นวดไทยให้ สว. รับตรุษสงกรานต์

          เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสังคมไทยเป็น สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) และกำลังเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged  Society) เนื่องจากประเทศไทยกำลังมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ หรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีมากกว่าร้อยละ14 ของประชากรทั้งประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้
          เดินไปไหนมาไหนเห็นคน 10 คนเป็นได้เจอผู้สูงอายุ หรือ สว. อย่างน้อย 1-2 คนแน่นอน หลายครั้งเจอมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ครอบครัวจำนวนมากที่กลับไปเยี่ยมบ้านและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในเทศกาลตรุษสงกรานต์นี้ ก็จะเห็นคนในชุมชนเต็มไปด้วย สว.มากขึ้นทุกวัน  ประเพณีปีใหม่ไทยหรือตรุษสงกรานต์ปีนี้ น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นส่งเสริมนวดไทยให้ผู้สูงวัย เพราะแต่เดิมวันที่ 13-15 เมษายนถือเป็นช่วงตรุษสงกรานต์ เริ่มวันแรก 13 เมษายน อันหมายถึงช่วงเปลี่ยนผ่านของดวงอาทิตย์จากราศีหนึ่งไปสู่ราศีหนึ่ง โดยเฉพาะการก้าวขึ้นสู่ราศีเมษครบหนึ่งปีนี้ จะเรียก “วันมหาสงกรานต์ “ แต่ปัจจุบันนี้ทางการไทยกำหนดให้วันที่ 13 เมษายนคือวันผู้สูงอายุแห่งชาติด้วย ต่อด้วยวันที่ 14 เมษายนเป็นวันครอบครัว
          สังคมไทยกำลังมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ดังนั้นช่วงรื่นเริงเถลิงศกใหม่ตรุษสงกรานต์ก็เป็นโอกาสเหมาะที่เราจะให้ความสำคัญทั้งผู้สูงอายุและความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งภูมิปัญญาการนวดไทยเป็นศาสตร์และศิลปะการดูแลสุขภาพดั้งเดิมของไทย ที่ควรส่งเสริมให้มีการใช้ประจำบ้าน แม้ว่าการนวดไทยจะต้องอาศัยความรู้และทักษะอย่างลึกซึ้ง แต่จากประสบการณ์การทำงานพบว่านวดไทยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับได้ เริ่มจากความรู้ในการพึ่งตนเองหรือนวดตนเองและนวดกันเองในครอบครัว ขั้นที่สองหมอนวดไทยที่สามารถนวดผ่อนคลายหรือนวดให้สบายตัว และขั้นที่สามเป็นขั้นสูง คือ การนวดไทยระดับผู้ประกอบวิชาชีพที่สามารถแก้ไขอาการ บำบัดโรคได้
          วันนี้ชักชวนมาเรียนรู้นวดขั้นต้น การนวดกันเองในครัวเรือนเข้าทำนองลูกหลานนวดให้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย หรือการนวดตนเองบรรเทาอาการเมื่อยขบในชีวิตประจำวัน
          คนทั่วไปมักเมื่อยคอเมื่อยไหล่ ข้อมูลของมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนาที่ได้จัดทำเผยแพร่ไว้แนะนำให้เรานวดตนเองได้ สำหรับการอาการปวดเมื่อคอและที่มีอาการปวดศีรษะ ให้ทำ 3 ท่าแบบนี้ คือ
          ท่าที่ 1 เอามือประสานเข้าด้วยกันบริเวณท้ายทอย ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองกดตามแนวสันคอทั้งสองข้างไล่กดนวดลงไปถึงบ่า
          ท่าที่ 2 ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดตรงจุดใต้ไรผม ทั้ง 2 จุด(ซ้ายขวา) พร้อมๆ กัน ออกแรงพอประมาณ กดทิ้งไว้สักครู่ ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
          ท่าที่ 3 ท่านี้บรรเทาอาการเมื่อยบ่าและคอ ให้วางมือขวาไปที่บ่าซ้าย พยายามใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดบีบไปตามแนวเส้นบ่า ตอนกดอาจใช้การดึงแขนลงมาด้านล่าง เป็นการช่วยให้มีน้ำหนักกดลงไปที่จุดแนวบ่า ซึ่งมักจะมีอาการตึงทำให้เมื่อย (ดูภาพประกอบ 1-3 )

          คราวนี้ถ้าลูกหลานช่วยนวดให้ ให้ผู้นวดทำตามในท่าที่ 4 ผู้ถูกนวดนั่งลงกับพื้นหรือนั่งบนเก้าอี้ก็ได้ ผู้นวดนั่งคุกเข้าด้านหลัง (หรือยืนด้านหลังกรณีผู้ถูกนวดนั่งบนเก้าอี้) ใช้มือที่ถนัดนวดไปตามแนวเส้นที่คอและมืออีกข้างประคองหัวไหล่ไว้
          ท่าที่ 5 ผู้นวดยืนอยู่หน้าหลังแต่เยื้องๆ ไปด้านข้าง ใช้นิ้วโป้งค่อยๆ กดลงไปตามแนวบ่า กดไว้สักครู่แล้วปล่อย กดแนวบ่านี้วนซ้ำได้สัก 2-3 รอบ
          ท่าที่ 6 ผู้นวดอยู่ด้านหลัง ใช้นิ้วหัวแม่โป้งกดลงไปจุดใต้ไรผม แล้วใช้มืออีกข้างประคองหน้าผากไว้ แล้วสลับเอานิ้วหัวแม่โป้งอีกข้างกดจุดใต้ไรผมอีกด้านหนึ่ง แล้วใช้มืออีกข้างประคองหน้าผากไว้เช่นกัน เวลากดให้ค่อยๆ กดเบาๆ ทิ้งไว้สักครู่ กดซ้ำสัก 2-3 ครั้ง (ดูภาพ 4-6)

          ลองดูเพียง 3 ท่านี้จะทำเองหรือให้คนช่วยนวดก็จะรู้สึกผ่อนคลายสบาย วันไหนเมื่อยตึงมึนหัวก็พึ่งพาตนเองได้ และสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวดูแล สว.ให้สุขกายสบายใจได้ดีด้วย.