ป่าชุมชนต้นแบบ พัฒนาป่าสมุนไพร

        ป่าชุมชน เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พื้นฟูป่าให้มีความสมบูรณ์และยั่งยืน และร่วมกันบริหารจัดการป่าและการใช้ประโยชน์อยู่ในป่าซึ่งแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีความโดดเด่นในแต่ละด้านแตกต่างกันไป อาทิ “ป่าชุมชนโนน หินผึ้ง” ที่ต้องการให้เป็นแหล่งวัตถุดิบสมุนไพร โดยองค์การบริหารส่วน ตำบลดงบัง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับเครือข่ายชุมชน 3 หมู่บ้าน คือ บ้านนา หมู่ที่ 3 บ้านโนนหรือบ้านหัวหิน หมู่ที่ 4 และบ้านสวนผึ้ง หมู่ที่ 5 มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 447 ไร่ 

        นายประลอง ดำรงไทย ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กล่าวว่า ป่าชุมชนบ้านโนนหินผึ้ง เป็นที่สาธารณประโยชน์ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่ทางหลวง เลขที่ 15342 ป่าชุมชนผืนนี้เป็นป่าไม้ยาง และมีความหลากหลายของพรรณไม้หลายชนิด เช่น ประดู่ แดง พะยูง พะยอม มะค่าโมง ไม้สมุนไพร เช่น กำลังวัวเถลิง เปล้าน้อย เปล้าใหญ่ นมสาว ชะเอม มะขามป้อม เพกา กระดังงา พญารากขาว กำลังทรพี กำลังพญาเสือโคร่ง เป็นต้น ไม้มงคล เช่น ลำดวน นมแมว กันเกรา ทองหลาง ชัยพฤกษ์ ทรงบาดาล สัก ราชพฤกษ์ มะยม ต้นรักษ์ จำปา ต้นปีบ กฤษณา โพธิ์ ไทร และไม้เป็นอาหาร เช่น ผักเสม็ด ผักหวาน ชะมวง ผักกูด ผักแต้ว มะกอก ผีผวน ผักกระโดน

        นายบรรลือ โชฏก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านสวนผึ้ง กล่าวถึงการบริหารจัดการป่าชุมชนบ้านโนนหินผึ้ง ว่าได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการป่าชุมบ้านโนนหินผึ้ง ขึ้นเราได้ใช้ความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับป่ามาเสริมในการอนุรักษ์ป่า เนื่องจากราษฎรในพื้นที่มีความเชื่อเกี่ยวกับป่าว่ามีเทวดาอารักษ์ ผีป่านางไม้ เจ้าแม่ตะเคียนทอง มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักรักษาป่าและให้โชคให้ลาภ ประกอบกับได้มีการขุดสระใกล้พื้นที่ป่าเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งปรากฏว่าได้พบต้นตะเคียนขนาดใหญ่จมอยู่ใต้พื้นทราย จึงได้มีการขุดขึ้นมาตั้งไว้ที่ศาลาอเนกประสงค์ทางเข้าป่าชุมชน เป็นจุดศูนย์รวมที่พึ่งทางใจของคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง”

        สำหรับการใช้ประโยชน์ เนื่องจากพื้นที่ของป่าชุมชนโนนหินผึ้งนั้นมีส่วนหนึ่งเป็นทุ่งหญ้าอนุญาตให้เป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ได้ บริเวณอื่นจะเป็นแหล่งอาหาร เช่น ผักเสม็ด ผักหวาน เห็ดนานาชนิด เป็นแหล่งไม้ฟืนและถ่านโดยอนุญาตให้นำกิ่งไม้ที่ตายแห้งมาใช้ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ไก่ป่า นก ชะมด กระรอก กระแต พังพอน งู แมลง ปลวก มด เป็นต้น โดยทางคณะกรรมการไม่อนุญาตให้มีการล่าหรือทำร้ายสัตว์ในพื้นที่ป่า เพราะต้องการให้เป็นแหล่งศึกษาและที่พักผ่อนของผู้คนในชุมชน ส่วนไม้ที่จะนำมาสร้างที่อยู่อาศัย สร้างอุปกรณ์เกษตร สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ นั้น จะต้องขออนุญาตตัด และให้ตัดได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งผลการดำเนินงานของคณะกรรมการได้รับรางวัลป่าชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดในปี 2552 ที่ผ่านมา

        ส่วนการเพิ่มศักยภาพและการพัฒนาป่าชุมชนบ้านโนนหินผึ้งนั้นทางคณะกรรมการเห็นว่าในพื้นที่ป่ามีพืชสมุนไพร อยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีมติร่วมกันว่า จะ พัฒนาเป็นแหล่งวัตถุดิบสมุนไพรให้กับ ผู้ผลิตยาสมุนไพร ในพื้นที่ใกล้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งปัจจุบันการผลิตยาสมุนไพรเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีความต้องการวัตถุดิบสมุนไพรอีกมาก คณะกรรมการฯ จึงได้เข้าไปเสนอและขอคำแนะนำจากมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เกี่ยวกับการควบคุมการปลูกและผลิตสมุนไพรให้ได้คุณภาพ ในขณะเดียวกันในชุมชนก็มีผู้ที่มีความรู้และศึกษาตำรับยาแผนโบราณอยู่แล้วด้วย....
 

        รู้จักอนุรักษ์ รู้จักนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ รู้จักที่จะรวมกลุ่มกัน รู้จักแสดงความคิดเห็น รู้จักแสวงหาความรู้ รู้จักแสวงหาตลาด…ความสำเร็จ ย่อมอยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน

 

    ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์
              9 มิ.ย.2553