เชียงใหม่ผลิตขยะมากที่สุดในประเทศ
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เผยคนเชียงใหม่แชมป์ผลิตขยะมากที่สุดในประเทศ ตกคนละ 2.12 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนคนในเทศบาลฯรวมกันผลิตน้ำเสียวันละ 100 ล้านลิตร เทศบาลฯจึงผุดโครงการปฏิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม ลดขยะและสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย คาดประหยัดงบฯดูแลได้ถึงกว่า 1,000 ล้านบาท เริ่ม 1 ก.พ.นี้ระยะเวลา 99 วัน
นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ในขณะนี้ว่า ขณะนี้มีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้คือปัญหาขยะและปัญหาน้ำเน่าเสีย สำหรับปัญหาขยะพบว่าคนเชียงใหม่ผลิตขยะจำนวนคนละ 2.12 กิโลกรัมต่อวัน มากกว่าคนกรุงเทพฯและทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศไทย ทำให้เทศบาลนครเชียงใหม่ต้องใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท เพื่อกำกัดขยะ ในขณะที่คนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่จำนวน 5 แสนคน ผลิตน้ำเสียวันละ 100 ล้านลิตร 1 ปีผลิตน้ำเสียปีละ 36,500 ล้านลิตร ทำให้ต้องเสียเงินค่าบำบัดน้ำเสียเป็นจำนวนมาก
นายทัศนัย กล่าวด้วยว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ จึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่โดยการสนับสนุนและประสานงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันดำเนินโครงการ “ปฏิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม” มีเป้าหมายลดจำนวนขยะลงให้ได้ร้อยละ 30 ซึ่งจะประหยัดงบในการกำจัดขยะได้อย่างน้อย 60 ล้านบาท ส่วนปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสีย เราตั้งเป้าจะคืนน้ำใสให้แม่ข่า และแม่ปิง ด้วยการติดตั้งบ่อดักไขมันก่อนปล่อยน้ำทิ้งจำนวน 10,000 ครัวเรือน และสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียโดยใช้พืชเป็นตัวบำบัดซึ่งจะทำให้ประหยัดงบประมาณค่าบำบัดน้ำเสียถึง 1,000 ล้านบาท
ด้านนายณัฐพงษ์ จารุวรรณพงศ์ ผู้จัดการโครงการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคมฐานชุมชนฯ ในฐานะภาคีเครือข่ายของ สสส.กล่าวว่า โครงการปฏิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม เป็นการนำร่องการสร้างต้นแบบเมืองน่าอยู่ หรือเมืองสุขภาวะโดยการกระตุ้นให้ภาคีร่วมพัฒนา 7 กลุ่มหลัก เช่น ภาคประชาสังคมและองค์กรพัฒนาเอกชน เครือข่ายภาคีสร้างเสริมสุขภาพ เทศบาลนครเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ เป็นต้น โดยภาคีทั้งหมดจะร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯในวันที่ 31 มกราคม นี้ ที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ และจะเริ่มดำเนินการทันทีในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เป็นระยะเวลา 99 วัน สสส.หวังว่าจะใช้รูปแบบปฏิบัติการเชียงใหม่เอี่ยมไปกระตุ้นให้จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ สร้างเมืองน่าอยู่ในอนาคตต่อไป.
ที่มา : สำนักข่าวไทย MCOT NEWS










