช้น้ำเชื่อม น้ำข้าวหรือน้ำผึ้งเป็นตัวเชื่อมให้ยาติดกันเป็นเม็ด ส่วนใหญ่นิยมใช้น้ำผึ้งเพราะปั้นแล้วยาเก็บไว้ได้นานโดยไม่ขึ้นรา ผงยา 1/2 - 1 ช้อนชา จะปั้นได้ 2 - 4 เม็ด (เม็ดขนาดเท่าเม็ดในพุทราไทย)

วิธีทำยาปั้นเม็ด (ยาลูกลอน) ใช้ยาผสมกับน้ำผึ้งในอันตรา 2 : 1 (โดยประมาณ ผสมให้เข้ากันดีจนได้ยาเหนียว ทิ้งไว้สัก 1 ชั่วโมงให้ยาดูดซึมน้ำผึ้งได้เต็มที่ ยาจะได้ไม่เหนียวติดมือแล้วจึงปั้น

6.ยาฝน
เป็นวิธีที่หมอพื้นบ้านนิยมใช้มาก วิธีฝนก็คือหาขันมา 1 ใบ ใส่น้ำสะอาดลงไปสักครึ่งขัน เอาหินลับมีดเล็กๆ จุ่มลงไปให้หินโผล่เหนือน้ำขึ้นมาเล็กน้อย ฝนจนได้น้ำยาสีขุ่นข้นเล็กน้อย

ขนาดรับประทาน กินครั้งละ 1 แก้ว

ความรู้เหล่านี้ไม่มีการขึ้นทะเบียนลิขสิทธิ์ทางภูมิปัญญาแบบฝรั่งเขาทำกัน แต่เป็นมรดกที่คนรุ่นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของเราสืบทอดกันต่อๆ มา วิธีรักษามรดกชิ้นนี้ไว้คือการนำมาใช้ให้ถูกต้อง ให้ความรู้ซึมซาบเข้ามาเป็นเนื้อเป็นตัวในชีวิตประจำวันของเรา
อย่างนี่แหละถึงจะเรียกว่าเป็นการปกป้องลิขสิทธิ์ทางภูมิปัญญาแบบไทยๆ


<< กลับ >>
...หน้าแรก...

 




©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003