ปลูกยา ขมิ้นชัน

          ขมิ้นชัน เป็นพืชพื้นเมืองของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้เอง แล้วกระจายไปยังส่วนต่างๆ ของโลก ขมิ้นชันที่ปลูกในภาคใต้เราพบว่ามีคุณสมบัติที่ดีที่สุดในโลก ขมิ้นชันชอบอากาศค่อนข้างร้อน ความชื้นสูง ชอบดินทีร่วนซุย ระบายน้ำดี ถ้ามีน้ำขังจะทำให้เหง้าขมิ้นเน่า ปลูกในดินทรายได้หัวมากกว่าดินอื่น ดินเหนียว ดินเป้นกด ดินลูกรัง หรือพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง เช่น หลายพื้นที่ในภาคอีสานไม่เหมาะจะปลูก ขมิ้นชันชอบแดดรำไร ปลูกได้ระหว่างแถวไม้ผล

         ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma long Linn.
         ชื่ออื่น : ขมิ้น ,ขมิ้นแกง ,ขมิ้นหยอก ,ขมิ้นหัว ,ขี้มิ้น ,หมิ้น

ลักษณะ
          พืชล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้าใต้ดิน เนื้อในของเหง้ามีสีเหลืองเข้มจนถึงสีแสดเข้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใบเป็นใบเดี่ยว ก้านยาว ใบเหนียว เรียวและปลายแหลม ดอกเป็นช่อกระทง ก้านช่อดอกแทงจากเหง้าโดยตรง ดอกฝอยมีสีเหลืองอ่อน กลีบประดับสีเขียวอมชมพู

 


สรรพคุณเด่น
          รักษาอาการท้องอืดเฟ้อ โรคกระเพาะ แผลพุพอง บำรุงผิว

วิธีใช้ในครัวเรือน
          เอาขมิ้นชันสดมากินหรือนำขมิ้นชันมาหันตากแห้ง แล้วบดเป็นผง ปั้นเป็นเม็ดลูกกลอน กินครั้งละ 3-4 เม็ด ก่อนอาหารและก่อนนอน หรือใช้ขมิ้นชันผงทารักษาแผล

การปลูก และดูแล
          ขมิ้นชันควรปลูกในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เตรียมหัวพันธ์จากเหง้าที่แก่จัด อายุ 11-12 เดือน ใช้แง่งแม่หรือแง่งนิ้วมือ โดยไม่ต้องตัดหรือตัดเป็นท่อนๆ ให้มีตาติดอยู่ 1-2 ตา แล้วนำไปปลูกในแปลงเลย
          เตรียมดินโดยพรวนดินให้ร่วนซุย การทำให้ดินโปร่งเพื่อปลูกขมิ้นชันหรือพืชอื่นๆ ในตระกูลเดียวกัน เช่น ขิง ไพล ควรเลือกใช้ปุ๋ยอย่างพิถีพิถัน ไม่ควรใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยคอกบางชนิด เช่น ปุ๋ยขี้เป็ดขี้ไก่ เพราะมักจะทำให้เกิดเชื้อรา ปุ๋ยที่เหมาะสำหรับขมิ้นชันคือ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยขี้วัวจากวัวที่เลี้ยงตามทุ่ง
          ในพื้นที่ที่มีน้ำมาก ควรยกร่อง แต่ถ้าปลูกในสวนไม้ผลไม่จำเป็นต้องยกร่อง ระยะปลูกระหว่างแถว 30 ซม. ระหว่างต้น 30 ซม. ขุดหลุมปลูกกว้างลึกประมาณ 1 หน้าจอบ (15 ซม.) ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกกับดินก้นหลุม เอาหัวพันธ์ฝังให้ลึก 5-7 ซม. เกลี่ยดินกลบแล้วใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมแปลงช่วยรักษาความชื้น
          หลังจากปลูกในช่วง 6 เดือนแรก ถ้าฝนไม่ตกควรรดน้ำรักษาความชุ่มชื้นในดินให้สม่ำเสมอ เมื่อขมิ้นชันทิ้งใบหมด คอยดายหญ้า พรวนดินกลบโคนต้นอยู่เสมอ


เก็บเกี่ยว
          ขมิ้นชันจะเริ่มแก่เมื่ออายุประมาณ 7 เดือน สังเกตจากใบล่างๆ จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปล่อยทิ้งไว้อีก 2-3 เดือน ใบจะแห้ง ต้นฟุบ ก็ขุดใช้ได้ ถ้าดินแห้งเกินไป ให้รดน้ำก่อนเพื่อให้ขุดง่ายขึ้นระวังอย่าให้จอบโดนเหง้าเป็นแผล ขมิ้นชันจะเริ่มแก่เมื่ออายุประมาณ 7 เดือน สังเกตจากใบล่างๆ จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปล่อยทิ้งไว้อีก 2-3 เดือน ใบจะแห้ง ต้นฟุบ ก็ขุดใช้ได้ ถ้าดินแห้งเกินไป ให้รดน้ำก่อนเพื่อให้ขุดง่ายขึ้นระวังอย่าให้จอบโดนเหง้าเป็นแผล
          เหง้าแก่ถ้าทิ้งไว้ในดิน หัวจะฝ่อ เมื่อได้ฝนจะแตกหนอใหม่แต่จะไม่เพิ่มจำนวน ถ้าต้องการขยายจำนวน ควรขุดขึ้นมาใช้เป็นพันธ์สำหรับปลูกใหม่

                                                      

แปรรูป
          ขมิ้นชันเป็นพืชหัวอยู่ใต้ดิน การล้างทำความสะอาดเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ควรรีบล้างขมิ้นชันทันทีจะทำให้ล้างง่ายขึ้นและไม่เน่าเสียง่าย
          นำขมิ้นชันมาเคาะดินออก ตัดรากตามเหง้าออกให้หมด แยกเหง้าขมิ้นชันออกเป็นแง่งๆ นำเหง้าขมิ้นชันมาล้าง โดยเปิดน้ำให้ไหลฉีดแรง เพื่อล้างดินที่ติดตามแง่งขมิ้นชันให้ออกได้ดีขึ้น ใช้มือขัดถูแง่งขมิ้นชันให้สะอาด ถ้าใช้มือล้างไม่ออกให้ใช้แปรงสีฟันที่ขนแข็งๆ แปรงออกให้สะอาด หลังจากล้างน้ำเสร็จแล้ว ให้ล้างน้ำแบบสรงน้ำอีก 5 ครั้ง เมื่อล้างเสร็จแล้วไม่ควรนำขมิ้นชันมาหั่นเพื่อตากในทันทีเพราะจะแฉะแล้วตากยาก ควรใส่ในตะกร้าหรือเข่งทิ้งไว้ก่อนสัก 1 คืน
          ตอนเช้านำขมิ้นชันที่ล้างแล้วใช้มีดคมๆ หั่นให้บางที่สุด เสร็จแล้วใส่กระจาดหรือภาชนะที่มีรูโปร่งนำไปตากแดด เกลี่ยให้เต็มพื้นที่อย่าให้ทับซ้อนกัน พลิกบ่อยๆ ในช่วงแรกประมาณ 10-20 นาที ต่อครั้ง จะทำให้ขมิ้นแห้งเร็วมากและมีสีสวย พอขมิ้นชันเริ่มแห้งจะหดมีขนาดเล็กลง ค่อยนำมารวมกันและเกลี่ยให้ทั่วอีกครั้ง ขมิ้นชันตากแดดจัดๆ เพียง 2 วัน ก็แห้งสนิทแล้ว
          ในกรณีที่มีขมิ้นชันจำนวนมาก ควรใช้วิธีทยอยหั่น ทยอยตากจะดีที่สุด ขมิ้นชันไม่ควรใช้เวลาหั่นเกินเที่ยงวัน มิฉะนั้นจะตากแดดไม่ทัน (ตากถึงบ่ายสามโมง)
          ก่อนบรรจุใส่ถุงหรือภาชนะจัดเก็บ ให้ตรวจสอบขมิ้นชันอีกครั้ง หากพบขมิ้นชันที่อาจเป็นช่วงปุ่มปมที่มีความหนา ยังไม่แห้งสนิทให้นำมาทุบหรือหั่นซอยแล้วนำไปตากซ้ำให้แห้งสนิทอีกครั้งก่อนนำมาบรรจุ


ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
          ลูกกลอน,แคปซูล,สบู่ก้อน,สบู่เหลว

 

ที่มา : หนังสือปลูกยารักษาป่า เล่ม 1
         ลิขสิทธิ์จัดพิมพ์และเผยแพร่โดย มูลนิธิสุขภาพไทย