ดื่มกาแฟดริปวันละถ้วยช่วยให้หัวใจแข็งแรง

                   

 

          ใครๆก็รู้ว่ากาแฟมีคาเฟอีน(caffeine) แต่ควรรู้อีกนิดว่า เมล็ดกาแฟเป็นแหล่งคาเฟอีนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด ทั่วโลกมีกาแฟกว่า 50 สายพันธุ์ แต่ที่นิยมปลูกมี 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์อราบิก้า(Coffea arabica L.) และพันธุ์โรบัสต้า (Coffearobusta L.) สายพันธุ์แรกมีแหล่งปลูกตามเทือกเขาสูงมีอากาศหนาวเย็น เช่นทางภาคเหนือสุดของไทย จุดเด่นของกาแฟอราบิก้าคือ มีกลิ่นหอม มีความเป็นกรดสูง แต่มีคาเฟอีนต่ำ   ส่วนสายพันธุ์หลังชอบอากาศอบอุ่นชื้นในพื้นที่ราบอย่างภาคใต้ของไทย
          จุดเด่นของกาแฟโรบัสตาคือ รสชาติที่เข้มข้นเหมือนคนใต้ และมีคาเฟอีนสูงเป็นสองเท่าของอราบิก้า เมล็ดกาแฟที่คั่วนานจนเป็นสีเข้มจะมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่าที่คั่วไม่นาน และกาแฟต้มหรือกาแฟจากเครื่องทำกาแฟแบบไม่ผ่านกระดาษกรองจะมีคาเฟอีนออกมามากกว่ากาแฟดริปหรือกาแฟจากเครื่องที่มีกระดาษกรองเกือบสองเท่า คาเฟอีนเป็นสารหลักในเมล็ดกาแฟที่ช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสื่อประสาทโดปามีน(dopamine) ออกมามากขึ้น ช่วยให้เกิดความรู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง และยังช่วยเพิ่มการหลั่งสารสื่อประสาทเซโรโทนิน(serotonine)ซึ่งช่วยให้เกิดอารมณ์ผ่อนคลาย กลไกในสมองที่เกิดจากการกระตุ้นของคาเฟอีนนี่เองที่ทำให้กาแฟเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรยอดนิยม
          แต่ข้อเสียของคาเฟอีนก็มีมากเช่นกัน เพราะเมื่อสมองมีการตอบสนองต่อคาเฟอีนในลักษณะดังกล่าว จะทำให้เกิด "ภาวะดื้อคาเฟอีน" (caffeine tolerance) ทำให้ต้องดื่มกาแฟในปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าหากหยุดดื่มกาแฟทันทีก็จะทำให้เกิดอาการน้องๆการลงแดงเมื่อหยุดเสพยาเสพติด คือ ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ง่วงซึม อ่อนเพลีย หรือใจสั่น ซึ่งอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้น ราว 12-24 ชั่วโมง หลังหยุดกาแฟ ดังนั้นการชงกาแฟแบบกรองจะช่วยลดปริมาณคาเฟอีนและลดผลข้างเคียงจากคาเฟอีนลงได้มาก ในเมล็ดกาแฟมิใช่มีแต่คาเฟอีนเท่านั้น ในที่นี้จะกล่าวถึงสารสำคัญอีก 2 กลุ่มคือ(1)สารคาเฟสตอล(cafestol)และคาวีออล(kahweol) และ(2)กรดคลอโรจีนิก(chlorogenic acid)หรือกรดฟีนอลิก(phenolic acid) มีข้อมูลบางสำนักที่เผยแพร่ว่าสารคาเฟสตอลและคาวีออลช่วยกำจัดสารก่อมะเร็งในตับ 
          แต่ปัจจุบันมีข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่าสารกลุ่มนี้มีผลทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงมาก จึงควรกำจัดออกไปในกรรมวิธีชงกาแฟ เนื่องจากทั้งคาเฟสตอลและคาวีออลเป็นสารที่ถูกสกัดด้วยน้ำร้อนจัด ดังนั้นการชงกาแฟแบบใช้หม้อต้มกาแฟ หรือชงแบบให้น้ำเดือดซึมผ่านผงกาแฟ หรือชงแบบเอสเปรสโซคือให้ไอน้ำอัดผ่านผงกาแฟสด สารทั้งสองจะถูกสกัดออกมาเป็นจำนวนมากคือประมาณ 6-12 มิลลิกรัมต่อถ้วย (200 มิลลิลิตรต่อผงกาแฟราว 12 กรัม) ในขณะที่กาแฟกรองจะมีสารทั้งสองสกัดออกมาเพียง 0.2-0.6 มิลลิกรัมต่อถ้วยเท่านั้น
          ในที่นี้จะกล่าวถึงกรดคลอโรจีนิกซึ่งเป็นสารสำคัญด้านบวกของกาแฟ อันที่จริงกรดคลอโรจีนิกก็คือสารประกอบฟีนอลิก(phenolic compound)นั่นเอง เป็นสารที่ทำให้กาแฟมีรสขม  ในเมล็ดกาแฟจะมีสารประกอบฟีนอลิกมากกว่าคาเฟอีนถึง 5 เท่า และกาแฟพันธุ์โรบัสตามีกรดฟีนอลิกมากกว่าพันธุ์อราบิก้า สารประกอบฟีนอลิกในกาแฟนี้เองมีคุณประโยชน์หลักอย่างน้อย 2 ประการ คือช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2  ซึ่งเป็นเบาหวานชนิดที่ร่างกายยังสร้างอินซูลินได้ แต่ไม่สามารถนำอินซูลินมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เบาหวานชนิดที่ 2 พบมากที่สุดถึง 90% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด  คุณประโยชน์นี้เป็นผลสรุปจากงานวิจัยขนาดใหญ่หลายชิ้นทำในอาสาสมัครตั้งแต่หลายหมื่นรายจนถึงหลักแสนราย ใช้เวลาศึกษานานกว่า 10 ปี พบว่าผู้ดื่มกาแฟ 1 ถ้วยต่อวันมีแนวโน้มลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟเลย
          และสารสำคัญที่มีบทบาทคือ กรดคลอโรจีนิกหรือ กรดฟีนอลิกนั่นเอง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดแดงที่หัวใจแข็งตัว มีการศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดี 10 คน โดยให้งดอาหาร-น้ำตลอดคืน หลังจากนั้นให้ดื่มกาแฟขนาด 200 มิลลิลิตร ซึ่งมีผงกาแฟเท่ากับ 12 กรัม มีการเจาะเลือดทั้งก่อนและหลังจากการดื่มกาแฟนาน 30 และ 60 นาที เพื่อตรวจดูผลของการจับระหว่างกรดฟีนอลิกในกาแฟกับไขมันชนิดเลวที่มีค่าความหนาแน่นต่ำ(Low Density Lipoprotein-LDL) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดแดงที่หัวใจแข็งตัว((Arteriosclerosis) สูญเสียความยืดหยุ่น มีไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด เกิดการตีบตัน ความดันโลหิตสูง นำไปสู่ "โรคหลอดเลือดหัวใจ" (Coronary Heart Disease) ในที่สุด เมื่อมีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจน้อยลง ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการตายของคนไทยครองแชมป์อันดับต้นๆตลอดสิบปีมาแล้ว
         สาเหตุหลักของโรคหัวใจคือ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และความดันโลหิตสูงซึ่งกาแฟเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณครอบคลุมแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ หากใช้กรรมวิธีชงกาแฟสดแบบใช้กระดาษกรอง กาแฟเป็นสมุนไพรและเครื่องดื่มยอดนิยมที่หาง่ายใกล้ตัวมาก และมีคุณมากกว่าโทษหากรู้จักวิธีชงและวิธีใช้ในปริมาณดื่มที่เหมาะสม