น้ำกัดเท้า ยาไทยช่วยได้

       

                                                                                                                  มูลนิธิสุขภาพไทย
 

        น้ำใจคนไทยหลั่งไหลมากกว่าน้ำท่วม ทั้งข้าวของและเงินบริจาคส่งไปช่วยเหลือไม่มีขาด แบบนี้พูดได้เต็มปากว่า “ภัยก็ไม่อาจสู้แรงใจคนไทยได้” แต่ศึกใหญ่ของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนอกจากเวลาคับขันตอนน้ำหลาก และการติดอยู่ที่น้ำล้อมรอบใน ๑-๒ วันแรกแล้ว หลังน้ำค่อยๆลด การฟื้นฟู เยียวยาทั้งกายและใจเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันต่อไป

        เรื่องความเจ็บป่วยทางกายนั้น ภูมิปัญญาดั้งเดิมของเราซึ่งเป็นเมืองในเขตร้อนชื้น และมีวัฒนธรรมการทำนาต้องยืนแช่เท้าในน้ำอยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่มีการถ่ายทอดวิธีการรักษาอาการคันต่างๆ และโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา รวมถึงโรคน้ำกัดเท้าไว้พอสมควร ความรู้เหล่านี้ได้พัฒนาขึ้นเป็นยาสำเร็จรูป เช่นครีมหรือเจลบรรจุหลอดสะดวกใช้

        ดังเช่น ความรู้แต่โบราณในการนำใบพลูมาตำคั้นน้ำผสมกับเหล้าขาวหรือแอลกอฮอล ใช้ทาแก้อาการคันและลมพิษ หรือคั้นน้ำทาแก้กลาก เกลื้อน แก้ ฝี หนอง สิว และแผลอักเสบต่างๆ
แต่เมื่อมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาใหม่ๆ ก็พบว่า ในใบพลูมีน้ำมันหอมระเหย ที่เรียกว่า Betel oil ซึ่งน้ำมันพลูนี้ มีสรรพคุณตรงกับที่ภูมิปัญญาโบราณ คือ มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราได้หลายชนิด ซึ่งฤทธิ์แบบนี้นี่เองที่ช่วยแก้อาการคัน และแก้กลาก เกลื้อน และโรคน้ำกัดเท้าที่มาจากเชื้อรา ต่อมาทางสถาบันวิจัยและพัฒนาขององค์การเภสัชกรรม ได้พัฒนารูปแบบยาเป็น เจลพลู หรือเรียกโก้ๆ ว่าพลูจีนอล
เจลพลูที่มีน้ำมันหอมระเหยใบพลู ๔% นี้ได้ทำการทดสอบพบว่า สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ดี และเมื่อทดลองเปรียบเทียบกับยาแผนปัจจุบัน พบว่าเจลพลูจากภูมิปัญญาโบราณนั้น สามารถสยบการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ดีมาก พูดได้เต็มปากว่าไม่น้อยหน้ายาทาภายนอกแผนปัจจุบันที่ใช้ต้านเชื้อรา ชื่อว่า ครีมคลอไตรมาโซล (clotrimazole cream 1%) และต้องป่าวประกาศดังๆว่า ใบพลูในรูปเจลฝีมือคนไทยออกฤทธิ์ดีกว่า ครีมโทลนาฟเตต (tolnaftate cream 1%) ซึ่งเป็นยาทาต้านเชื้อรา ชนิดที่มีชื่อการค้าใกล้เคียงกัน


        ในด้านสรรพคุณลดอาการคันด้วยนั้น น้ำมันหอมระเหยจากพลูมีฤทธิ์คล้ายยาชาเฉพาะที่ (ฤทธิ์อ่อนๆ) จึงมีสรรพคุณช่วยแก้อาการคัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชาวไทยก็ได้ทำการทดลองเปรียบเทียบพบว่า เจลพลูช่วยแก้อาการคันได้ดีกว่ายาแก้คันแบบคาลาไมน์โลชั่น และมีฤทธิ์แก้คันได้ดีพอๆกับยาแก้คันชื่อ เบต้าเมธาโซนครีม

        ยาสมุนไพรรูปแบบเจลพลูนี้ จึงถือได้ว่าเป็นยาแก้โรคน้ำกัดเท้าได้ดีไม่แพ้ยาแผนปัจจุบัน และน่าจะดีกว่ายาแผนปัจจุบันในกลุ่มยาทาสเตียรอยด์ เพราะถ้าเราเริ่มมีอาการคันๆ หรือระคายเคืองที่ผิวหนัง ยังไม่ถึงกับเป็นเชื้อราตามเล็บนิ้วและง่ามนิ้ว การไปใช้ยา สเตียรอยด์มากๆ จะไปทำใหเกิดโรคแทรกซ้อนได้ และถ้าไปใช้ยาแผนปัจจุบันฆ่าเชื้อราในทันที อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและแสบมากขึ้น
ยาใบพลูแก้อาการคันได้ และหยุดยั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียต่างๆได้อีกด้วย หากไม่มีใครบริจาคเจลพลู พอน้ำลดไปตลาดหาใบพลูมาตำคั้นน้ำทาวันละ ๓ เวลา เช้า กลางวัน เย็น หรือจะเพิ่มก่อนนอนอีกรอบก็ได้ น้ำคั้นใบพลูสดๆ ออกฤทธิ์ได้ดีเช่นกัน


        ใบพลูตำคั้นนำมาพอกทั้งกากยังแก้อาการช้ำบวม เล็บขบ และรักษาโรคผิวหนังต่างๆ ได้ดี มีการนำมาใช้แก้สิว ฝีหนอง และแผลอักเสบด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงของภูมิปัญญาโบราณแต่อย่างใด เนื่องจากได้รับการพิสูจน์ว่ามีสารออกฤทธิ์ดังกล่าวข้างต้น

        นอกจากการใช้ใบพลู ภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยยังแนะนำให้ตำรับยาเหล่านี้ ใช้แก้น้ำกัดเท้า ซึ่งทางโครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง ได้เคยรวบรวมไว้มานานกว่า ๒๐ ปีแล้ว
         ๑.ใช้สารส้มสะตุ และดินสอพองสะตุ บดผงอย่างละ ๑ ส่วน มาผสมกัน ทาที่แผลวันละ ๓-๔ ครั้ง คำว่าสะตุหมายถึงการทำให้สะอาด สารส้มสะตุทำดังนี้ นำสารส้มมาบดเป็นผงละเอียดเสียก่อน จากนั้นใส่ในหม้อดิน นำไปตั้งไฟ สารส้มจะฟูขึ้น ปล่อยไว้จนฟูขาวสะอาดดี จึงนำลงจากเตาไฟ สารส้มที่ผ่านไฟแบบนี้เรียกว่าสารส้มสะตุ สรรพคุณยาโบราณท่านว่า สารส้มช่วยสมานทั้งภายในภายนอก เฉพาะยาภายนอกช่วยแก้อาการคัน สมานแผล ห้ามเลือด ซึ่งเป็นอาการของน้ำกัดเท้า สำหรับดินสอพองสะตุ ให้นำดินสอพองใส่กะทะ ตั้งไฟให้ร้อน คั่วดินสอพองให้สุกหรือผ่านความร้อนเพื่อทำให้สะอาดเช่นกัน ดินสอพองมีฤทธิ์เป็นยาฆ่าเชื้อโรคอ่อนๆ และเป็นเหมือนแป้ง เมื่อทาผิวจะลดความชื้น แก้คันและไม่ให้เชื้อราลุกลามได้ง่ายนั่นเอง
         ๒. เอาก้อนสารส้มก้อนเล็กๆ ใส่ในช้อน แล้วเอาช้อนไปลนไฟเทียนไข สารส้มจะค่อยๆละลายเป็นน้ำ ใช้ก้านไม้พันสำลีจุ่มลงไปในน้ำสารส้ม แล้วเอามาทาที่น้ำกัดเท้า ทาบางๆ วันละ ๓-๔ ครั้ง


        สูตรยาที่หาง่ายๆ อีก ๓ ตำรับ คือ ให้เอาแง่งขมิ้นชันมาฝนน้ำทาบ่อยๆ หรือจะนำมาตำคั้นเอาน้ำทาก็ได้ ขมิ้นชันมีสรรพคุณแก้คัน และยับยั้งเชื้อโรค เชื้อราได้ดี หรือนำใบของต้นเทียนดอกมาตำเอาน้ำทาได้เช่นกัน แต่ทั้งขมิ้นและเทียนดอกจะทำให้เกิดสีติดที่ผิวหนัง ล้างออกยากแต่สรรพคุณกำจัดเชื้อราได้ดี

                                                
        ฝากไว้ส่งท้าย ให้ทาน้ำคั้นจากมะกรูดบ่อยๆ เพราะน้ำมันจากผิวและน้ำคั้นมะกรูดมีฤทธิ์กำจัดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียได้ และมีกลิ่นหอมชื่นใจดีด้วย ช่วยให้จิตใจหดหู่จากน้ำท่วมได้ฟื้นขึ้นมาบ้าง เพื่อได้มีกำลังใจสู้ชีวิต และปรับปรุงบ้านเรือนต่อไป.

 

   : ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต