“ข้าวฮาง”สร้างสุข...ชาวนาสกลฯ ทำเอง ขายเอง

    “ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทยมาอย่างช้านาน และอาชีพทำนาก็ยังเป็นอาชีพหลักของคนไทยอีกมากมาย ส่วนข้าวที่คนไทยกินนั้นก็มีทั้งข้าวเจ้า ข้าวเหนียว และยังแยกย่อยเป็นข้าวแบบอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งความแตกต่างทางสายพันธุ์ข้าว เช่น ข้าวพันธุ์พื้นเมือง ข้าวสายพันธุ์ทั่วไป หรือจะเป็นความแตกต่างในกระบวนการผลิตข้าวก็ตาม 
    หนึ่งในข้าวที่หลายๆ คนเริ่มรู้จักกันมากขึ้นก็คือ “ข้าวฮาง” ข้าวชื่อดังจาก จ.สกลนคร ที่มีกรรมวิธีในการผลิตที่แตกต่างจากข้าวอื่นๆ ที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาด โดย นางสุพรรณี ร่มเกษ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านนาบ่อ ต.ปลาโหล อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ได้อธิบายไว้ว่า “คำว่าฮาง เป็นภาษาภูไท แปลว่าขุดร่อง คนภูไทเรียกว่าขุดเตาฮางนึ่งข้าว หมายถึงข้าวที่เราเกี่ยวก่อนแก่จัดแล้วเอามานึ่ง แล้วก็เอามาแปรรูปเป็นข้าว เป็นภูมิปัญญาของคนภูไทมาตั้งแต่โบราณ” 
     ข้าวฮางของนางสุพรรณี เป็นข้าวฮางอินทรีย์ที่ใช้วิธีการปลูกข้าวแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี โดยเป็นข้าวนาปี ที่มีระยะเวลาในการปลูก 120 วัน ระหว่างที่ต้นข้าวเจริญเติบโตก็ไม่ได้ใช้ปุ๋ย แต่จะปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ จะได้ข้าวงาม มีความสูงเสมอกัน และจะเก็บเกี่ยวหลังปลูกไปได้ประมาณ 110 วัน (หรือข้าวที่แก่ประมาณ 75-80%) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมและความเชื่อของคนภูไทบ้านนาบ่อที่ปลูกฝังกันมาว่าห้ามเก็บเกี่ยวข้าวที่แก่จัด เพราะข้าวจะร่วง และไม่มีวิตามิน
    โดยหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็จะไถกลบซังข้าวอีก 3- 4 ครั้ง เป็นการพักดิน และเตรียมดินเพื่อใช้ในการเพาะปลูกข้าวในฤดูกาลของปีถัดไป 
     ส่วนข้าวที่เก็บเกี่ยวมาแล้วก็จะนำมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1-2 คืน ก่อนจะล้างให้สะอาด แล้วนำไปใส่หวดนึ่งข้าว นึ่งบนเตาฮางประมาณ 1 ชั่วโมง จนเมล็ดข้าวสุกนิ่ม จากนั้นก็นำมาผึ่งแดดให้แห้ง ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ก่อนจะนำไปสีจนกลายมาเป็นข้าวฮางที่พร้อมนำออกจำหน่าย
     นางสุพรรณีเล่าวว่า ทางกลุ่มจะไม่ได้พึ่งพาเทคโนโลยีมากนัก โดยกระบวนการผลิตตั้งแต่การปลูกข้าวแบบอินทรีย์ ใช้รถเกี่ยวข้าว แล้วนำมาทำเป็นข้าวฮาง จะมีเครื่องมือที่ใช้ก็คือเครื่องสีข้าวเพียงตัวเดียว นอกจากนั้นจะใช้แรงงานสมาชิกในกลุ่ม ร่วมมือกันทำงาน เรียกว่าเป็นการทำด้วยใจ ถ้าคนกินได้กินข้าวฮางแล้วมีความสุข คนทำก็มีความสุขไปด้วย 
     
ข้าวฮางของบ้านนาบ่อ เมื่อผ่านกระบวนการสี รำข้าวและเส้นใยอาหารจะยังอยู่ในเมล็ดข้าวอย่างสมบูรณ์ เมล็ดข้าวไม่แตกหัก จมูกข้าวไม่หลุด ทำให้คุณค่าทางอาหารไม่สูญเสียไป เมล็ดมีสีเหลืองทอง จนเรียกกันว่า “ข้าวทองคำ” ก่อนจะเปลี่ยนมาเรียก “ข้าวหอมทอง” และทางกลุ่มได้จดสิทธิบัตรทางการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในชื่อ “ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี”
     
ข้าวที่ผ่านกระบวนการทำข้าวฮาง จะคงคุณค่าของสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไว้ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะสาร Gamma-Aminobutyric Acid หรือ GABA ที่มีคุณสมบัติในการลดความดันโลหิต ลดปริมาณคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบประสาท และมีเส้นใยสูง ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย
     
ส่วนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านนาบ่อ มีทั้งข้าวฮางเจ้า ข้าวฮางเหนียว ข้าวฮางไรซ์เบอรี่ ข้าวฮางสามกษัตริย์ และข้าวฮางบด โดยข้าวฮางนั้นจะขายเป็นถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม ราคา 60-70 บาท (แล้วแต่ลักษณะการบรรจุ) ซึ่งชาวนาที่นี่จะผลิตข้าวเอง ขายเอง ในหลากหลายช่องทาง เป็นการส่งข้าวดีมีคุณภาพถึงผู้บริโภคโดยตรง แบบไม่ต้องผ่านมือพ่อค้าคนกลางแต่อย่างใด 

ที่มา : ผู้จัดการออนไลนื 3 พ.ย.2559