รักตนเอง(ต่อ)

ผู้เขียน: มูลนิธิสุขภาพไทย

ถึงที่สุดแล้ว เจ้าตัวร้ายเหล่านี้สมควรที่จะได้รับความรักจากเรา เช่นเดียวกับที่เรารักส่วนที่ดีในตัว ความเห็นแก่ตัว เจ้าอารมณ์ ขี้อิจฉา อยากดังอยากเด่น ได้ชื่อว่าเจ้าตัวร้าย ส่วนหนึ่งก็เพราะมันยังไม่โต จึงเกเรไม่เลิกเสียที ลูกนั้นถึงจะร้ายและซนอย่างไร แม่ย่อมรัก แต่ความรักของแม่นั้นไม่ได้หมายถึงการปรนเปรอ หรือปล่อยให้เด็กอาละวาดตามใจตัวอยู่ร่ำไป หากแม่รักลูกเป็นก็ย่อมชี้แนะสั่งสอนและหาอุบาย เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นคนดีและมีวุฒิภาวะ ฉันใดก็ฉันนั้น เจ้าตัวร้ายก็สมควรที่จะ ได้รับการปฏิบัติอย่างเดียวกันจากเรา นั่นคือได้รับความรักที่ถูกต้อง ไม่ใช่ความรักที่พะเน้าพะนอจนเหลิง แต่เป็นความรักที่ช่วยกล่อมเกลาให้เติบ โตและมี "วุฒิภาวะ" กล่าวคือตระหนักว่า นิสัยเกเร เห็นแก่ตัว หรือเจ้าอารมณ์นั้นมีคุณน้อย แต่มีโทษมาก วุฒิภาวะส่วนหนึ่งยังเกิดจากความสุข เจ้าตัวร้ายทำตัวเกะเกเรก็เพราะขาดความสุข เราจึงสมควรให้ความสุขแก่มันมากๆ ความรักนั้นเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่สำคัญ

ด้วยเหตุนี้เราจึงควรรักตนเอง และแผ่เมตตาให้ตนเองมากๆ เวลาใดก็ตามที่มีความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้นในใจ แทนที่จะเก็บกดหรือผลักไสมัน เพียงแต่รู้เท่าทันมัน และเฉยๆ เสีย ไม่ยอมคล้อยตามมันเท่านั้นก็มีอานิสงส์มากแล้ว และแทนที่จะรังเกียจหรือดุด่าว่ากล่าวตนเอง จะไม่ดีกว่าหรือหากเราหันมา ให้กำลังใจตนเองเพื่อจะได้ไม่ใจอ่อนยอมตามคำเว้าวอนออเซาะ หรือพ่ายแพ้ต่อการกระแทกกระทั้นของเจ้าตัวร้ายเหล่านั้น

น่าเสียดายที่เดี๋ยวนี้ผู้คนหากไม่เกลียดตนเอง ก็กลับกลายเป็นว่ารักตนเองไม่เป็น คนเป็นอันมากเกลียดตนเองจนสิ้นเรี่ยวแรงที่จะทำสิ่งดีงาม ที่ร้ายกว่านั้นก็ถึงกับลงโทษตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย อีกมากหลายแม้จะบอกว่ารักตนเอง แต่น่าแปลกที่กลับไม่อยากอยู่กับตนเอง เวลาอยู่คนเดียวจะทุรนทุราย ต้องหาเรื่องออกไปหมกมุ่นเพลิดเพลินกับสิ่งนอกตัว เวียนเข้าเวียนออกตามศูนย์การค้า เหม่อมองโทรทัศน์เช้าจรดค่ำ ร้องรำทำเพลงอย่างน่าเวียนหัว เที่ยวเตร่จนลืมตัว เมาหัวราน้ำ อากัปกิริยาเหล่านี้หากไม่ใช่การหนีตัวเองแล้วจะเรียกว่าอะไร?

จริงอยู่เริ่มแรกอาจคิดว่าการทำเช่นนั้นเป็นการ รักตัวเอง เพราะชีวิตก็ต้องการความสุขกันทั้งนั้น ความสุขจากการเสพแบบนั้นเป็นความสุขที่แท้จริงหรือไม่ เป็นประเด็นที่อาจโต้เถียงกันได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ การเสพสุขแบบนั้นมีแต่ จะทำให้เราเหินห่างจากตนเอง เพราะเป็นการหมกมุ่นกับสิ่งนอกตัว จิตใจคอยจู่จับรับรู้กับสัมผัสภายนอกฝ่ายเดียว เมื่อเหินห่างจากตนเองบ่อยเข้า ในที่สุดก็จะแปลกแยกกับตนเองอยู่คนเดียวแล้วก็ไม่มีความสุข ถึงวันหยุดวันอาทิตย์ก็ต้องหาเหตุออก นอกบ้านจนหมดวัน กลับถึงบ้านแล้ว หากไม่ดูโทรทัศน์หรือวีดีโอฆ่าเวลาจนม่อยหลับไป ก็ต้องหาเรื่องคุยโทรศัพท์กับใครต่อใครจนดึกดื่น แต่แล้วไม่นานก็พบว่า ไม่ว่าจะทำอะไร ความสุขก็มาเพียงชั่วครู่ชั่วยามแล้วก็หายวับไป เหลือบางสิ่งบางอย่างค้างคาในใจ เดี๋ยวก็รู้สึกหดหู่ หม่นหมอง เดี๋ยวก็หงอยเหงา ซึมเศร้า คับข้องใจ โดยหาต้นตอไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่พยายามแสวงหาและตักตวงเท่าไรก็ไม่ถูกใจหรือรู้สึกเต็มอิ่มสักที เที่ยวพาลคนอื่นไปทั่ว ไปๆ มาๆ ก็พาลเกลียดตนเอง แล้วก็เลยยิ่งอยากหนีห่างจากตัวเองมากขึ้น เที่ยวเตร่หนักขึ้น เสพสิ่งกล่อมประสาทหนักขึ้น ชีวิตเช่นนี้จะลงเอยอย่างไรก็ไม่ยากที่จะเดา

รักตัวเองไม่เป็นย่อมทำให้เกลียดตนเอง เกลียดตนเองแบบแรกเป็นเพราะเห็น ว่าตนเองไม่ดีอย่างที่อยากจะเป็น เกลียดแบบหลังเป็นเพราะไม่รู้ว่าจะรักมัน ไปทำไมในเมื่อชีวิตมีแต่ความทุกข์ ความหงุดหงิด คับแค้นใจ ไม่ว่าจะเกลียดตัวเองแบบใดก็ตาม ก็ล้วนเป็นสภาวะที่ขาดสันติกับตัวเอง ดังนั้นเราจึงควรเริ่มต้นสร้างสันติกับตัวเอง อะไรเล่าที่จะสร้างสันติได้วิเศษไปกว่าความรักและความเมตตา เราจึงควรรักควรเมตตากับตัวเอง รักและเมตตาทุกส่วนของเรา ไม่ว่าจะเป็นเสือ สิงห์ หรือกระต่าย กวาง ไม่ว่าจะเป็นขยะหรือดอกไม้ เห็นมันทีไร ก็อย่าได้ผลักไสหรือรังเกียจ ยอมรับมันตามที่เป็นจริง ถ้าเห็นว่ามันเป็นโทษ ก็เพียงแต่คอยดูแล อย่าให้มันมาชักจูงวาจาหรือ อากัปกิริยาของเราให้เป็นไปตามอำนาจของมัน หัดใจแข็งกับมันบ้าง (โดยยังมีเมตตาอย่างเต็มเปี่ยม เหมืนแม่ที่ต้องหัดใจแข็งกับลูกน้อย) ขณะเดียวกันก็พยายามแสวงหาความสุขที่ประณีตแก่ตนเอง ทดแทนความสุขแบบหยาบๆ ที่เคยเสพติด ความสุขอันประณีตหรือความสุขใจนั้น ทำให้ชีวิตเต็มอิ่มเปรียบเหมือนมนตราที่สะกดเสือ สิงห์ ให้เชื่องลงและมาเป็นเพื่อนกับกระต่ายและกวาง เปรียบเหมือนสารย่อยสลายขยะให้เปลี่ยนเป็นดอกไม้อันงดงาม

ถ้าเพ็ญรักตัวเองให้มากขึ้น และหัดหัวเราะเยาะ เจ้าตัวร้ายเวลามันมาอาละวาดเสียบ้าง เธอคงจะมีความสุขกว่านี้มาก

 






©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003