เท่าทันความดี

ผู้เขียน: พระไพศาล วิสาโล

ใครๆ ก็อยากเป็นคนโอบอ้อมอารี มีจิตใจมั่นคงหนักแน่นสุภาพอ่อนน้อม เสียเสละเพื่อผู้อื่น ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่า ลักษณะเหล่านี้เป็นคุณสมบัติของคนดี เป็นคุณธรรมที่ควรมีประจำจิต แต่คุณธรรมและความดีนั้น ถ้าเราไม่รู้เท่าทัน ก็อาจโดนขบกัดได้ง่ายๆ

ถ้ายังสงสัย ลองฟังนิทานสองเรื่องนี้ดู
อาจารย์ผู้หนึ่งเป็นที่เลื่องลือว่าสำเร็จธรรมขั้นสูงจอตใจไม่หวั่นไหวกับอะไรง่ายๆ คราวหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา ลูกศิษย์ทั่วทั้งสำนักแตกตื่น แต่ท่านกลับสงบนิ่ง ยังความประทับใจแก่ลูกศิษย์เป็นอันมาก หลายวันต่อมา เมื่อสานุศิษย์ถามอาจารย์ว่า จิตใจที่มั่นคงหนักแน่นหมายถึงอะไร อาจารย์ก็อ้างท่านเป็นตัวอย่างด้วยความภาคภูมิใจว่า "ท่านเห็นหรือไม่ว่า ขณะที่ทุกคนกำลังวิ่งแตกตื่นยามเกิดแผ่นดินไหว เรากลับนั่งเฉยและจิบน้ำชาอย่างสงบ พวกท่านเห็นมือของเราสั่นขณะถือแก้วหรือไม่?"
"ไม่ครับ" ศิษย์ผู้หนึ่งตอบ และกล่าวต่อไปว่า
"แต่อาจารย์ไม่ได้ดื่มน้ำชานะครับ อาจารย์ดื่มซีอิ๊วต่างหาก"

เรื่องที่สองก็เกี่ยวกับอาจารย์อีกเหมือนกัน แต่เป็นคนละสำนัก
คราวหนึ่ง ท่าได้ออกธุดงค์กับลูกศิษย์ เมื่อถึงกลางป่าก็เจอช้างตกมันวิ่งเข้าหา ทั้งอาจารย์ทั้งศิษย์วิ่งหนีคนละทิศละทาง หลายปีต่อมา ขณะที่อาจารย์ป่วยหนักนอนแอบอยู่ ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปได้นานอีกเท่าใด ลูกศิษย์ตัดใจรวบรวมความกล้า ถามปัญหาที่ติดค้างในใจมานานว่า "อาจารย์ตกใจด้วยหรือเมื่อเจอช้างป่า?"
"ไม่หรอก" อาจารย์ตอบ
"ถ้าเช่นนั้นทำไมอาจารย์ถึงวิ่งหนีพร้อมกับเราล่ะครับ?"
"เราคิดว่า การหนีช้างป่านั้นดีกว่าการอยู่กับความลำพองใจเป็นไหนๆ" อาจารย์ตอบ

การไม่หวั่นไหวต่อภยันตรายนั้นเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเลือกได้ระหว่างอาจารย์สองคนนี้ ท่านอยากเป็นคนไหน? ใครที่เข้าถึงคุณธรรมมากกว่ากัน?

คุณธรรมและความตั้งมั่นแห่งจิตนั้นย่อมนำความสุขมาให้แต่ขณะเดียวกัน ความลำพองใจว่าตนนั้นเลิศประเสริฐกว่าผู้อื่น ก็มักหาโอกาสเล็ดลอดตามมาด้วย ถ้าไม่ระวังมันก็เข้ามาครองใจได้ง่ายๆ ความดีความสามารถในทางจิตใจนั้นมักเป็นหลุมพรางให้เราหลงติดกับดักของกิเลสอีกชนิดหนึ่ง ที่ละเอียดและแนบเนียนยิ่งกว่าความโลภและความโกรธ นั่นคือความถือตัวหลงตัว ซึ่งพระเรียกว่า มานะ ไม่มีมานะอะไรที่จะน่ากลัวและน่ารำคาญมากกว่า ความสำคัญตนว่าเป็นคนดี มีคุณธรรม

เมื่อใดที่เราสำคัญว่าตนเป็นคนดี คนอื่นก็ดูด้อยกว่าเราไปหมด (ยกเว้นคนที่ทำได้ดีกว่าเรา) ถ้าไม่เหม็นเบื่อคนอื่น ก็มักจะเป็นอาการสงสาร อยากจะสอนอยากจะชี้แนะอยู่ร่ำไป ขณะเดียวกันจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ก็มักจะหาโอกาสแสดงตนให้ผู้อื่นเห็นความดีความสามารถของเราอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 





©Copyright Thai Holistic Health Foundation. All Rights Reserved.2002-2003