หนีไปพ้นจากความซ้ำซาก(1)
ผู้เขียน:
พระไพศาล วิสาโล
ทั้ง ๆที่วันปีใหม่ยังมาไม่ถึง แต่เพียงแค่นึกถึงวันนั้นเท่านั้นหลายคนก็รู้สึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาทันที
ยิ่งวันกระเถิบใกล้เข้ามาความยินดีปรีดาก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นจนใกล้จะลิงโลด
ความร่าเริงบังเกิดขึ้นมาเองแทบจะเป็นอัตโนมัติเมื่อปฏิทินบอกเราว่าวันสิ้นปีมาถึงแล้ว
เทศกาลปีใหม่หมายถึงโอกาสที่เราจะได้หยุดงาน
สำหรับหลายคนนี้เป็นช่วงเวลาที่จะได้ไปเที่ยวกับครอบครัวและมิตรสหาย
ชื่นชมธรรมชาติ สัมผัสกับดอยสูงม่านหมอก แต่บางคนแม้จะไม่ได้ไปเที่ยวไหนในวันนั้น
กระนั้นก็ยังอดตื่นเต้นยินดีมิได้
ที่จริงเราไม่ได้ตื่นเต้นยินดีเฉพาะวันปีใหม่เท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นวันนักขัตฤกษ์ เช่น วันตรุษจีน วันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา
หรือแม้แต่วันคริสต์มาส รวมถึงวันพิเศษเฉพาะตัว เช่นวันเกิดของเพื่อนสนิท
วันแต่งงานของมิตรสหาย ก็ล้วนมีมนต์สะกดให้เราครึ้มอกครึ้มใจได้ไม่น้อยกว่ากัน
วันเหล่านี้แม้จะต่างกันทั้งในด้านภูมิหลังและพิธีการ แต่เสน่ห์ที่มีเหมือนกันประการหนึ่งคือ
วันเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่พิเศษไปจากวันอื่น ๆ เป็นโอกาสที่เราจะได้กระทำหรือสัมผัสสิ่งใหม่
ๆ ที่ไม่เหมือนกับวันก่อน ๆ พูดง่าย ๆ คือเป็นโอกาสที่เราจะได้หลุดพ้นจากความซ้ำซากจำเจในชีวิต
ในบรรดาสิ่งที่คนสมัยนี้ไม่อยากข้องเกี่ยวด้วยเลยนั้น ความซ้ำซากจำเจเห็นจะติดอันดับต้น
ๆ เราไม่สามารถทนอยู่กับอะไรได้นาน ๆ สิ่งใดก็ตามที่เราต้องไปเกี่ยวข้องซ้ำ
ๆ กัน จะรู้สึกเบื่อขึ้นมาในเวลารวดเร็วด้วยเหตุนี้เสื้อผ้าชุดใหม่
เทปเพลงม้วนใหม่ อาหารรสใหม่ เครื่องเสียงชุดใหม่ คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่
และรถคันใหม่ จึงเปลี่ยนหน้ากันเข้ามาในชีวิตของเราตลอดเวลา
แม้กระทั่งคู่ครอง เราก็อาจรู้สึกจำเจได้ในเวลาไม่นาน
เป็นเพราะเรารู้สึกจำเจกับชีวิต วันนักขัตฤกษ์และเทศกาลงานพิธีต่าง
ๆ จึงมีความสำคัญต่อเราด้วยเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสกับสิ่งใหม่
ๆ ได้หยุดงานอันแสนจำเจไปเที่ยวเตร่ตามสถานที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ
เปลี่ยนที่นอน เปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนรสชาดอาหาร วันปีใหม่ถือว่าเป็นสุดยอดของวันนักขัตฤกษ์เพราะชีวิตจะได้พานพบสิ่งใหม่
ๆ มากมาย นอกจากจะได้เข้าสู่ศักราชไม่แล้ว ยังได้สิ่งใหม่ ๆ
ที่มิตรสหายและ
บริษัทบริวารมอบให้เป็นของขวัญ ได้เปลี่ยนปฏิทินใหม่ ได้เปลี่ยนสมุดบันทึกใหม่
ได้เห็นสีสรรบรรยา-กาศใหม่ ๆ ของผู้คนโดยรอบ ฯลฯ
แต่วันปีใหม่นั้นปีหนึ่งมีเพียงครั้งเดียว เช่นเดียวกับวันตรุษจีน
วันสงกรานต์ วันลอยกระทง แม้เราจะเพลิดเพลินกับวันนักขัตฤกษ์เหล่านี้เพียงใด
เมื่อวันนั้นผ่านไปเราก็ต้องกลับคืนสู่วิถีชีวิตปกติธรรมดา ต้องตื่นแต่เช้าฟันฝ่าจราจรไปทำงาน
ณ ที่เดิม พบเพื่อนร่วมงานคนเดิม ๆ เจอปัญหาเดิม ๆ และกลับมาเจอคนหน้าเดิม
นี่คือชีวิตจริงที่เราต้องประสบวันแล้ววันเล่า
ชีวิตที่ธรรมดาเช่นนี้อาจทำให้เราชะเง้อหาวันหยุดและวันพิเศษที่จะนำสิ่งใหม่มาให้แก่ชีวิต
แต่ถ้าเรายิ่งหวนหาวันพิเศษมากเท่าไร เราก็ยิ่งจะรู้สึกซังกะตายกับวันธรรมดามากเท่านั้น
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา นี่คือความเป็นจริงของชีวิต เป็นเพราะคนส่วนใหญ่ทำใจยอมรับความเป็นจริงเช่นนี้ไม่ได้
เมื่อถึงวันที่ 2 มกราคม จึงรู้สึกหงอยเหงา ด้วยอาลัยในความสนุกสนานรื่นเริงที่ผ่านไป
แล้วเราก็ตั้งหน้าตั้งตาคอยวันตรุษจีน เพื่อชีวิตจะได้มีอะไรแปลก
ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาอีก แต่ขณะที่รอนั้นเอง เราก็ต้องจำฝืนทนอยู่กับสิ่งเดิม
ๆ ในวันธรรมดา เรายอมทุกข์เกือบเดือนเพื่อจะได้มีชีวิตชีวาสักวันสองวัน
แล้วก็ต้องกลับมาซังกะตายเหมือนเดิม ถ้าเป็นวัยรุ่น ก็คงทุกข์ไม่นานเพราะวันวาเลนไทน์ใกล้เข้ามาแล้ว
แต่ถ้าทำงานเป็นหลักแหล่ง มีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐานแล้ว เห็นจะต้องรอเป็นเดือน
ๆ กว่าวันสงกรานต์จะมาถึง
...
อ่านต่อ...
...หน้าแรก...
|