ส้านใบเล็ก ยาอีสาน และดอกไม้ประเทศบรูไน

          

       ผู้ที่ติดตามอ่านมติชน เมื่อฉบับที่ผ่านมาได้นำเสนอ มะตาด สมุนไพรที่เป็นทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และยาสมุนไพร รวมถึงเป็นพืชที่ดอกมีกลิ่นหอมด้วย ครั้งนี้นำเสนอ ส้านใบเล็ก เป็นไม้ที่อยู่ในสกุลเดียวกับมะตาด
          มะตาดนั้นมีดอกสีขาว ส่วนส้านใบเล็กมีดอกสีเหลืองสด ส้านใบเล็กก็เป็นพืชท้องถิ่นบ้านเราเช่นกัน จึงมีชื่อเรียกท้องถิ่น เช่น ไข่เน่าดง ตานกกด (ลพบุรี) มะโตน (ชลบุรี) ส้านกวาง (ใต้) ส้านโดยเด (นครพนม) สั่น ส้าน ซ่าน (ภาคอีสาน) แส้น (ตรัง) เหมือดคนขาว (ชัยภูมิ) โดยทั่วไปมักเรียกว่า ต้นส้าน เนื่องจากเวลาต้นหักลงมาหรือกิ่งหักออกจากต้นจะมีเสียงดังส่าน ๆ  แต่ก็มักเรียกเป็นการเฉพาะว่า ส้านใบเล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dillenia ovata Wall. ex Hook. f. & Thomson
          ส้านใบเล็กมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้มากใน ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน  จัดเป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ หรือผลัดใบระยะสั้น เป็นไม้ที่มีความน่าสนใจ ขอแนะนำให้เรารู้จักลักษณะต้นกันสักหน่อย คือลำต้นมักมีปุ่มปม กิ่งอ่อนมีขน เรือนยอดเป็นพุ่มกลมสีเขียวทึบ ปลายกิ่งห้อยลง สูงได้ถึง 30 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับที่ปลายกิ่ง รูปวงรี เส้นใบหลักเรียงขนานกันชัดเจน ขอบใบเรียบหรือหยักซี่ฟัน โคนและปลายใบมน หลังใบเกือบเกลี้ยง เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง มีขนสั้นนุ่ม ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ ขนาดใหญ่ หรือออกเป็นคู่ที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองสด มี 5 กลีบ แยกจากกัน กว้าง 4-6 เซนติเมตร ยาว 7 เซนติเมตร รูปไข่กลับถึงรูปกลม หลุดร่วงง่าย กลีบเลี้ยงสีเขียว ติดคงทน มี 5 กลีบ รูปรี เกสรเพศผู้จำนวนมาก เรียงเป็น 2 วง เกสรเพศเมีย ประมาณ 10 อัน ผลสด รูปกลมแป้น ลักษณะเป็นกาบอวบน้ำ ห่อกันเป็นทรงกลม ขนาด 5-6 เซนติเมตร สีเหลืองหม่น ภายในผลเป็นเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ด ฉ่ำน้ำ เนื้อผลหนา สีเหลือง ไม่แตก มีกลีบเลี้ยงติดอยู่คงทน เมล็ด รูปไข่กลับ ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน  และเป็นผลเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม พบตามป่าเต็งรัง และป่ากึ่งโล่งแจ้ง ที่ระดับถึง 1,200 เมตร
          หากดูลักษณะผลก็น่าจะคาดเดาได้ว่า ผลของส้านใบเล็กนี้มีรสเปรี้ยว ใช้กินแบบผลไม้สด ๆ หรือนำมาแกงส้มก็ได้  หรือนำมาปรุงรสอาหารอื่นๆ  ประโยชน์ทางยาสมุนไพรนั้นหมอพื้นบ้านอีสานใช้ ราก แช่น้ำดื่ม แก้อาการท้องเสีย แก่นหรือราก ฝนน้ำกิน แก้ไข้ 
          และจากประสบการณ์ความรู้ของหมอพื้นบ้าน นายสมศรี เกตุกุมศรี บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 6 บ้านปอพาน ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน   จังหวัดมหาสารคาม บอกว่าถ้ามีอาการปวดท้องบิด จะนำเอาแก่นของส้านใบเล็ก มาต้มรวมกับ ใบมะขาม (Tamarindus indica L.) และแก่นดูกใสหรือขันทองพยาบาท (Suregada multiflorum (A.Juss.) Baill. ) วิธีการปรุงยา นำสมุนไพรทั้ง 3 อย่าง ๆ ละเท่าๆ กัน ใช้ได้ทั้งสดหรือตากแห้งก็ได้นำมาต้มรวมกันดื่มแทนน้ำ กินได้เรื่อยๆ เมื่อมีอาการ 
          จากการสำรวจของศาตราจารย์วงศ์สถิต ฉั่วกุล พบว่าประชาชนในเขตอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธรมีการใช้ส้านใบเล็กมาต้มตื่มเมื่อเกิดอาการติดเชื้อในเด็กเล็ก
          ในประเทศบรูไนใช้ดอกส้านหรือที่มีชื่อพื้นเมืองว่า “ซิมปอร์” (‘Simpoh หรือ Simpur) เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของสมเด็จพระราชาธิบดีหรือองค์สุลต่านแห่งประเทศบรูไน ภูมิปัญญาของประเทศบรูไน นำกลีบเลี้ยงของดอกซิมปอร์ ใช้สำหรับปรุงรสอาหาร นำเปลือกของลำต้นซึ่งมีสารแทนนินอยู่ใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย เนื้อไม้หรือลำต้นแม้ว่าจะไม่สวยงามเพราะเป็นปุ่มโปน แต่เป็นไม้เนื้อแข็งมากจึงนำมาใช้ทำเครื่องเรือน คานและไม้กระดาน  ส่วนของใบซึ่งมีขนาดใหญ่อยู่นั้น วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวบรูไนนำมาใช้ห่อของ แต่ในปัจจุบันลดการใช้ลงอย่างมากเนื่องจากมีถุงพลาสติกเข้ามาแทนที่ อย่างไรก็ตามอาหารพื้นเมืองบางอย่างของชาวบรูไนก็ยังใช้ใบส้านมาห่ออาหาร เช่น เมนูปลาย่าง เป็นต้น และในกิจกรรมเกี่ยวกับพิธีกรรมตามความเชื่อทางศาสนา งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน การออกแบบงานฝีมือของผู้คนในท้องถิ่น ก็ยังใช้ส้านใบเล็กอยู่เช่นกัน
          ปัจจุบันคนบรูไนนิยมปลูกส้านใบเล็กเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ทรงพุ่มสวย เจริญเติบโตเร็ว แข็งแรง ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ที่น่าสังเกตคือ ส้านใบเล็กนี้เป็นพืชมีอยู่เฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งต่างจากต้นมะตาดที่มีการกระจายตั้งแต่แถบหิมาลัยลงมา ถ้าเราชาวไทยช่วยกันส่งเสริมให้คนทั่วไปรู้จักและมีการใช้ประโยชน์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นก็จะเป็นการนำไม้ถิ่นมาใช้ประโยชน์ให้เหมาะกับถิ่นฐานบ้านเรือนตามภูมิประเทศ
         ควรจะส่งเสริมให้มีการปลูกในเขตเมืองกันมาก ๆ นอกจากสวยงาม กินก็ได้เป็นยาสมุนไพรก็ดีแล้ว ส้านใบเล็กเป็นพืชที่ไม่ผลัดใบ ไม่ต้องคอยกวาดใบร่วงหล่น และให้ร่มเงาได้ตลอดปี