เวทีสรุปผลการทำงานด้านอาสาสมัครในสถานสงเคราะห์ (มิ.ย.2557-มี.ค.2560)

การประชุมสรุปผลการดำเนินงานอาสาสร้างสุขให้เด็กในสถานสงเคราะห์ (มิถุนายน 2557-มีนาคม 2560)

          ในวันพฤหัสฯที่ 9 มีนาคม 2560 ที่ห้องประชุมสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี กรุงเทพ มูลนิธิสุขภาพไทยและภาคีเครือข่าย จัดประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กในสถานสงเคราะห์ ด้วยพลังอาสาสมัคร โดยมีบุคคลากรจากหน่วยงานรัฐ นักวิชาการ ผู้แทน สสส. และตัวแทนอาสาสมัครจากสถานสงเคราะห์และสถานคุ้มครองเด็กฯ รวม 5 แห่ง ได้แก่ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด ,สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต , สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ,สถานคุ้มครองเด็กและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จ.นนทบุรี และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จ.นนทบุรี โดยมีนายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน(ดย.) และนายสุจิตต์ ไตรพิทักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสส. เข้าร่วมรับฟังและให้ข้อคิดเห็นในที่ประชุม
          จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขภาพไทยได้นำเสนอรายงานผลการดำเนินงานโครงการฯซึ่งได้ขับเคลื่อนโดยยุทธศาสตร์การทำงาน 4 ด้าน ได้แก่
          (1)การจัดการความรู้และพัฒนางานวิชาการ มีเป้าหมายมุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครได้รับการจัดการความรู้ในแต่ละประเด็น เพื่อให้เกิดงานที่มีคุณภาพ
          (2)การพัฒนาระบบและกลไกการทำงานอาสาสมัคร มีเป้าหมายในการสร้างเสริมระบบอาสาสมัครในสถานสงเคราะห์ให้เคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอกลไก 3 ระดับ คือ ระดับ 1 : คณะกรรมการกำกับทิศ มีองค์ประกอบคณะกรรมการ คือ อธิบดี ผู้อำนวยการกองที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนผู้ปกครองในสถานสงเคราะห์ กรรมการบริหารแผน สสส. นักวิชาการ สหทัยมูลนิธิ มูลนิธิสุขภาพไทย และตัวแทนอาสาสมัคร ระดับ 2 : คณะกรรมการประจำสถานสงเคราะห์ มีองค์ประกอบคณะกรรมการมาจากภาคส่วนต่างๆ คือ สถานสงเคราะห์ อาสาสมัคร มูลนิธิที่ทำงานในพื้นที่ และผู้ทรงคุณวุฒิ ระดับ 3 : คณะทำงานหรือ Core Team เป็นกลไกระดับปฏิบัติการและทันต่อสถานการณ์และแก้ปัญหาต่อตัวเด็กในแต่ละสถานสงเคราะห์
          (3)การสร้างเครือข่าย พัฒนาศักยภาพ บุคคลากรและอาสาสมัคร มีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพให้คนทำงานเพื่อเด็กในสถานสงเคราะห์ให้ไปทำงานกับเด็กได้ดียิ่งขึ้น
          (4)การสื่อสารสาธารณะและการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีเป้าหมายใช้การสื่อสารสาธารณะแนวเนื้อหาพลังบวก

ผลสำเร็จของโครงการที่เป็นรูปธรรม พบว่า
          1.มีโครงสร้างการดำเนินงานที่ชัดเจน เช่น คณะทำงาน ผู้ประสานงาน การประชุมติดตามการดำเนินงานทุก 1-2 เดือน มีการปฐมนิเทศ/คัดกรองอาสาสมัคร และจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมกัน
          2.สถานสงเคราะห์เกือบทุกแห่งให้คุณค่าและความสำคัญของอาสาสมัคร ทำให้อาสาสมัครมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
          3.งานอาสาสมัครสามารถพิสูจน์ได้ว่า สามารถพัฒนาเด็กทางด้านทักษะสังคมได้เป็นอย่างดี
          
          แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นอุปสรรคที่ทางโครงการยังไม่สามารถพัฒนาระบบกลไกงานอาสาสมัครได้อย่างเป็นรูปธรรมในทุกสถานสงเคราะห์ และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานในหน่วยงานของภาครัฐจึงทำให้โครงการไม่อาจขับเคลื่อนงานได้ตามกำหนด ดังนั้นในอนาคตหากต้องการพัฒนางานอาสาสมัครในสถานสงเคราะห์ให้ยั่งยืนอยู่ในระบบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)นั้น จะต้องผลักดันให้เกิดตัวชี้วัดและแผนการทำงานภายใต้ระบบกลไกของกระทรวงต่อไป
          ด้านนายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน(ดย.) และนายสุจิตต์ ไตรพิทักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ให้ข้อคิดเห็นซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
          นายวิทัศน์ เตชะบุญ กล่าวว่า ในปัจจุบันได้มีนโยบายประชารัฐซึ่งให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐมากขึ้น โดยทางกรมเห็นว่ากิจกรรมอาสาสร้างสุขให้เด็กควรขยายไปสู่สถานสงเคราะห์เด็กทั้งหมดในประเทศ ในส่วนของกรมฯเองเห็นชอบโดยว่าให้สถานสงเคราะห์ทั้ง 3 แห่ง คือ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เป็นแหล่งหรือศูนย์เรียนรู้งานด้านอาสาสมัคร (สถานสงเคราะห์ต้นแบบ) นอกจากนี้ทางกรมฯกำลังประมวลผลข้อเสนอแนะต่างๆเพื่อจัดทำ Action Plan ให้ชัดเจน โดยขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ 4 ด้านของโครงการตามที่ได้กล่าวข้างต้นแล้ว
         ด้านนายสุจิตต์ ไตรพิทักษ์ กล่าวว่า เวทีในวันนี้ได้รับการยืนยันจากผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ของสถานสงเคราะห์ว่าอาสาสมัครมีความสำคัญต่อสถานสงเคราะห์ และได้เห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนทำงานที่ว่าการมีอาสาสมัครเพิ่มเข้ามาในการทำงานนั้นเป็นภาระที่เพิ่มมากขึ้น แต่ได้เปลี่ยนเป็นว่าอาสาสมัครได้เข้ามาช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กร่วมกัน ส่วนการประเมินผลโครงการชี้ให้เห็นชัดเจนว่าหากจะดำเนินงานต่อควรที่จะยกระดับเรื่องของกระบวนการผลักดันนโยบาย กระบวนการด้านการเรียนรู้ กระบวนการด้านการขยายเครือข่าย การสร้างเครือข่ายงานอาสาให้เพิ่มมากขึ้น และอาสาสมัครระยะยาวได้ยกระดับเป็นอาสามืออาชีพในการพัฒนาเด็กต่อไป.