เปิดแนวทางการทำงาน"ชุมชนคนรักษ์ป่า"

         "ถึงจะได้รางวัลจากกรมป่าไม้ หรือไม่ได้รางวัล แต่ชาวบ้านที่นี่ก็ยังคอยช่วยดูแลป่าชุมชนบ้านห้วยดงเย็น ถ่ายทอดรุ่นต่อรุ่นไปเรื่อยๆเพราะป่าไม้คือบ้าน"
          ถ้อยสรุปของ นายกมล แสงหงส์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่14 ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น ที่ได้รางวัลชนะเลิศโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ปีนี้
          จุดเริ่มต้นที่ทำให้ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมารักษาป่าเนื้อที่ 762 ไร่เกิดขึ้น หลังจากที่ดินบนดอยกานแปลงนี้เคยถูกนายทุนขอเช่าพื้นที่ทำเหมืองแร่เมื่อกว่า 30 ปีก่อน แต่ในระหว่างการสำรวจแร่ กลับมีการลักลอบตัดไม้ขนาดใหญ่
          กระทั่งผืนป่าได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้ลำห้วยหลายสาขาที่มีความเย็นจากป่าต้นน้ำเหือดแห้ง  จนชาวบ้านต้องรวมตัวกันเดินขบวนคัดค้านกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้น และนำมาสู่การมายกเลิกสัมปทานเหมืองแร่ในที่สุด "เดิมมีชาวบ้านบางส่วนก็เข้าไปจับจองที่ดินบุกรุกป่าแปลงนี้เหมือนกัน แต่พอเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งป่าเสื่อมโทรม น้ำแห้งแล้ง ชุมชนจึงหันกลับมาร่วมพวกชาวบ้านช่วยกันเอาต้นไม้มาปลูกฟื้นฟูจนป่ากลับมาสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของนกยูงไทย มากเป็นอันดับ 2 รองจากห้วยขาแข้ง มีตาน้ำจากห้วยปูคำ ที่เพียงพอสำหรับทำประปาหมู่บ้าน รวมทั้งผลผลิตจากป่าทั้ง หน่อไม้ และพืชสมุนไพรนับ 100 ชนิดที่หายาก โดยชุมชนจึงยื่นขอจัดตั้งเป็นป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็นในปี 2547 รวมเนื้อที่เฟสแรก 762 ไร่และตอนนี้เตรียมขยายเพิ่มเป็น 1,400 ไร่"
          ด้านนางไพลิน ยศอิ กรรมการป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น บอกว่า จุดเด่นของป่าชุมชนที่นี่คือการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังของคณะกรรมการป่าชุมชนที่จะประชุมต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน โดยเราจะมีชุดลาดตระเวนและสำรวจพื้นที่ป่าเพื่อป้องกันตัดไม้และบุกรุกที่ทำกิน มีการกำหนดกติกา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากร เช่น การเก็บหน่อไม้ การเก็บเห็ด เก็บสมุนไพร และการปลูกป่าทดแทน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากป่าครัวเรือนละหลายพันบาท แถมยังลดรายจ่ายจากการใช้ฟืนจากกิ่งไม้เล็กๆ และใช้น้ำประปาจากภูเขาที่เพียงพอตลอดปี "เรามีประเพณีที่ยึดเหนี่ยว และถือเป็นเอก ลักษณ์ของท้องถิ่นมาหลายชั่วอายุคนคือประเพณีสืบชะตาต้นน้ำลำธาร ขอ ฝน และฟังธรรมปลาช่อน ซึ่งจะทำกันในวันแรม 9 ค่ำเดือน 8 นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบวชป่า และปลูกป่าในวันสำคัญทุกปี เพื่อเพิ่มต้นไม้ให้กับป่าชุมชนแห่งนี้"
         
อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่การดูแลป่า แต่เรายังสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านสมุนไพร และจัดทำทางเดินท่องเที่ยวทางธรรมชาติขึ้นไปบนดอยกาน จุดชมวิวที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี และสามารถมองเห็นบ้านโฮ่งที่อยู่ด้านล่างอีกด้วย"เธอ บอกถึงงานที่ชุมชนแห่งนี้ร่วมกันสานต่อ เธอบอก
          ไม่เพียงแต่บ้านดงห้วยเย็น ที่ได้รับรางวัลในปีนี้แต่ยังมีอีก " ป่าชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา12" หมู่ที่ 13 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ป่าชุมชนดีเด่นด้านการจัดการป่าตามหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนป่าชุมชนรางวัลรองชนะเลิศ 3 แห่ง ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านวังศิลาดิเรกสาร หมู่ที่ 3 อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ป่าชุมชนบ้านตาดรินทอว หมู่ที่ 6 อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ และป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง หมู่ที่ 10 ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
          นายดรอแม บินซา ตัวแทนป่าชุมชนป่าชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา12 บอกว่า เขารู้สึกภูมิใจชาวบ้านใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กับหลักคำสอนศาสนาอิสลาม "วายิบ" ซึ่งหมายถึงเป็นหน้าที่ของทุกคน มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการป่า ดังนั้นทุกคนในหมู่บ้านจึงต้องร่วมกันอนุรักษ์ป่านั่นเอง เนื่องจากป่าบ้านเราเป็นต้นน้ำแม่น้ำสายบุรีที่ไหลไปหล่อเลี้ยงคนในจ.ยะลา นราธิวาส ปัตตานี เพราะถ้าเราดูแลป่าให้เกิดประโยชน์จากต้นน้ำไปยังปลายน้ำ เราได้บุญ  "วิถีของคนที่นี่พึ่งพาป่าชุมชนใช้เป็นแหล่งอาหารเพื่อการบริโภค เช่น สะตอ ใบเหลียง ผักกูด ดาหลา เห็ด หน่อไม้ หากบางรายได้มาเยอะเกินความต้องการในครัวเรือน ก็จะแบ่งปันกันให้กับเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความสามัคคี" เขาบอก
          ส่วนแนวทางในการดูแลป่าชุมชนของที่นี่ มีพื้นที่เดิม 96 ไร่และอยู่ระหว่างรอขอจดทะเบียนเพิ่มอีก 4,700 ไร่ นายดรอแม บอกว่า คณะกรรมการป่าชุมชน แบ่งการทำงานออกเป็นฝ่ายอนุรักษ์ ฝ่ายลงโทษผู้กระทำผิด ฝ่ายพิจารณาการขอใช้ประโยชน์จากป่า ฝ่ายเยาวชน ฝ่ายปลูกป่าทดแทน ฝ่ายลาดตระเวน และฝ่ายสตรี โดยชุมชนจะถ่ายทอดวิถีชีวิต ความเชื่อและความศรัทธาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานให้มีความเข้าใจในคุณค่าของป่าไม้ รวมทั้งการใช้ชีวิตแบบพอเพียงอยู่เสมอ ดังนั้นแนวทางนี้จึงสร้างให้ชุมชนมีกติกาดูแลป่าที่เข้มแข็ง
          ขณะที่นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้  ยอมรับว่าลำพังการทำงานโดยกรมป่าไม้เพียงหน่วยงานเดียว ไม่ใช่แนวทางทางที่จะดูแลป่าให้พ้นจากการบุกรุกทำลายได้ ดังนั้นจึงต้องดึงชุมชน ภาคเอกชนมาเป็นแนวร่วมในการจัดการป่าในอนาคต
          กรมป่าไม้วางแนวทางการทำงานร่วมกับเอกชน โดยเริ่มจับมือกับบริษัทราชบุรีโฮลดิ้งมาแล้ว 5 ปี พบว่า หลังจากดำเนินโครงในการนี้ร่วมกับเอกชนมาตั้งแต่ปี 2551 ปัจจุบันมีป่าชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 6,536 แห่งเพิ่มเป็น 8,782 แห่งทั่วประเทศ รวมพื้นที่กว่า 3.5 ล้านไร่ในปีนี้ และมีเป้าหมายจะเพิ่มป่าชุมชนให้ได้ถึง 21,000 กว่าแห่งหรือมีป่าชุมชนเพิ่มเป็น40% ของพื้นที่ป่าทั่วประเทศ
          เช่นเดียวกับนายพงษ์ดิษฐ พจนา กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ย้ำว่าโครงการนี้ถึงแม้จะเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นสามารถวัดได้จากป่าชุมชนที่ประกาศจัดตั้งภายใต้โครงการนี้รวมแล้ว 685 แห่งใน 132 ชุมชน และมีพื้นที่ป่าราว 431,121 ไร่ ซึ่งเฉลี่ยช่วยดูดซับคาร์บอนสูงถึง 9 แสนตัน ดังนั้นประโยชน์ของป่าไม้ต่อการช่วยลดสภาวะโลกร้อน จึงเป็นสิ่งสำคัญ
          ทั้งหมดนี้จึงหมายถึงจุดเริ่มต้นในการดูแลป่าแนวใหม่ ที่ต้องอาศัยชุมชน รัฐ และเอกชน..ป่าจึงมีโอกาสรอด
          'วิถีของคนที่นี่พึ่งพาป่าชุมชนใช้เป็นแหล่งอาหารเพื่อการบริโภค' ดรอแม บินซา

 

ที่มา : จันทร์จิรา พงษ์ราย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 2 ต.ค.2556
         ภาพประกอบกรุงเทพธุรกิจ