เครือผ้าขี้ริ้วห่อทอง พืชสมุนไพรสู่ไม้ประดับ

                     

          คำว่าผ้าขี้ริ้วห่อทอง เป็นสำนวนไทย ๆ ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าหมายถึงอะไร ภายนอกดูไม่มีคุณค่าความหมายอะไร แต่ภายในกลับมากด้วยคุณประโยชน์หรือคุณค่า
          ในมุมสมุนไพร ชื่อเรียกผ้าขี้ริ้วห่อทองที่จะกล่าวถึงวันนี้ ไม่ใช่ชื่อเรียกต้นสมุนไพรที่ในตำรายาไทยกล่าวไว้ทั่วไป อันหมายถึงต้นกระทกรก ที่บางครั้งก็เรียกว่า  ผ้าขี้ริ้วห่อทอง แต่ผ้าขี้ริ้วห่อทองในที่นี้ เป็นพืชเครือ จึงเรียกให้แตกต่างว่า เครือผ้าขี้ริ้วห่อทอง  เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่คนอีสาน เรียกว่า ผ้าห้ายห่อคำ หรือ ผ้าขี้ริ้วห่อคำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Callicarpa candicans (Burm. f.) Hochr. และมีชื่อเรียกในท้องถิ่นอื่น เช่น กะเตาะ (สุราษฎร์ธานี) ขาเปียผ้าห้าย  ผ้าขี้ริ้วห่อคำ ผ้าห้ายห่อคำ (เลย) ขี้อ้นดอน  (พิษณุโลก) จับแปงเล็ก (ชัยนาท) ตอกดำ (ปัตตานี) มะตือเครื่องสะพานกน (เชียงใหม่) รำหนาด (ยะลา) เสียบไส้(นครศรีธรรมราช)
          สมุนไพรชนิดนี้มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Great Woolly Malayan Lilac และที่น่าสนใจอย่างยิ่งขณะนี้มีการเพาะพืชนี้จำหน่าย ซึ่งเรียกขานในวงการคนขายไม้ดอกไม้ประดับอย่างเท่ว่า Lovely berry เครือผ้าขี้ริ้วห่อทอง  เป็นพืชที่มีการกระจายในแถบเอเชียตะวันออก ตั้งแต่ จีนตอนใต้ อินเดีย บังคลาเทศ เมียนมา ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวกินี ออสเตรเลีย หมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก
          ในด้านการใช้ประโยชน์ มีชื่อเสียงในการนำเอาใบมาใช้ในการเบื่อปลา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ ในเอเชีย  ซึ่งบางครั้งใช้เทคนิคเอากิ่งนำมาทำลูกศรยิงปลา ทำให้ปลาอยู่ในภาวะกึ่งสลบ ในแง่สมุนไพรก็มีการปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ทางยาสมุนไพรอย่างแพร่หลายในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของรัฐเบงกอล  สรรพคุณที่พอรวบรวมได้ คือส่วนของใบ เปลือกและราก นำไปใช้เป็นยาห้ามเลือดหรือรักษาบาดแผลสด และใช้แก้ท้องเสีย ส่วนของใบยังใช้เป็นยาฟอกเลือด ขับระดู  ถ้าเป็นใบอ่อนนำมาต้มดื่มแก้ปวดมวนในท้อง และแก้ภาวะขาดระดูหรือประจำเดือนไม่มา
          ใบยังใช้เป็นยาทาภายนอกแก้บาดแผลสดและฝีหนอง ทำให้ลดอาการบวมได้เป็นอย่างดี  นำมามวนสูบแก้หืดหอบ ใบแก่ใช้พอกภายนอก แก้ปวดกระเพาะอาหาร  ส่วนของรากนิยมนำมาต้มดื่ม บำรุงร่างกาย และสำหรับผู้หญิงหลังคลอดให้นำรากและใบต้มดื่มจะทำให้เจริญอาหาร  นอกจากนี้น้ำต้มจากใบและรากยังใช้อาบ รักษาโรคผิวหนัง เช่น ผิวแห้งเนื่องมาจากภูมิแพ้  โรคหิด สะเก็ดเงิน  หรือล้างแผลเปื่อยหรือเป็นหนอง รากนำไปต้มดื่มลดไข้ บำรุงตับ ล้างแผลร้อนในในปาก
          ในบางพื้นที่มีรายงานว่าผลดิบกินได้ ในกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ มีภูมิปัญญาในการใช้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้แตกต่างกันออกไป เช่น ในฟิลิปปินส์ใช้ใบมาสูบแก้อาการหอบหืด ใช้ใบสดมาพอกแก้ปวดกระเพาะ ในประเทศอินเดีย ใช้รากต้มดื่มแก้ไข้ รักษาโรคผิวหนังและรักษาแผลในปาก มาเลเซียใช้ใบต้มดื่มแก้อาการปวดท้อง ในอินโดนีเซียใช้ใบต้มดื่มแก้อาการระดูมาไม่ปกติและใช้เป็นน้ำยาล้างแผล ใช้รักษาอาการอักเสบที่ผิวหนังเนื่องมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ใบใช้ทำเป็นยาชงดื่ม เพื่อฟอกเลือด เปลือกรากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ส่วนของผลและรากใช้เป็นยาต้มแก้ลำไส้อักเสบหรือปวดแบบเฉียบพลัน และเปลือกนำมาเคี้ยวคล้ายการเคี้ยวกินแทนหมากได้
          การใช้ประโยชน์อื่นๆ ของเครือผ้าขี้ริ้วห่อทอง ได้แก่ ใช้เป็นยาไล่แมลง โดยนำส่วนของใบมาลูบ ทา ที่ผิว จะช่วยไล่เห็บ มดและยุงได้เป็นอย่างดี  ทุกส่วนเมื่อทำให้แห้งใช้เป็นเหยื่อล่อกุ้งน้ำจืดได้ แต่มีรายงานว่าผลของเครือผ้าขี้ริ้วห่อทองเป็นพิษต่อไก่
ในประเทศไทยเมื่อค้นคว้าในตำรายาพื้นบ้านอีสาน พบว่ามีการใช้เข้ายาแก้สะดวงเปื่อย (แผลที่เกิดจากริดสีดวงทวาร) โดยนำรากผ้าขี้ริ้วห่อทองมาต้มกับรากพันงูขาว ต้มดื่ม
          งานวิจัยจำนวนหนึ่งแสดงให้เห็นว่า สาระสำคัญที่สกัดได้จากส่วนของใบ คือ สารแคลลิคาร์โปน(Callicarpone) เป็นสารที่เป็นพิษต่อปลา มีความเป็นพิษพอๆ กับ โรทีโนน (rotenone) และมีความเป็นพิษมากกว่า โซเดียมเพนตะคลอโรฟีนออ๊กไซด์ (sodium pentachlorophenoxide) ถึง 10 เท่า สารสกัดจากใบต่อต้านแบคทีเรีย Bacillus sp., Escherichia coli, Serratiamarcescens, and Staphylococcus aureus.
          ถึงตรงนี้คนจำนวนมากคงสงสัยว่าในใบมีความเป็นพิษ และภูมิปัญญาดั้งเดิมนำมาใช้เบื่อปลา แล้วถ้าคนกินเข้าไปไม่เกิดพิษหรือ  ขอบอกไว้ตรงนี้ว่า ปลากินเข้าในท้อง กับคนเรากินลงไปนั้น เอ็นไซน์ย่อยของปลากับคนต่างกัน ใบเครือผ้าขี้ริ้วห่อทองเป็นพิษต่อปลา แต่คนกินเข้าไปไม่ได้เป็นพิษนะ
          ในบางท้องถิ่น เช่นในแถบจังหวัดชลบุรีเรียกต้นผ้าขี้ริ้วห่อทอง หมายถึง ต้นกะทกรก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Passiflorafoetida L. ทั้งนี้น่าจะมาจากลักษณะของผลที่มีเมื่อสุกแล้วจะมีสีเหลืองทองและมีเยื่อเป็นเส้นฝอย ๆห่อไว้ จึงเรียกว่าต้นผ้าขี้ริ้วห่อทอง ซึ่งเป็นคนละต้นกับเครือผ้าขี้ริ้วห่อทอง  ต้นกะทกรก มีสรรพคุณคือ เถา- ใบ  รสชุ่มเย็นเอียน  ช่วยขับปัสสาวะ  ขับเสมหะทรวงอก  แก้ไอ  แก้บวม  ผลสุก  รสหวานเปรี้ยว  สรรพคุณ  บำรุงปอด  แก้ปอดอักเสบ  ขับเสมหะ
          ผ้าขี้ริ้วห่อทองชนิด Callicarpa candicans (Burm. f.) Hochr. เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพทั้งในการใช้เป็นสมุนไพรและยาไล่แมลง  รวมทั้งขณะนี้มีการปลูกให้เป็นไม้ประดับ ใครที่เห็นโอกาสก็มาช่วยกันส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งได้สบาย ๆ