กะเหรี่ยงแม่แจ่มบวชป่าต้านเขื่อน

          เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2556 ที่บริเวณป่าผาวิ่งจู้ บ้านแม่หอย ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านปกาเกอะญอ ที่ได้รับผลกระทบหากมีการสร้างเขื่อนแม่แจ่ม จำนวน 6 หมู่บ้าน ประมาณ 200 คน พร้อมเครือข่ายภาคี ร่วมกันประกอบพิธีบวชป่าแบบคริสต์ศาสนาปกป้องผืนป่า และสาบานตนในการดูแลปกป้องป่า
          นายสมพร กระจ่างแจ่มเจริญ ผู้ใหญ่บ้านแม่หอย กล่าวว่า การบวชป่าครั้งนี้ เป็นการประกอบพิธีการครั้งแรก หรือที่ชาวคริสต์เรียกว่า บวชป่าอธิฐานจิตสู่พระเจ้า นำไม้กางเขนเข้ามาตอกตีในต้นไม้ใหญ่ทุกครั้ง เพื่อบอกกล่าวแก่เจ้าป่าเจ้าเขาต่อกรณีที่เข้ามาหาประโยชน์ในป่า และขอขมาที่เข้ามารบกวน แต่ไม่เคยมีพิธีรวมตัวบวชป่าอย่างเป็นทางการหลายๆ หมู่บ้านพร้อมกันเหมือนครั้งนี้
          นายสมพร กล่าวว่า โครงการสร้างเขื่อนแม่แจ่มอยู่ในแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน ซึ่งมีงบประมาณการสร้างสูงถึง 2.3 พันล้านบาท โดยสร้างทับผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของชุมชน อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ชาวบ้านจึงร่วมกันจัดงานบวชป่าขึ้น เพื่อสาบานตนต่อเจ้าป่าเจ้าเขาว่าไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาบุถกรุกและทำลายป่า ไม่ว่าจะเป็นการแอบตัดต้นไม้ขนาดใหญ่อายุเกิน 100 ปี หรือการตัดต้นไม้หลายหมื่นต้น เพื่อสร้างเขื่อนก็ตาม “ชาวบ้านเราเชื่อเสมอว่า เจ้าป่าเจ้าเขาไม่ยินยอมให้ใครมาบุกรุก เจ้าป่าที่ว่านั้นมาจากตำนานคู่รักหนุ่มสาว ที่ถูกกีดกันความรัก ยอมสละชีวิตกระโดดหน้าผาแล้วเสียชีวิตในผาวิ่งจู้ จากนั้นก็มีเรื่องเล่ามาตลอดว่าคู่รักดังกล่าว คือ ผู้ที่บุกเบิกผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ และเราในฐานะลูกหลานก็ทำหน้าที่รักษาต่อไป แม้คนภายนอกหรือราชการบางส่วนมองว่าแม่แจ่มมีแค่ไร่ข้าวโพด เป็นป่าเสื่อมโทรม แต่ในความจริงหากใครเข้ามาสัมผัสป่าเหมือนเราที่เดินป่าบ่อยครั้งและเข้ามาเห็นความงามของธรรมชาติ กับหน้าผาที่มีขนาดเล็ก แต่เต็มไปด้วยความสวยงาม จะต้องเชื่อเหมือนเราว่า ไม่เหมาะแก่การสร้างเขื่อน ส่วนชาวบ้านเองก็ขอสาบานเลยว่า เราไม่ย้ายไปไหน และขอคัดค้านเขื่อนถึงที่สุด หากการบวชป่าครั้งนี้แล้วยังคงมีภัยคุกคามจากภายนอกอีก เราอาจต้องเคลื่อนไหวรูปแบบอื่นต่อไป” นายสมพร กล่าว
          ผู้ใหญ่บ้านแม่หอย กล่าวอีกว่า ที่นายสุรพล เกียรติไชยากร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ในพื้นที่แม่แจ่มไม่มีการสร้างเขื่อนนั้น เป็นการโกหกคำโต หลอกให้ชาวบ้านเขว ทั้งที่บรรจุในแผนการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท นั้นพวกเราก็สอบถามยังหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญหลายแห่ง กรรมการคัดค้านเขื่อนเองก็แจ้งให้ทราบตรงกันว่า มีแผนสร้างจริง ไม่เข้าใจเช่นกันว่า ทำไมคนที่ทำหน้าที่ตัวแทนราษฎร มาหลอกชาวบ้านได้
          ด้านนายทนงศักดิ์ ม่อนดอก ประธานคณะกรรมการคัดค้านเขื่อนแม่แจ่ม-ผาวิ่งจู้ กล่าวว่า การบวชป่าของชาวปกาเกอะญอ นั้นเราจะไม่ทำครั้งเดียว แต่ต่อไปนี้อาจทำทุกปี แต่หากรัฐบาลยังรุกรานไม่เลิกก็ต้องเคลื่อนไหวด้านอื่นเพิ่ม “เราพูดมาหลายครั้งแล้วว่าปกาเกอะญออยู่กับป่า กับธรรมชาติ เราไม่ใช่คนเมือง เราไม่สามารถย้ายบ้าน ย้ายที่ทำกินได้ ขอแค่รัฐบาลฟังเสียงคนท้องถิ่นบ้าง และโปรดเข้าใจว่า การตัดป่าเท่ากับตัดลมหายใจของพวกเรา ดังนั้นวันนี้เราจะยึดแนวทางสันติ คือ อาศัยความเคารพต่อป่า เขา ที่พึ่งพาอาศัยมานานาน แล้วขอปฏิญาณตนในฐานะลูกหลานเพื่อขอขมาแทนกลุ่มที่คิดทำลายป่า เรามาขอพรให้เจ้าที่ช่วยเปลี่ยนใจรัฐบาลและกลุ่มสนับสนุนสร้างเขื่อนให้หยุด เราอธิษฐานจิตกับพระเจ้า ให้เชื่อว่าเราชาวบ้านปกาเกอะญอและ พี่น้องทุกคนที่ร่วมบวชป่า ด้วยกัน สามารถดูแลธรรมชาติได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องการให้เขื่อนเกิดขึ้น” นายทะนงศักดิ์ กล่าว
          ทั้งนี้ ในวันที่ 28 กันยายน เวลาประมาณ 10.00 น. คณะกรรมการคัดคานเขื่อนแม่แจ่มฯ จะเดินทางไปยื่นหนังสือเรื่อง ขอให้พิจารณายกเลิกโครงการเขื่อนแม่แจ่ม –ผาวิ่งจู้ กับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ที่บ้านพรสวรรค์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปมอบให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพิจารณา พร้อมแนบเอกสารข้อเสนอในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ แบบชุมชน อาทิ การพัฒนาบริเวณผาวิ่งจู้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การสร้างฝายน้ำล้นแบบประยุกต์ เป็นต้น

 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ 30 ก.ย.56