ยาวิเศษ

                                                                        บทความโดย พระไพศาล วิสาโล
                                           ตีพิมพ์ใน นิตยสารซีเครท : No.233 พฤษภาคม 2018

                               

     ในฐานะพยาบาล เกื้อจิตร แขรัมย์ ตระหนักดีว่ากายกับใจนั้นเกี่ยวข้องกับมาก ดังนั้นผู้ป่วยทุกคนที่เธอดูแลนอกเหนือจากการเยียวยาร่างกายแล้ว  เธอยังให้ความสำคัญกับจิตใจของเขาด้วย ประสบการณ์อันยาวนานทำให้เธอจัดเจนในการดูแลรักษาใจของผู้ป่วย จนเพื่อน ๆ ในโรงพยาบาลบุรีรัมย์มักขอความช่วยเหลือจากเธอเสมอ

     เด็กชายคนหนึ่งอายุ ๑๑ ปี เป็นโรคปวดหัวตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ แม่พาไปรักษาหลายโรงพยาบาล หมดเงินไปเป็นจำนวนมาก  แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น  ตอนที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์นั้น นอกจากปวดหัวอย่างหนักจนอาเจียนแล้ว เด็กยังมีอาการตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน

     หมอสันนิษฐานว่าเด็กมีเนื้องอกในสมอง จึงส่งตรวจซีทีสแกน แต่ไม่พบความผิดปกติ หมอจึงคิดว่าเด็กอาจมีปัญหาทางจิต  แต่ก่อนที่หมอจะส่งเด็กไปหาหมอจิตเวช พยาบาลที่เห็นเหตุการณ์ได้ขอให้เกื้อจิตรมาดูผู้ป่วยรายนี้ เพราะเกรงว่าถ้าเด็กได้รับยาจากหมอจิตเวช  อาจจะมึนงงจนเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง

     เมื่อเกื้อจิตรไปถึง แม่เด็กเฝ้าแต่ถามว่าลูกเธอจะหายไหม   เกื้อจิตรดูอาการของเด็กแล้วถามแม่ว่ามีลูกกี่คน  แม่เด็กตอบว่ามีสี่คน  “คนโตเรียนมหาวิทยาลัย หน้าตาดี เรียนเก่ง คนที่สองอยู่ม.๕ เรียนเก่ง  คนที่สามคือเขานี้แหละ ส่วนคนที่สี่เป็นผู้หญิงอยู่ป.๒ อายุ ๘ ขวบ”
     “รักลูกเท่ากันไหม” เกื้อจิตรถาม  “รักเท่ากันเลย” คือคำตอบ
     “ลูกสี่คน ถ้ารักลูกเท่ากัน ด่าเท่ากันไหม”
     “ไม่เท่ากัน ฉันด่าเจ้าคนป่วยนี้แหละมากที่สุด ทั้งด่าทั้งตี”  แม่เด็กยังพูดต่อว่า “มันดื้อค่ะ มีวันหนึ่งฉันด่ามัน ไล่มัน มึงไปพ้น ๆ กู”
     “เคยบอกรักลูกคนนี้ไหม”
    “ไม่เคยซักที ไม่เคยบอกรักลูก....มีแต่ด่ากับตี”  เธอยังเล่าต่อว่า “ลูกชายคนนี้โง่มาก ไปโรงเรียนครูก็ด่าว่าควาย ทำไมแกไม่เก่งเหมือนพี่เหมือนน้องแกบ้าง”

     คุยไปสักพัก เกื้อจิตรก็ย้อนถามถึงประวัติของแม่เด็ก  ซักไปได้หน่อย แม่เด็กก็ร้องไห้ แล้วยอมรับว่า พ่อแม่ไม่ค่อยรักเธอเท่าไหร่ เพราะชอบดุด่าเธอ  ถึงตรงนี้เธอก็ได้คิดว่า เธอทำกับลูกชายคนนี้เหมือนกับที่พ่อแม่ของเธอทำกับเธอตอนเด็ก ๆ

     มาถึงตรงนี้เกื้อจิตรจึงบอกว่ามี “ยาวิเศษ” ที่จะช่วยลูกของเธอได้  นั่นคือ “ให้เธอกลับไปกอดลูก แล้วบอกว่าแม่รักลูกนะ”  รวมทั้งบอกตายายที่บ้านด้วยว่า ให้ทำอย่างเดียวกัน  เท่านั้นไม่พอเกื้อจิตรยังแนะนำให้ไปบอกครูที่โรงเรียนว่า อย่าดุด่าหรือตีเด็กคนนี้อีก  “ไปบอกเลยว่าหมอเกื้อโรงพยาบาลบุรีรัมย์สั่งมา ถ้าไม่กล้าพูด เดี๋ยวฉันจะไปพูดให้”

     หนึ่งเดือนต่อมา เกื้อจิตรตามไปดูเด็ก ปรากฏว่าเด็กไม่มีอาการปวดหัวอีกเลย  ปัจจุบันอายุ ๒๐ ปี รูปร่างสูงใหญ่  สุขภาพเป็นปกติ

     เป็นเพราะขาดความรัก ถูกต่อว่าจากคนรอบข้างเป็นประจำ เด็กจึงรู้สึกว่าตนไร้คุณค่า ส่งผลให้อมทุกข์และเครียดหนักจนปวดหัวเรื้อรัง  กล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นเพราะป่วยใจ กายจึงป่วย  ไม่ว่ารักษากายอย่างไร ก็ไม่หายป่วย ต่อเมื่อใจได้รับการเยียวยาด้วยความรัก กายจึงกลับมาเป็นปกติ

     ความรักนั้นเป็น “ยาวิเศษ”  ใครที่ป่วยเรื้อรังทั้ง ๆ ที่ไม่พบความผิดปกติในร่างกาย  ยาวิเศษขนานนี้อาจช่วยได้

 

ที่มา : www.visalo.org