ในชีวิตของเรานั้น มีงานหรือกิจกรรมอยู่ ๔ ประเภทใหญ่ ๆ
ประเภทแรกคืองานด่วนและสำคัญ
ประเภทที่ ๒ งานด่วนและไม่สำคัญ
ประเภทที่ ๓ งานไม่ด่วนและไม่สำคัญ
และประเภทสุดท้าย งานไม่ด่วนแต่สำคัญ
คนจำนวนไม่น้อยวัน ๆ หมดไปกับงานประเภทแรก และก็มีมากทีเดียวที่สิ้นเปลืองเวลาไปกับงานประเภทที่
๒ และ ๓ คน ๒ กลุ่มที่ว่าแม้จะมีบุคลิก นิสัยและจุดมุ่งหมายในชีวิตต่างกัน
แต่ก็เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ชีวิตไม่มีเวลาให้กับงานประเภทที่
๔ งานไม่ด่วนแต่สำคัญ
งานด่วนและสำคัญ หมายถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น เพื่อนร่วมงานขัดแย้งกัน
ต้องเข้าไปไกล่เกลี่ย เส้นตายกำลังจะมาถึง ต้องรีบปั่นงานให้ทัน
สุขภาพทรุดโทรมจนล้มป่วย ต้องพักงานไปหาหมอ คอมพิวเตอร์เกิดเสียต้องเอาไปซ่อม
มิเช่นนั้นทำงานต่อไม่ได้ รวมไปถึงการทำงานเลี้ยงตัวและครอบครัว
งานด่วนและไม่สำคัญ เช่น ต้องรีบเลิกงานเพื่อไปดูฟุตบอลโลกให้ทัน
รีบไปซื้อของราคาถูกก่อนหมดเขต ค่ำนี้ต้องไปงานเลี้ยงรุ่นประจำปี
งานไม่ด่วนและไม่สำคัญ เช่น โทรศัพท์คุยเล่นกับเพื่อน
ดูโทรทัศน์คลายเครียด ตอบจดหมายเพื่อนที่เพิ่งมาถึงเมื่อวาน
งานไม่ด่วนแต่สำคัญ เช่น การออกกำลังกาย การอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้
การวางแผนงาน แต่เนิ่น ๆ การให้เวลากับครอบครัว การฝึกสมาธิภาวนา
ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน คำว่า"สำคัญ"ในที่นี้หมายถึงความสำคัญต่อชีวิต
โดยมุ่งคุณค่าแท้ ยิ่งกว่าคุณค่าเทียม สำหรับสาวรุ่น การได้เป็นเจ้าของกระเป๋าหลุยส์วิตตองนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเธอ
แต่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิต
ลองพิจารณาดูอาจจะพบว่า งานประเภทสุดท้ายนั้นมักจะถูกละเลยไป
ทั้ง ๆ ที่สำคัญ แต่เนื่องจาก "ไม่ด่วน" ก็เลยถูกผลัดไปวันพรุ่งนี้
ครั้นวันพรุ่งนี้มาถึง ก็มีงานด่วน (ทั้งสำคัญและไม่สำคัญ)โผล่เข้ามาจึงต้องผลัดไปวันมะรืน
โดยลืมไปว่าวันมะรืน มีนัดกับรายการชิงชนะเลิศฟุตบอลพรีเมียร์ลีกหน้าจอโทรทัศน์เป็นอันต้องเลื่อนต่อไปอีก
เป็นเช่นนี้วันแล้ววันเล่า จนลืมไปก็มี มานึกขึ้นได้ก็ตอนมันกลายมาเป็นปัญหาที่ต้องรีบสะสาง
เช่นล้มป่วยเพราะไม่ยอมออกกำลังกายสักที หรือไม่ลูกก็ติดคุกข้อหาเสพยาบ้าไปแล้ว
เพราะพ่อไม่มีเวลาให้ลูกเลย
อะไรต่ออะไรที่เราอยากทำช่วง ๓ วันสุดท้ายก่อนโลกแตก มักอยู่ในงานประเภทที่
๔ นี้แหละ งานประเภทนี้แหละที่ใคร ๆ มักจะนึกถึงในยามท้าย ๆ
ของชีวิต เช่น เป็นโรคหัวใจแล้วถึงค่อยนึกเสียดายที่ไม่ยอมวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเป็นหนุ่มเป็นสาว
เป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้วจึงค่อยนึกถึงการทำสมาธิภาวนา แต่บ่อยครั้งแม้ยังไม่ทันแก่
แต่ก็สายไปแล้ว ผู้เป็นลูกบ่อยครั้งมานั่งเสียใจที่ไม่มีเวลาอยู่ใกล้ชิดพ่อแม่ยามท่านมีชีวิตอยู่
เนื่องจากเอาแต่ทำมาหากิน จนช่วงเวลาอันสำคัญได้ผ่านเลยไปไม่หวนกลับ