ภูมิปัญญาท้องถิ่นการแพทย์แผนไทย
ทำความรู้จัก
แผนงานพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพเพื่อการพึ่งตนเองของชุมชน
มูลนิธิสุขภาพไทย
พ.ศ.2546 องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรภาครัฐ และองค์กรชุมชนรวมตัวกันในนาม "เครือข่ายสุขภาพวิถีไท" ประกอบด้วยเครือข่ายหมอพื้นบ้าน ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ มีหมอพื้นบ้านกว่า 500 คน ครอบคลุมกว่า35 จังหวัด (ชุมชน) มีเป้าหมายร่วมกัน คือการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพของชุมชน การรวบรวมและสืบทอดการแพทย์พื้นบ้าน การอนุรักษ์ป่าชุมชน
เมื่อปี 2547-2548 เครือข่ายสุขภาพวิถีไทได้ร่วมกันพัฒนาโครงการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สสส.ภายใต้โครงการพัฒนาชุดโครงการภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพเพื่อสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน โดยประกอบด้วยภาคีเครือข่ายหมอพื้นบ้านภาคเหนือ เครือข่ายหมอพื้นบ้านลุ่มน้ำภาคใต้ และเครือข่ายหมอพื้นบ้านภาคอีสาน ในการทำงานมีเป้าหมายที่ชุมชนพึ่งตนเองด้านการเสริมสร้างสุภาพ โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรและทุนทางสังคมในชุมชนเป็นหลัก ซึ่งในองค์ประกอบดังกล่าวประกอบไปด้วย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชน และหมอพื้นบ้านผู้รู้ ที่มีทิศทางการพัฒนาแบบองค์รวม แบบครบวงจรในการสร้างเสริมดุลภาพ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชนไม่ละเลยศักยภาพ ทรัพยากร และทุนทางสังคมที่มีอยู่และทำให้เกิดการวางรากฐานการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกๆด้านให้กับชุมชนท้องถิ่นทั้งระยะสั้นและระยะยาว
จากความเป็นมาและสถานการณ์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพมีคุณค่าและบทบาทสำคัญในการสร้างสุขภาพภาวะของสังคมไทย ทำให้สังคมไทยอยู่เย็นเป็นสุขและพึ่งตนเอง การฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ เป็นการฟื้นฟูด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตให้กลับมาสุ่วิถีไท อันเป็นวิถีแห่งเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางด้านเศรษฐกิจ สังคม อันมีผลกระทบต่อวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน รวมทั้งกระแสบริโภคนิยมในด้านการแพทย์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพกำลังถูกท้าทายถึงความสามารถในการอยู่รอด ปรับตัว และพัฒนา มูลนิธิสุขภาพไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก เครือข่ายหมอพื้นบ้าน 4 ภูมิภาค และเครือข่ายองค์กรต่างๆ จึงได้ร่วมกันจัดทำแผนงานพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพเพื่อการพึ่งตนเองของชุมชนขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง เห็นคุณค่าของภูมิปัญญา และใช้ในการดูแลสุขภาพของชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
แนะนำภารกิจของแผนงานฯ
ปัจจุบัน สังคมไทยทุกภูมิภาคยังคงมีการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ และมีหมอพื้นบ้านกระจายตัวอยู่ทุกภาค หมอพื้นบ้านมีบทบาทในการดูแลโรคทางกาย โรคทางจิตและจิตวิญญาณ เพื่อความสมดุลและอยู่เย็นเป็นสุขของสมาชิกชุมชน โดยการใช้ยาสมุนไพร การนวด การใช้เฝือกไม้ การเสี่ยงทาย การดูดวงชะตา และพิธีกรรม หมอพื้นบ้านมีประสบการณ์และความสามารถแตกต่างกัน ประชาชนในชุมชนยังคงใช้ประโยชน์จากการแพทย์พื้นบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมอพื้นบ้านที่มีประสบการณ์และคุณธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ประกอบด้วย การแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine) และการแพทย์พื้นบ้าน (Indigenous Medicine) แผนงานนี้จะมุ่งเน้นการเรียนรู้และพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพกันเองของชุมชนดั้งเดิมจนกลายเป็นวิถีชีวิต และสัมพันธ์กับความเชื่อ วัฒนธรรม พิธีกรรม และทรัพยากรของท้องถิ่นครอบคลุมทั้งการแพทย์พื้นบ้านที่มีหมอพื้นบ้านช่วยเหลือดูแลสุขภาพชาวบ้าน และประชาชนในชุมชนที่อาศัยภูมิปัญญาและประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพตนเอง ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพมีคุณค่าและบทบาทสำคัญในการสร้างสุขภาพภาวะของสังคมไทย ทำให้สังคม ไทยอยู่เย็นเป็นสุขและพึ่งตนเอง การฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ เป็นการฟื้นฟูด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตให้กลับมาสู่วิถีไท การจัดทำแผนงาน พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพเพื่อการพึ่งตนเองของชุมชนขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง เห็นคุณค่าของภูมิปัญญา และใช้ในการดูแลสุขภาพของชุมชนอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์
1.เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพชุมชนบนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ
2.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ เพื่อการดูแลสุขภาพของชุมชน
3.เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ
4.เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาฐานทรัพยากรชุมชนอย่างยั่งยืน
ยุทธศาสตร์
แผนงานมุ่งเน้นการเรียนรู้และพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพกันเองของชุมชนดั้งเดิมจนกลายเป็นวิถีชีวิต และสัมพันธ์กับความเชื่อ วัฒนธรรม พิธีกรรม และทรัพยากรของท้องถิ่นครอบคลุมทั้งการแพทย์พื้นบ้านที่มีหมอพื้นบ้านช่วยเหลือดูแลสุขภาพชาวบ้าน และประชาชนในชุมชนที่อาศัยภูมิปัญญาและประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพตนเอง ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ คือ
ยุทธศาสตร์ 1 การสร้างและจัดการความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ
การสร้างและจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพเป็นยุทธศาสตร์หลักและเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์อื่นๆ
ยุทธศาสตร์ 2 การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพของชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ
ยุทธศาสตร์ 3 การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ
ยุทธศาสตร์ 4 การอนุรักษ์และสร้างเสริมฐานทรัพยากรชุมชนอย่างยั่งยืน
ดำเนินงานโดย มูลนิธิสุขภาพไทย
สนับสนุนภายใต้แผนงานพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพผ่านระบบบริการสุขภาพแผนไทยและทางเลือก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพร
1.ควรเริ่มใช้สมุนไพรที่เป็นอาหารก่อน และควรรู้พิษยาก่อนใช้ เพราะขึ้นชื่อว่ายามีพิษทั้งนั้น หรือความรู้ข้อห้ามใช้ เพราะยาบางชนิดมีข้อห้ามใช้กับคนบางคน การได้รู้จักพิษหรือข้อห้ามใช้ ทำให้มีความปลอดภัยในการใช้มากขึ้น
2.ถ้ายาใดไม่เคยกินมาก่อน ควรเริ่มกินในขนาดน้อยๆ เช่น กินเพียงครึ่งหนึ่งของขนาดที่กำหนดไว้ และรอดูว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายหรือไม่ ถ้าไม่มีจึงค่อยกินต่อ
3.อย่าใช้ยาเข้มข้นเกินไป เช่น ใช้ต้มกินต่างน้ำไม่ควรไปใช้ต้มเคี่ยวกิน เพราะยาจะเข้มข้นเกินไปจนทำให้เกิดพิษได้
4.คนที่อ่อนเพลียมาก เด็กอ่อน และคนชรา ห้ามใช้ยามากเพราะคนเหล่านี้มีกำลังต้านทานยาน้อยจะทำให้ยาเกิดพิษได้ง่าย
5.โดยทั่วๆไป เมื่อกินยาสมุนไพร 1 วันแล้ว อาการไม่ดีขึ้นต้องเปลี่ยนยา แต่ถ้าเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคกระเพาะ หืด ท้องผูกเรื้อรัง เมื่อใช้ยาสมุนไพร 1 อาทิตย์แล้วอาการไม่ดีขึ้นต้องเปลี่ยนยา
สมุนไพรให้คุณมาก หากใช้พลาดเกิดโทษได้
สื่อเผยแพร่ของแผนงานฯ
- สื่อสิ่งพิมพ์

การรักษาพิษของชาวไทย ตำรับอาหารกะเลิง จ.ชัยภูมิ โสกอีสาน(โฉลกอีสาน)
กลุ่มชาติพันธุ์เขมร จ.สุรินทร์

การอยู่ไฟหลังหลอดฯ ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน จ.อยุธยา ตำบลหมอยาฯ ภูมิปัญญาท้อง
จ.นนทบุรี จ.ลำปาง ท้องถิ่นกับองค์การบริหาร
จ.พะเยา จ.แพร่ ส่วนตำบล
ตำรับยาพื้นบ้าน 4 ภาค 9 ความรู้คู่ชุมชน ปลูกไม้ท้องถิ่น ฟื้นป่า
ภูมิปัญญาพื้นบ้านอีสานฯ สร้างคลังยาให้ชุมชน
จดหมายข่าวเพื่อนธรรมชาติ เล่ม 1 จดหมายข่าวเพื่อนธรรมชาติ เล่ม 2
จดหมายข่าวเพื่อนธรรมชาติ เล่ม 3 จดหมายข่าวเพื่อนธรรมชาติ เล่ม 4
- สื่อวีดีทัศน์
สารคดีชุด ภูมิปัญญาพื้นบ้านกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
ทุกท่านที่สนใจสื่อสิ่งพิมพ์ของแผนงานพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพฯ มูลนิธิสุขภาพไทย กรุณาติดต่อได้ที่ คุณอรนุช มะลิลา โทรศัพท์ 0-2589-4243 , 0-2591-8092
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00-17.00 น.










