หน่วยวัดอารมณ์

ผู้เขียน: มูลนิธิสุขภาพไทย

ถ้าพูดเรื่อง ไอ คิว คุณคงพอทราบกันบ้างว่า เป็นเครื่องวัดความสำเร็จและความล้มเหลวของคนเรามาเป็นเวลานานแล้ว โดยถือกันว่าคนที่มีระดับไอคิวเกินร้อยจัดเป็นพวกมีสติปัญญาดี แต่หากเกิน 120 ขึ้นไปจัดเป็นอัจฉริยะในทางสติปัญญา

แต่ตอนนี้มีนักจิตวิทยาเชื่อว่า การวัดไอคิวเป็นเพียงปัจจัยเดียวในหลายปัจจัยที่จะพิสูจน์ว่าคนคนนั้นจะประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่ และนั่นคือที่มาของ เครื่องวัดอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังมาแรง เรียกกันว่า อี คิว

ไอ คิว ย่อมาจาก Intelligence Quotient

ส่วน อี คิว ย่อมาจาก Emotion Quotient หมายถึง ความสามารถที่เราจะเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้ดี รวมทั้งเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

นักจิตวิทยาเคยทดลองพาเด็กวัย 4 ขวบ จำนวนหนึ่งเข้าไปในห้องเรียน แล้วบอกว่าเด็กทุกคนจะได้กินคุกกิ้ที่วางให้ไว้ในห้องคนละชิ้นเท่านั้น แต่ถ้าใครอดใจออกไปเล่นเกมข้างนอกก่อน จะได้กินคุกกี้ 2 ชิ้น

ปรากฏว่าเด็กหลายคนหรือส่วนใหญ่เลือกกินคุกกี้ก่อนเพียงชิ้นเดียว แต่ก็มีเด็กบางคนอดใจออกไปเล่นเกมก่อนกลับเข้ามากินคุกกี้ 2 ชิ้น หลายปีต่อมา เมื่อเด็กกลุ่มนี้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย พบว่า เด็กที่กินคุกกี้ได้ 2 ชิ้น จะปรับตัวได้ดีกว่า มีความอดกลั้น ใจเย็น และเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนขณะ ที่พวกเลือกกินคุกกี้เพียงชิ้นเดียว จะดื้อรั้นและขาดความอดทน รวมทั้งเพื่อนฝูงน้อย

จากการทดลองนี้ ทำให้เชื่อว่า คนที่มีไอคิวสูงอาจจะเป็นคนฉลาดแต่หากมีอีคิวต่ำ ก็ไม่แน่นักว่า จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้

ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เคยมีการสำรวจพบว่ามีผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจชนิดดาวรุ่งพุ่งแรง เป็นกลุ่มที่มีไอคิวสูง เป็นคนฉลาดทำงานเก่ง แต่ไม่นาน ความสำเร็จก็จางไป หลายคนล้มเหลวไม่เป็นท่าในเชิงธุรกิจ รวมทั้งประสบปัญหากับเพื่อนร่วมงาน นั่นเพราะว่าพวกนี้มี อีคิวต่ำนั่นเอง

หมายเหตุ เก็บความจากหนังสือสารคดี (โลกใบเล็ก)





©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003