นักเรียนฟินใช้สมุนไพร

       

          วันนี้ไม่เหมือนเมื่อวาน การยอมรับการใช้สมุนไพรแตกต่างไปจาก 20 ปีที่แล้ว จนหลายครั้งที่ความนิยมชมชอบเกินไปจากความจริง ยิ่งโลกโซเชียลมีเดียเข้าถึงง่าย ไปไหนมาไหนก็ต่อเน็ทออนไลน์ แชร์กันสนุกสนานภายในพริบตา ทั้ง ๆ ที่ข้อมูลความรู้หลายอย่างยังเป็นเรื่องน่าสงสัย
          เมื่อไม่นานมานี้ มูลนิธิสุขภาไทยได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้นักเรียนโรงเรียงมารีย์อุปถัมภ์ ย่านอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม บอกกันตรง ๆ ว่า กิจกรรมเหล่านี้ห่างเหินไปนาน  แต่ครูที่โรงเรียนแห่งนี้สนใจด้วยทัศนคติที่ดีงาม และอยากให้นักเรียนรู้ เข้าใจ และเรียนรู้การพึ่งตนเองด้วยภูมิปัญญาสมุนไพรอย่างถูกต้อง โรงเรียนจัดเวลาทำการอบรมให้เด็กทั้งโรงเรียนทั้งวัน โดยชวนทั้งผู้รู้ ปราชญ์ชุมชนในนครปฐม และมูลนิธิฯ ไปร่วมด้วยช่วยกันให้ความรู้แก่เด็กหญิงในวัยมัธยมศึกษา 1-6  รวมกว่า 500 คน  
          ก่อนการให้ความรู้ได้ทดลองสอบถามเด็ก ๆ พบในสิ่งไม่น่าเชื่อว่า เขาตอบว่าสมุนไพรใช้ประโยชน์อย่างน้อย 4 อย่าง คือ ประโยชน์ด้านอาหาร ยา เครื่องสำอาง และใช้ไล่หรือกำจัดแมลงศัตรูพืช
          เมื่อถามต่อว่า ใครเคยใช้หรือเคยกินสมุนไพรยอดนิยม ขมิ้นชัน และฟ้าทะลายโจรบ้าง ? ยกมือกันมากมาย และตอบได้ว่ากินขมิ้นชันแก้โรคกระเพาะ แต่ มีสัก 4-5 คนเท่านั้น ที่ยกมือว่าเคยใช้และกิน โดยเฉพาะมีคนเคยลองกินสด ๆ รู้ซึ้งถึงรสขมของฟ้าทะลายโจรด้วย นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่เริ่มสนใจภูมิปัญญาสมุนไพรของเราด้วย
          มูลนิธิฯ เห็นว่าเด็กวัยนี้ย่อมสนใจความสวยความงาม จึงเปิดคลิปให้ชม ซึ่งเป็นคลิปของฝรั่งที่นำเสนอแนว DIY (Do It Yourself) เพื่อแนะนำให้เด็ก “ทำเองใช้เอง” ได้ที่บ้าน ทำง่าย ๆ แบบนี้ หาซื้อหรือบ้านใครปลูกผักสวนครัว ก็นำเอา แตงกวามาล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาไสกับอุปกรณ์เครื่องครัวที่ช่วยให้แตงกวาออกมาเป็นเส้นเล็ก ๆ ถ้าใครจะใช้เครื่องทุ่นแรง เอาแตงกวาไปปั่นก็ได้ ได้น้ำและเนื้อแตงกวาเก็บไว้ก่อน จากนั้น เอากล้วยสุก (กล้วยหอม กล้วยน้ำว้าก็ได้) สักครึ่งลูก นำมาบด แล้วผสมรวมกับน้ำแตงกวา
          จากนั้น นำเอาน้ำสมุนไพรแตงกวาและกล้วยมาเทใส่แม่พิมพ์ทั่วไปที่เราใช้แช่น้ำแข็งในตู้เย็น แล้วนำไปแช่ให้น้ำสมุนไพรแข็งเป็นก้อน พอจะใช้ก็นำเอาก้อนแตงกวาผสมกล้วยมาคลึงทาทั่วใบหน้า จะช่วยบำรุงผิวพรรณ  หรือจะเน้นทารอบดวงตาช่วยแก้ขอบตาช้ำก็ได้ แตงกวาและกล้วยเป็นสมุนไพรบำรุงผิวที่ดีมาก มีการศึกษามากพอสมควรแล้ว พบว่าแตงกวา มีสารสำคัญที่ดีต่อผิว จนขณะนี้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนานาชาติก็ใส่สารสกัดจากแตงกวากันมากมายอย่างเช่น ครีมล้างหน้า สบู่ โลชั่น ครีมบำรุงช่วยในการสมานผิว ครีมกันแดด ในแตงกวามีสาร  ธรรมชาติที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ที่ช่วยให้ผิวหนังเกิดความยืดหยุ่นด้วย คือมีกรดอะมิโนซีสทีน (Cystine) และเมไธโอนีน (Methionine) อาจบอกได้ว่า แตงกวาช่วยให้ผิวกลับมากระชับดูอ่อนวัยนั่นเอง
          สำหรับกล้วย  มีการใช้แบบเครื่องสำอางอยู่ด้วยมากมาย เช่น นำกล้วยมาทำมาส์กหน้าหรือพอกหน้า เพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าแห้ง หยาบกร้าน กล้วยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี ที่ผ่านมามีการใช้กล้วยสุกสัก 1 ลูกบดให้ละเอียด มาผสมน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าแล้วนำมามาส์กหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แต่ที่แนะนำไว้ข้างต้น เป็นแนวใหม่ที่ทำเป็นก้อนน้ำแข็ง ซึ่งความเย็นก็ช่วยเสริมสรรพคุณลดความร้อนหรืออาการแสบร้อนหรือการอักเสบของผิวหน้าได้อีกแรงด้วย
          เด็ก ๆ คงสนใจเรื่องสมุนไพรเครื่องสำอาง แต่คุณครูหรือซิสเตอร์กลับสนใจให้มูลนิธิฯ เพิ่มเติมความรู้ประโยชน์การกินกล้วย ซึ่งทุกวันนี้มีการเผลแพร่ผ่านสังคมออนไลน์มากมายแล้ว แต่ก็ได้อธิบายเด็ก ๆและคุณครูทุกคนโดยย่อว่า ให้แบ่งกล้วยออกเป็น 3 แบบ คือ กล้วยดิบ กล้วยห่าม ๆ ไม่ดิบสุก และกล้วยสุกเลย กล้วยดิบในทางยาสมุนไพรแต่ดั้งเดิม นำกล้วยดิบมาฝาน ตากแดด บดผง ผสมน้ำผึ้งปั้นเม็ด กินแก้อาการโรคกระเพาะได้ ตำรับยานี้ยังมีการใช้ในโรงพยาบาลรัฐหลายแห่งแล้ว และช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้
          สำหรับกล้วยที่ห่าม ๆ นั้น แต่โบราณใช้กินแก้อาการท้องเสียได้ เพราะความดิบมีรสฝาดหรือมีสารแทนนินที่ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ ในกล้วยยังมีโพแทสเซียมสูง ใครท้องเสียก็ได้แร่ธาตุนี้ช่วยได้ สำหรับกล้วยสุกแล้ว กินอร่อย ในทางยาสมุนไพรกลับเป็นเรื่องมหัศจรรย์ คือ กล้วยดิบแก้ท้องเสีย แต่กล้วยสุกช่วยระบาย คือ แก้ท้องผูก
          กินกล้วยจะได้รับแร่ธาตุและวิตามินมากมาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และวิตามินซี ช่วยเพิ่มพลังร่างกายและพลังสมอง ในกล้วยยังมีสารช่วยให้จิตใจสงบแก้เครียดด้วย
บอกเด็ก ๆ และคุณครูไปเช่นนี้ และอยากเห็นโรงเรียนทั่วประเทศช่วยกันนำเอาภูมิปัญญาสมุนไพรกลับมาพึ่งตนเอง ด้วยการเริ่มจากเด็กเยาวชน