คำถามสามวันสุดท้าย(2)

ผู้เขียน: พระไพศาล วิสาโล

น่าคิดว่าชีวิตของเราวุ่นขนาดนั้นเชียวหรือ? ใครก็ตามที่ตัดสินใจเลือกจะทำอะไรในช่วง ๓ วันสุดท้ายของชีวิต สิ่งนั้นจะต้องสำคัญมาก ๆ ต่อตัวเขา ยิ่งตัดให้เหลือเพียงแค่ ๒-๓ อย่าง มันก็ยิ่งสำคัญเหลือจะกล่าว ถ้าเช่นนั้น เป็นไปได้อย่างไรว่า เราไม่มีเวลาให้กับสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเราเลย ?

เราเคยลองเทียบเคียงหรือไม่ว่า สิ่งที่เราอยากทำในช่วง ๓ วันสุดท้าย กับสิ่งที่เรากำลังทำอย่าง
วุ่นวายอยู่ในเวลานี้ อะไรสำคัญกว่ากัน หลายคนพบว่า "งาน"อย่างแรกนั้นสำคัญกว่า"งาน"อย่างหลังมากจนบางทีเทียบกันไม่ได้ คำถามก็คือ อะไรทำให้เราละเลย"งาน"อย่างหลังไป คำตอบที่มักจะได้ก็คือ งานอย่างหลังนั้น"เร่งด่วน"กว่า หาไม่ก็เพราะถูกปัจจัยภายในและภายนอกพัดพาไป

ในชีวิตของเรานั้น มีงานหรือกิจกรรมอยู่ ๔ ประเภทใหญ่ ๆ
ประเภทแรกคืองานด่วนและสำคัญ
ประเภทที่ ๒ งานด่วนและไม่สำคัญ
ประเภทที่ ๓ งานไม่ด่วนและไม่สำคัญ
และประเภทสุดท้าย งานไม่ด่วนแต่สำคัญ

คนจำนวนไม่น้อยวัน ๆ หมดไปกับงานประเภทแรก และก็มีมากทีเดียวที่สิ้นเปลืองเวลาไปกับงานประเภทที่ ๒ และ ๓ คน ๒ กลุ่มที่ว่าแม้จะมีบุคลิก นิสัยและจุดมุ่งหมายในชีวิตต่างกัน แต่ก็เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ชีวิตไม่มีเวลาให้กับงานประเภทที่ ๔ งานไม่ด่วนแต่สำคัญ

งานด่วนและสำคัญ หมายถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น เพื่อนร่วมงานขัดแย้งกัน ต้องเข้าไปไกล่เกลี่ย เส้นตายกำลังจะมาถึง ต้องรีบปั่นงานให้ทัน สุขภาพทรุดโทรมจนล้มป่วย ต้องพักงานไปหาหมอ คอมพิวเตอร์เกิดเสียต้องเอาไปซ่อม มิเช่นนั้นทำงานต่อไม่ได้ รวมไปถึงการทำงานเลี้ยงตัวและครอบครัว

งานด่วนและไม่สำคัญ เช่น ต้องรีบเลิกงานเพื่อไปดูฟุตบอลโลกให้ทัน รีบไปซื้อของราคาถูกก่อนหมดเขต ค่ำนี้ต้องไปงานเลี้ยงรุ่นประจำปี

งานไม่ด่วนและไม่สำคัญ เช่น โทรศัพท์คุยเล่นกับเพื่อน ดูโทรทัศน์คลายเครียด ตอบจดหมายเพื่อนที่เพิ่งมาถึงเมื่อวาน

งานไม่ด่วนแต่สำคัญ เช่น การออกกำลังกาย การอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ การวางแผนงาน แต่เนิ่น ๆ การให้เวลากับครอบครัว การฝึกสมาธิภาวนา

ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน คำว่า"สำคัญ"ในที่นี้หมายถึงความสำคัญต่อชีวิต โดยมุ่งคุณค่าแท้ ยิ่งกว่าคุณค่าเทียม สำหรับสาวรุ่น การได้เป็นเจ้าของกระเป๋าหลุยส์วิตตองนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเธอ แต่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิต

ลองพิจารณาดูอาจจะพบว่า งานประเภทสุดท้ายนั้นมักจะถูกละเลยไป ทั้ง ๆ ที่สำคัญ แต่เนื่องจาก "ไม่ด่วน" ก็เลยถูกผลัดไปวันพรุ่งนี้ ครั้นวันพรุ่งนี้มาถึง ก็มีงานด่วน (ทั้งสำคัญและไม่สำคัญ)โผล่เข้ามาจึงต้องผลัดไปวันมะรืน โดยลืมไปว่าวันมะรืน มีนัดกับรายการชิงชนะเลิศฟุตบอลพรีเมียร์ลีกหน้าจอโทรทัศน์เป็นอันต้องเลื่อนต่อไปอีก เป็นเช่นนี้วันแล้ววันเล่า จนลืมไปก็มี มานึกขึ้นได้ก็ตอนมันกลายมาเป็นปัญหาที่ต้องรีบสะสาง เช่นล้มป่วยเพราะไม่ยอมออกกำลังกายสักที หรือไม่ลูกก็ติดคุกข้อหาเสพยาบ้าไปแล้ว เพราะพ่อไม่มีเวลาให้ลูกเลย

อะไรต่ออะไรที่เราอยากทำช่วง ๓ วันสุดท้ายก่อนโลกแตก มักอยู่ในงานประเภทที่ ๔ นี้แหละ งานประเภทนี้แหละที่ใคร ๆ มักจะนึกถึงในยามท้าย ๆ ของชีวิต เช่น เป็นโรคหัวใจแล้วถึงค่อยนึกเสียดายที่ไม่ยอมวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเป็นหนุ่มเป็นสาว เป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้วจึงค่อยนึกถึงการทำสมาธิภาวนา แต่บ่อยครั้งแม้ยังไม่ทันแก่ แต่ก็สายไปแล้ว ผู้เป็นลูกบ่อยครั้งมานั่งเสียใจที่ไม่มีเวลาอยู่ใกล้ชิดพ่อแม่ยามท่านมีชีวิตอยู่ เนื่องจากเอาแต่ทำมาหากิน จนช่วงเวลาอันสำคัญได้ผ่านเลยไปไม่หวนกลับ

... อ่านต่อ...

 ...หน้าแรก...




©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003