สนับสนุนหมู่บ้านต้นแบบปลูกผักปลอดสาร
![]()
นางมยุรี ผ่องผุดพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์โดยโครงการคลินิกเทคโนโลยีเครือข่าย สนับสนุนให้หมู่บ้านต้นยาง ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เป็นหมู่บ้านต้นแบบในการบ่มเพาะเกษตรกรผลิตผักปลอดสารพิษออกสู่ตลาด โดยใช้สารสกัดจากรากหางไหลกำจัดศัตรูพืช ทดแทนการใช้สารเคมี
ที่ผ่านมา เกษตรกรในหมู่บ้านต้นยางประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในการปลูกผัก เนื่องจากต้องพึ่งพาสารเคมี ทั้งยังปัญหาสารพิษตกค้างในพื้นที่ ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นฟูกว่า 3 ปี โครงการคลินิกเทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยเหลือ โดยประสานงานกับสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรลำปาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากการวิจัยเรื่อง สารสกัดป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากรากหางไหล ให้แก่เกษตรกรเพื่อทดแทนการใช้สารเคมีทางการเกษตร
ผศ.สุมาฬี พรหมรุกขชาติ สถาบันวิจัยและฝึกอบรมเกษตรลำปาง กล่าวว่า รากของหางไหลมีสารที่ชื่อว่า โรทิโบน สามารถกำจัดศัตรูพืชได้หลายชนิด ทั้งด้วงตัดใบ เพลี้ย จักจั่น หนอนใยผัก ด้วงหมัดผักและเพลี้ยอ่อน ทีมวิจัยได้สกัดและทดลองใช้ในแปลงผักคะน้า กวางตุ้ง และผักบุ้ง "เราศึกษาปรับสูตรสารสกัดรากหางไหลให้เหมาะสมกับศัตรูพืชแต่ละชนิด โดยรวมกลุ่มชาวบ้านต้นยางกว่า 20 คน ทดลองปลูกผักปลอดสารพิษประมาณ 3 ไร่ ผลผลิตที่ได้โรงพยาบาลศูนย์ลำปางรับซื้อไว้ทั้งหมด"
จากการช่วยเหลือของโครงการนี้ ชาวบ้านมีรายได้เดือนละ 9,000-10,000 บาท นอกจากปลูกผักไว้บริโภคในครัวเรือนแล้ว ยังส่งไปจำหน่ายยังตลาดสด สร้างรายได้เพิ่ม พร้อมกันนี้ ต้องการให้กระทรวงวิทยาศาสตร์สนับสนุนการขยายผลไปยังผักปลอดสารพิษชนิดอื่นต่อไป นักวิจัยกล่าว
นอกจากหางไหลแล้ว ทีมวิจัยยังทดสอบพืชอีกหลายชนิดที่มีฤทธิ์กำจัดศัตรูพืชตัวสำคัญ อย่าง ด้วง เพลี้ย ทำลายพืชผัก อาทิเช่น ผักกาด คะน้า ขึ้นฉ่าย จากการวิจัยพบว่า สะเดา ข่า และขมิ้น สารสกัดเข้มข้นจากพืชเหล่านี้สามารถใช้เป็นสารชีวภาพกำจัดศัตรูพืชได้เช่นกัน
นอกจากสารชีวินทรีย์จากสมุนไพรแล้ว ทีมวิจัยยังพัฒนาน้ำส้มควันไม้ ใช้กลิ่นไล่แมลงศัตรูพืช โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาเตาเผา 200 ลิตร เพื่อใช้ผลิตน้ำส้มควันไม้ รวมถึงขยายผลวิจัยไปยังพื้นที่อื่น อาทิเช่น พิษณุโลก น่าน และตาก ให้เป็นพื้นที่ผลิตผักปลอดสารพิษเพิ่มเติมในอนาคต
นายสมิง ทองสุข ชาวบ้านต้นยางที่ร่วมกลุ่มปลูกพืชปลอดสารพิษ กล่าวว่า โรครากเน่าโคนเน่า โรคราเมล็ดผักกาด สร้างความเสียหายอย่างมาก ที่ผ่านมา ได้ใช้จ่ายไปกับค่าสารเคมีกว่า 300 บาทต่อลิตร ขณะที่สารชีวินทรีย์จากสมุนไพรสามารถผลิตได้ในระดับครัวเรือน และต้นทุนไม่มาก
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 2 ธันวาคม 2552










